ก้าวต่อไปของ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว”​ ในฐานะ Street Food Provider และ Food Expert

หลังผู้ให้กำเนิดแบรนด์ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว”​ อย่าง คุณพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด ออกมาแถลงวิสัยทัศน์ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ​ด้วยการยกระดับภาพจากธุรกิจ Street Food สู่การเป็นบริษัทมหาชน ในฐานะบะหมี่รถเข็นริมทางรายแรกที่จะสามารถเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ภายในปี 2564 เพื่อเติบโตเป็นหนึ่งในพญาอินทรีในโลกธุรกิจตามที่ตั้งใจไว้ให้ได้

โดยภารกิจแรกที่ชายสี่ต้องขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ให้ได้นี้ ก็คือ การเร่งเครื่องการเติบโตของธุรกิจอีกกว่าเท่าตัว ด้วยการเพิ่มจำนวนรถเข็นกระจายไปทั่วประเทศให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคัน (ข้อมูลข่าว “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว”) จากปัจจุบันมีรถเข็นอยู่ราว 4,500 คัน รวมทั้งตัวเลขยอดขายหลังจากเข้าตลาด ที่ต้องขยับให้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน พร้อมเป้าหมายสูงสุด​เพื่อก้าวเเป็นอีกหนึ่งบริษัทของคนไทยที่สามารถทำรายได้แตะหมื่นล้านบาทนั่นเอง

รายได้จากรถเข็นจะเหลืออยู่แค่ 30% เท่านั้น

จากยอดขายในปัจจุบันที่มีอยู่ราวพันกว่าล้านบาท การจะต้องเติบโตเพิ่มขึ้นไปอีกเกือบสิบเท่าตัว จึงไม่สามารถเติบโตจากวิถีแบบเดิมๆ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” จึงต้องหาวิธีต่อยอดธุรกิจให้ไปสู่ภาพที่วาดไว้ ​ผ่านวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไป ภายใต้ 4 แกนหลัก คือ การเป็นเจ้าแห่งเส้น, รถเข็นสากล,​ ครัวของทุกบ้าน และอาหารของทุกคน เพื่อขยายให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ทั้งแนวกว้างและแนวลึก ไม่ว่าจะมาจากการเร่งสปีดธุรกิจจากการขยายแฟรนไชส์รถเข็นให้เติบโตในอัตราเร่งที่เร็วขึ้น เพื่อให้ยอดขายจากการ Supply สินค้าและบริการ รวมทั้งการเพิ่มธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็นการสร้าง New S Curve ให้ธุรกิจ ซึ่งจะเริ่มเห็นการขยับของชายสี่ในทิศทางเหล่านี้มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว

คุณอิทธิพัทธ์ ภูกิจจีรภรณ์​ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด​ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลายคนอาจสงสัยว่าการเติบโตของชายสี่หลังจากนี้ หรือหลังจากการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้แล้วนั้นจะเดินต่อไปอย่างไร ซึ่งชัดเจนว่ารายได้ส่วนใหญ่จะกลับข้างมาจากธุรกิจใหม่ๆ ที่ทางชายสี่ขยายเพิ่มเติมเข้ามา ส่วนรายได้จากธุรกิจหลักในปัจจุบันจากขาของแฟรนไชส์​ ทั้งในส่วนของค่าอุปกรณ์​​​​ การจำหน่ายสินค้าและวัตถุดิบต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการ จะมีสัดส่วนอยู่ไม่เกิน 30% เท่านั้น ​

Facebook : chaixifanpage

“บริษัทเริ่มวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งในกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เปิดโอกาสให้เข้ามาทำธุรกิจชายสี่ได้ง่ายขึ้น ทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าเช่ารถเข็นตลอดทั้งปีนี้ เพื่อให้มีคนสนใจเข้ามาเป็นแฟรนไชส์เพิ่มมากขึ้น และเร่งให้มีจำนวนรถเข็นถึงหมื่นคันได้ตามเป้าหมายในเวลาที่เร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันได้เพิ่มรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่ทำให้ผู้ประกอบการรถเข็นมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งการเพิ่มแฟรนไชส์เครื่องดื่มชานมไข่มุกจากไต้หวัน “ชายัง” ที่จำหน่ายราคาแก้วละ 19 บาท เพื่อเปิดอีกหนึ่งแฟรนไชส์ขายควบคู่กันไป ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสที่เจ้าของรถเข็นต่างๆ จะซื้อสินค้าจากชายสี่สูงมากขึ้นไปอีก จากปัจจุบัน รถเข็นแต่ละคันจะสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทที่ราวๆ 700-900 บาท”  

