ฟัง 4 เทรนด์ซิลิคอลวัลเลย์ผ่านงาน Exponential Manufacturing Thailand 2019 [PR]

จบไปแล้วสำหรับงาน Exponential Manufacturing Thailand 2019 สัมมนาอุตสาหกรรมที่ยกทีมนวัตกรดังจาก Silicon Vallay มาร่วมนำเสนอเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการไทยได้สัมผัส  

โดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า การร่วมมือกับ Singularity University (SU) นำทีมนวัตกรที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกจาก Silicon Valley ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เพื่อรับมือกับภาวะ Disruption Technology ที่กำลังมาแรงและส่งผลต่อธุรกิจทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมไทยนั้นจะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยได้มองเห็นโอกาสต่าง ๆ มากขึ้น และปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า “ในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความคิดของคนที่จะต้องเปิดรับ เปิดกว้าง เรียนรู้และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลก ผมในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เป็นเจ้าภาพตัวแทนของประเทศไทยจัดงาน Exponential Manufacturing Thailand 2019 และเชื่อว่าหลังจากจบงานจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญและเร่งการพัฒนาอย่างรีบด่วน”

สำหรับไฮไลต์สำคัญในการสัมมนามี 4 กลุ่มหลัก ๆ คือ

1.การมองภาพอุตสาหกรรม 4.0 ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจาก Silicon Valley

2.การผลิตสารเติมแต่ง (Additive Manufacturing) การสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากการพิมพ์แบบ 3 มิติ ซึ่งปัจจุบันมีวิวัฒนาการไปไกลมาก เช่น การสร้างสะพานเหล็ก หรือผลิตสิ่งของในอวกาศจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

3.การเชื่อมต่อในการผลิต (Connectivity in Manufacturing) การนำ blockchain, AR/VR, IoT หรือ COBOT มาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมให้สูงขึ้น

4.นาโนเทคโนโลยี ซึ่งถูกนำมาใช้ทางการแพทย์โดยใช้ nano-cell อาทิ การโจมตีเซลส์มะเร็งโดยตรง หรือการสร้างเนื้อในแฮมเบอเกอร์ด้วยโปรตีนสังเคราะห์จากพืช

ดร. เย็น ลอทเนอร์

ด้าน ดร.เย็น ลอทเนอร์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงิน และรักษาการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในงาน Exponential Manufacturing Thailand 2019 ว่า ภาคธนาคารเองได้รับผลกระทบจากการ disruption ของเทคโนโลยีเช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งธนาคารก็ได้ทรานสฟอร์มตัวเองเพื่อรับมือกับความท้าทายทางด้านเทคโนโลยี ในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมาธนาคารได้จัดสรรงบประมาณสำหรับลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ ภายในองค์กรทั้งระบบการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน  และระบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ช่วยทำให้ธนาคารมีความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า รวมทั้งการเตรียมพร้อมทางด้านความสามารถพนักงานในด้านต่างๆเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่อาจเกิดขึ้นได้