ไม่ใช่แค่ส่ง แต่ “ขาย” ด้วย! DHL ทดลองเปิดแพลทฟอร์ม E-Commerce ในแอฟริกา

DHL เปิดตัวแอปพลิเคชั่น e-commerce ในทวีปแอฟริกาให้กับร้านค้าปลีกทั่วโลกสามารถขายของไปให้คนในทวีปแอฟริกาได้ ภายใต้ชื่อ DHL Africa eShop

แพลทฟอร์มนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางไม่นานมานี้ ได้นำเอาร้านค้าปลีกกว่า 200 ร้านจากทั้งสหรัฐฯ และ สหราชอาณาจักรตั้งแต่ Neiman จนไปถึง Carters ให้บริการใน 11 ประเทศ ประกอบด้วย แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย, เคนยา, มอริเชียส, กาน่า, เซเนกัล, รวันดา, บอตสวานา, เซียร์ราลีโอน, จนไปถึง ยูกันดา

DHL Africa eShop จะดำเนินการภายใต้ Link Commerce บริษัทสตาร์ทอัพของ MallforAfrica.com และยังมีความร่วมมือกับ FinTech ท้องถิ่นทั้ง Paga จากไนจีเรีย และ M-Pesa จากเคนยา โดยตลาดของการค้าขายออนไลน์จะเริ่มมีสีสันมากขึ้น หลังวงการ e-commerce ของทวีปแอฟริกาขึ้นๆ ลงๆ มาสักพัก ไม่นานมานี้ Jumia หนึ่งในแพลทฟอร์มค้าขายออนไลน์ประกาศขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก

ระบบจ่ายเงินและส่งของของ MallforAfrica จะทำหน้าที่เหมือนนายหน้าดิจิทัลให้กับร้านค้าปลีกในสหรัฐฯ ที่ต้องการจะขายของให้กับลูกค้าในทวีปแอฟริกา ซึ่งทั้ง MallforAfrica และ DHL เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกันตั้งแต่ปี 2015 และในปี 2018 ทั้งคู่ได้ออกแพลทฟอร์ม e-commerce ชื่อ MarketPlaceAfrica.com สำหรับศิลปิน นักออกแบบที่ต้องการขายสินค้าของตนไปยัง 220 ประเทศทั่วโลกที่ DHL ดำเนินธุรกิจอยู่

จุดแข็งแกร่งของ DHL Africa eShop คือ ระบบโครงสร้างการขนส่งของ DHL ในทวีปแอฟริกานั้นมีมากกว่าคู่แข่ง ทำให้สามารถส่งของไปยังบ้านของลูกค้าได้ไม่ต่างจากบริการขนส่งอื่นในต่างประเทศและยังรวมถึงบริการติดตามการขนส่ง โดยที่ผ่านมา ทวีปแอฟริกาไม่เป็นที่นิยมของธุรกิจค้าขายออนไลน์หรือแม้กระทั่งการค้าขายปกติ เนื่องจากไม่มีระบบขนส่งและระบบจ่ายเงินที่ดีพอ

Chris Folayan ซีอีโอของ MallforAfrica ให้สัมภาษณ์กับ TechCrunch ว่าบริการของพวกเราคือให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือทั้งระบบเศรษฐกิจที่จะทำให้การค้าขายออนไลน์เป็นไปได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในประเทศไหนก็ตาม

ทวีปแอฟริกาถือเป็นตลาดที่เริ่มมาแรงในตอนนี้ McKinsey & Company คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2025 จะมีการค้าขายออนไลน์เกิดขึ้นในทวีปแอฟริกาทั้งหมด 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ และถือเป็น 10% ของยอดค้าปลีกในทวีปเลยทีเดียว แม้ว่าสถานการณ์ของ e-commerce ในแอฟริกาจะไม่เสถียรนักก็ตาม เช่น กรณีการปิดตัวลงของ DealDey ในช่วงปลายปี 2018 แต่ DHL และ MallforAfrica ก็มองถึงโอกาสที่จะเติบโต

e-commerce รายใหญ่อื่นอย่าง Alibaba มีแผนที่จะเข้าไปทำตลาดจริงจังในทวีปแอฟริกาเช่นกัน ในตอนนี้ยังคงทดสอบการทำงานบางส่วนอยู่ เช่นเดียวกับ Amazon ที่ให้บริการบางอย่างเท่านั้น และเน้นไปที่บริการ AWS มากกว่าสนใจแพลทฟอร์ม e-commerce

คงต้องติดตามต่อไปในยุคของ e-commerce 2.0 ในทวีปแอฟริกาว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่น่าสนใจมากสำหรับทวีปที่อาจจะก้าวข้ามจากไม่มีอะไรเลยมาสู่โลกออนไลน์ได้เลยไหม แม้กระทั่งระบบขนส่งสาธารณูปโภคที่พึ่งเริ่มการพัฒนามาไม่กี่ปี และที่น่าสนใจคือร้านค้าที่เข้าร่วมครั้งนี้เป็นถึงแบรนด์ดังระดับโลก และสำหรับ DHL นี่คือการทดลองกระโดดเข้าสู่การเป็นเจ้าของแพลทฟอร์ม e-commerce ของตัวเองมากขึ้นอีกสเต็ปหนึ่ง และถ้าจะต้องลุย ก็ต้องเริ่มจากตลาดใหญ่ที่คู่แข่งที่เข้มแข็งทั้งหลายยังไม่เข้ามาเต็มตัวอย่างแอฟริกานี่แหละ 

Source