King Power คว้าชัย ประมูล “ดิวตี้ฟรี” สุวรรณภูมิ

นับว่าเป็นสนามใหญ่สนามแรกของ เจ้าสัวน้อย “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ที่กุมบังเหียนอาณาจักร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประมูลพื้นที่ดิวตี้ฟรีสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะว่าที่สุวรรณภูมิรองรับนักเดินทางกว่าปีละ 63 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 51 ล้านคนเศษ ที่เหลือเป็นการเดินทางภายในประเทศ ดังนั้นจึงถือเป็นหน้าด่านสำคัญที่ต้นอรับนักท่องเที่ยวและเป็นประตูสุดท้ายที่จะส่งนักท่องเที่ยวกลับประเทศ

การประมูลพื้นที่ทั้งในส่วนของ “ดิวตี้ ฟรี” และ “พื้นที่เชิงพาณิชย์” จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมทั้งเป็นผลประโยชน์มหาศาลทั้งกับภาคเอกชนผู้ที่ได้รีบสิทธิ์บริหารพื้นที่ดังกล่าว ไปจนถึงทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ว่าจะได้รับผลประโยชน์มาพัฒนา บริหารหารจัดการเรื่องการบินอย่างไรให้มีประสิทธฺภาพสูงสุด

ดังนั้นการประมูล “ดิวตี้” ซึ่งเป็นการถือสิทธิ์นาน 10 ปี ในครั้งนี้จึงดุเดือดที่สุด โดยมีผู้เข้ามาซื้อซองประมูลทั้งสิ้น 5 ราย ได้แก่
1.บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด
2. บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด
3. บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
4. บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
5. บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

และเมื่อถึงวันนำเสนองานก็มีผู้เข้าร่วมเสนอทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย

1. บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด
2. บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์สโฮลดิ้ง จำกัด
​​3. บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED

และในวันนี้ 31 พฤษภาคม ทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็ได้ประกาศผู้ชนะการประมูลแล้ว ปรากฏว่า ทาง บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล ด้วยคะแนนที่มากกว่าผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่นๆ ที่ 90 กว่าคะแนน โดยทาง BA และ Lotte ได้ไป 80 กว่าคะแนน ส่วนทาง ROH ที่ควงคู่มากับ เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป  และ WDFG UK LIMITED ได้คะแนน 70 กว่าคะแนน