สำหรับแบรนด์ “ชายัง” ทางชายสี่เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีจำนวนสาขาแล้ว 50 แห่ง โดยมีโมเดลให้เลือกเปิดได้ทั้งแบบรถเข็น ร้านค้าแบบ Kios หรือร้านที่เป็น Stand Alone เพื่อให้สามารถรองรับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างหลากหลาย ที่นอกจากจะตอบโจทย์กลุ่มที่จะขายแบบรถเข็นแล้ว ยังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบทำงานประจำ แต่นิยมสร้างธุรกิจของตัวเอง ก็สามารถเลือกรูปแบบร้านในการลงทุนได้ตามความต้องการ โดยคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะเห็นร้านชานมไข่มุก “ชายัง” ไม่ต่ำกว่า 200 สาขา

Facebook : chaixifanpage

เช่นเดียวกับการยกระดับแบรนด์ชายสี่ให้มีความพรีเมียมและเข้าถึงคนได้มากกว่าแค่กลุ่มแมส แต่ขยับไปสู่ระดับกลางหรือระดับบนได้ ด้วยการเพิ่มโมเดล “ชายสี่ แฟคตอรี่” ร้านอาหารที่รวบรวมเมนูของชายสี่ และอาหารต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายในระดับที่สูงขึ้นกว่าโมเดลที่เป็นรถเข็น รวมทั้งเพิ่มเวลาในการเข้ามาใช้บริการได้ยาวมากกว่าแค่ช่วงมื้อเย็น แต่สามารถเข้าถึงแบรนด์ชายสี่ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน หรือเย็น โดยขณะนี้ได้สร้างเป็นร้านต้นแบบไว้สองแห่ง ทั้งในไทยที่คลองหก ลำลูกกา และในเวียงจันทน์ ที่ สปป.ลาว ก่อนจะขยายเพิ่มเติมในโลเกชั่นที่เหมาะสมในอนาคต

รวมทั้งยังมีธุรกิจสำคัญ ที่เชื่อว่าจะเป็นอนาคตที่เร่งเครื่องให้แบรนด์ “ชายสี่” เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด คือ การเข้าไปบุกในธุรกิจอาหารพร้อมทาน ทั้งกลุ่มอาหาร สแน็ก​ เครื่องปรุง หรือสินค้าโกรเซอรี่ต่างๆ เพื่อจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่จะขยายไปต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นด้วย ​โดยในกลุ่มอาหารพร้อมทาน ที่จะเริ่มนำร่องทำตลาดก่อนในเดือนสิงหาคมนี้ ​ผ่าน 14 เมนูเบื้องต้น อาทิ บะหมี่ไก่เทอริยากิ บะหมี่ไก่รมควัน บะหมี่กระเพราไก่ บะหมี่กระเพราหมู บะหมี่ผัดซอสสปาเก็ตตี้  โดยจะเริ่มจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางแรก อาทิ PT Max Mart และเบทาโกรช้อป ก่อนจะขยายไปยังโมเดิร์นเทรดอื่นๆ ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งจะส่งไปทำตลาดที่ สปป. ลาวด้วย ผ่านการวางจำหน่ายผ่านร้านจิฟฟี่ ในปั๊ม ปตท. ที่ลาว

ซึ่งในส่วนของอาหารพร้อมทานนั้น จะมีการทำตลาดในกลุ่ม Food Service ​สำหรับเจาะธุรกิจที่ทำร้านอาหารต่างๆ เพิ่มเติมด้วย

ขยับภาพสู่ Food Expert และ​ Street Food Provider  

ถ้ากลับไปมองทั้ง 4 วิชั่น ที่ทางผู้ก่อตั้งแบรนด์กำหนดไว้ จะมองเห็นถึงสิ่งที่ชายสี่กำลังจะก้าวไป ไม่ว่าจะเป็น “เจ้าแห่งเส้น” ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการผลิตเส้นบะหมี่ และเส้นต่างๆ อย่างครบวงจร จากโรงงานมาตรฐานที่มีถึง 7 แห่งทั่วประเทศ ทั้งใน​คลอง 6 ปทุมธานี, ชลบุรี, พิษณุโลก, ลำปาง, อุดรธานี, มหาสารคาม​ และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งยังมีสายส่งที่ช่วยกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอีกเป็นหลักร้อยราย

“รถเข็นสากล” กับการขยายธุรกิจรถเข็นออกไปในต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ส่งสินค้าหรือบะหมี่ไปขายเท่านั้น แต่เป็นการไปทั้งโมเดลรถเข็นเหมือนในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้สามารถขยายไปได้แล้วใน 3 ประเทศ คือ ลาว 72 สาขา กัมพูชา 10 สาขา และพม่า 11 สาขา ซึ่งเป็นการลงทุนในรูปแบบ JV ที่ชายสี่ร่วมลงทุนกับทางนักธุรกิจในท้องถิ่น และเตรียมจะเปิดโรงงานทั้งในลาวและกัมพูชาช่วงปลายปีนี้ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสดใหม่ไม่ต่างจากในไทย และ​ยังอยู่ระหว่างเจรจากับประเทศต่างๆ เพิ่มเติม อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไป ทางชายสี่อาจจะเลือกใช้วิธีขยายธุรกิจด้วยการขายสิทธิ์การบริหารให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นในแต่ละประเทศเป็นหลัก ​

ส่วนอีกสองข้อที่เหลือคือ “ครัวของทุกบ้าน”​ และ “อาหารของทุกคน” ที่นำมาซึ่งการขยายไลน์ธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้ชายสี่ขยับภาพได้มากกว่าแค่การเป็นธุรกิจรถเข็นสตรีทฟู้ดส์ไปสู่ Food Expert หรือผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหาร ที่นอกจากการพัฒนาเมนูทั้งจากธุรกิจรถเข็น ธุรกิจอาหารพร้อมทานแล้ว ทางชายสี่ยังมีธุรกิจรับจ้างผลิต หรือแม้แต่การแกะสูตรอาหารที่ลูกค้าสนใจสำหรับนำไปพัฒนาเป็นสูตรของธุรกิจตัวเองต่อไป

หนึ่งภาพที่สะท้อนบทบาทของชายสี่นับจากนี้ คือ ​​การเป็น Street Food Provider จากการสร้างจำนวนรถเข็นชายสี่กว่า 4,500 สาขาในวันนี้ และจะขยับไปแตะหมื่นสาขา รวมทั้งโอกาสในการเปิดกว้างให้คนสนใจและอยากขายอาหารสตรีทฟูดให้สามารถเอื้อมถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างง่ายๆ

คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งธุรกิจชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว และทีมบริหารในงาน Thaifex 2019 Credit : Facebook chaixifanpage

ประกอบกับธุรกิจรถเข็นขายอาหารของชายสี่ในปัจจุบันไม่ได้มีแค่บะหมี่ เกี๊ยว เท่านั้น แต่ยังมีทั้งชายสี่ พันปี บะหมี่เป็ดย่าง, ชายสี่ เตี๋ยวไก่ ข้าวมันไก่, ชายสี่ โจ๊ก ต้มเลือดหมู, ชายสี่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หรือ อาลี บะหมี่ฮาลาล และในรถเข็นแต่ละคันก็ยังมีเมนูให้ลูกค้าเลือกรับประทานได้หลากหลายอย่าง ทำให้คนมาทานได้เรื่อยๆ และบ่อยครั้ง โดยไม่เบื่อ​ รวมทั้งโอกาสในการสร้างรายได้ของเจ้าของธุรกิจก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ซึ่งตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา อัตราของคนทำธุรกิจของชายสี่แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ จนต้องเลิกกิจการมีไม่ถึง 5% และปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการขายไม่ได้ แต่เป็นเพราะความไม่พร้อมทั้งในเรื่องของเวลา และการบริหารจัดการภายในของแต่ละร้านเองเป็นหลัก  

“เป้าหมายหลักของชายสี่คือ การเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ในธุรกิจอาหาร สามารถทำธุรกิจได้อย่างสะดวก มีรายได้เพื่อดูแลตัวเองและครอบครัว และมีธุรกิจที่หลากหลาย ซึ่งในปัจจุบันรถเข็นหนึ่งคันของชายสี่ จะเลี้ยงคนได้ราว 4-5 คน ทั้งคนขาย สามีหรือภรรยา ลูก พ่อแม่ หรือบางร้านอาจจะมีลูกจ้างด้วย​ โดยรายได้ที่รถเข็นแต่ละคันสามารถขายได้จะอยู่ที่ราว 3 -5 พันบาทต่อวัน บางคนเริ่มจากไม่มีอะไรจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในไทยหรือในต่างประเทศที่เราขยายไปก็ตาม ประกอบกับบริษัทจะพยายามเพิ่มธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้คนทำธุรกิจมีโอกาสที่จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นจากความหลากหลายของเมนูที่มี การเพิ่มเมนูใหม่ๆ หรือมี Topping Seasoning Menu เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บนริโภค รวมไปถึงการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามา เป็นทางเลือกให้คนที่ต้องการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น”​

และในยุค Food on Demand เติบโตเช่นนี้ ทางชายสี่เองก็มองโอกาสที่จะได้รับอานิสสงส์จากเทรนด์ธุรกิจเหล่านี้ด้วยเช่นกัน โดยอยู่ระหว่างการเตรียมโปรเจ็กต์ที่จะเข้าร่วมกับ Grab Food เพื่อสร้าง Hub of Delivery รวม 8 จุด ซึ่งชายสี่จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่จะเข้าไปอยู่ในฮับที่ทางแกร็บฟู้ดจะตั้งขึ้นมา เพื่อผลิตอาหารในฐานะเป็นครัวกลางอาหารของแกร็บฟู้ดเอง ซึ่งกำลังจะเริ่มในเร็วๆ นี้ รวมทั้งการพิจารณาเพื่อตั้งเซ็นเตอร์ขึ้นมาดูแลมาตรฐานสินค้าอาหารภายใต้แบรนด์ชายสี่ เพื่อให้ยกระดับมาตรฐานและให้เรตติ้งแต่ละสาขา รวมทั้งคัดเลือกสาขาที่ทำธุรกิจได้ตาม KPI ที่วางไว้ ทั้งเรื่องของรสชาติ ความสะอาด การบริการ เพื่อเข้ามาอยู่ในเซ็นเตอร์ของธุรกิจสำหรับต่อยอดในเรื่องการพัฒนาการขายผ่านออนไลน์อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้นในอนาคต

อีกสิ่งหนึ่งที่ชายสี่เร่งปรับตัวคือ การสร้างภาพลักษณ์บริษัทให้มีความเป็นมืออาชีพและมีความทันสมัยมากขึ้น ทั้งการเพิ่มทีมบริหารชุดใหม่ที่มีความเป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญในธุรกิจเข้ามาเสริมทีมมากขึ้น รวมทั้งการรับพนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่มาเสริมในทีมกว่า 60-70% โดยเฉพาะในทีม R&D เพื่อพัฒนาเมนูใหม่ๆ ที่หลากหลายเข้ามาป้อนในธุรกิจ โดยเฉพาะเมนูที่คนรุ่นใหม่นิยม อาทิ ผักโขมอบชีส สปาเก็ตตี้ ราเมง หรืออาหารยอดนิยมต่างๆ เพื่อให้แบรนด์ชายสี่มีภาพของความทันสมัย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

Facebook chaifanpage

เห็นได้ว่าโจทย์ใหญ่ของ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” ในวันนี้ คือ การยกระดับภาพของธุรกิจทั้งในเรื่องของแบรนดิ้ง และการก้าวข้ามจากกรอบที่ยึดติดอยู่แค่การเป็นธุรกิจรถเข็น หรือบะหมี่ เกี๊ยว ซึ่งภาพเหล่านี้จะเป็นเพียงหนึ่งในความแข็งแรงและเชียวชาญที่ชายสี่มีอยู่ และในวันที่ธุรกิจสตรีทฟู้ดรายนี้สามารถเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จก็จะกลายภาพมาเป็นพญาอินทรีที่สามารถบินได้อย่างแข็งแรงและสูงขึ้นอย่างภาพที่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ได้ตั้งใจไว้ในตอนแรกนั่นเอง