บ๊ายบาย BBM! ถอดบทเรียน Black Berry ในวันที่ต้องปรับโมเดลใหม่ ลุยตลาดองค์กรเท่านั้น

ชื่อบริษัท Research In Motion หรือ RIM อาจเป็นชื่อที่เราไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนักแล้วในยุคนี้ แต่หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน บริการของ RIM อย่าง BlackBerry Messenger ถือเป็นบริการที่ฮอตฮิตอย่างมาก แม้กระทั่งบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกายังใช้งานจนติด และไม่อยากเปลี่ยนไปใช้โทรศัพท์มือถือของรัฐบาลทำเนียบขาวมาแล้ว ส่วนในประเทศไทยก็ใช้ BB ตั้งแต่การทำงานจนถึงเม้าท์มอย แชทจีบกัน ประโยคอย่าง ขอ PIN หน่อย กลายเป็นประโยคติดปากเลยทีเดียว

แต่หลังจากโลกหมุนเข้าสู่ยุคของ iPhone – Samsung – Huawei ฯลฯ ซึ่งเป็นหน้าจอสัมผัส ไม่มีปุ่มกด ดีไซน์ทันสมัย หน้าจอเห็นเต็มๆ ที่มาพร้อมกับการเกิดของแอปพลิเคชัน “แชท” ไม่ว่าจะเป็น Whatsapp, LINE ก็ทำให้เกิดการสื่อสารข้ามระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ จนแพล็ตฟอร์มแชทที่ปิดกั้นอยู่แค่เครื่องตัวเองอย่าง BlackBerry Messenger สิ้นมนต์ขลัง (ในเมื่อเราคุยกับเพื่อนที่ใช้โทรศัพท์อื่นได้หมด แล้วเราจะใช้แต่ BlackBerry ทำไมละ)
BlackBerry Messenger จึงมีการใช้งานลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเวอร์ชันสำหรับคอนซูเมอร์ทั่วไป และเวอร์ชันสำหรับองค์กร (BBM Enterprise หรือ BBMe)

Emtek ในฐานะบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ BlackBerry Messenger สำหรับคอนซูเมอร์ จึงตัดสินใจยุติการให้บริการในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ พร้อมทั้งปรับตัวใช้โมเดลใหม่เพื่อหารายได้

BBMe เวอร์ชั่นสำหรับองค์กรนั้น ทาง RIM หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น BlackBerry Limited เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ จึงตัดสินใจจะนำ BBMe มาให้บริการแก่ทุกคนแทน (ดาวน์โหลดได้ทั้งบน App Store และ Google Play Store) แต่ใช้ฟรีได้แค่ปีแรกปีเดียว เพราะหลังจากนั้นจะคิดค่าใช้จ่ายที่ 2.50 เหรียญสหรัฐต่อการใช้งานทุก ๆ 6 เดือน

สำหรับผู้ใช้งาน การเปลี่ยนมาใช้ BBMe อาจไม่ค่อยรู้สึกว่าแตกต่างกันมากนัก เพราะสิ่งที่มันทำได้นั้นแทบไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการแชท การทำวิดีโอคอลล์ การตั้งกลุ่มแชท การแก้ไขข้อความ โดยทั้งสองระบบก็สามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows และ Mac

สิ่งที่ต่างกันมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือ ข้อมูลของ BBMe จะถูกเข้ารหัส(Encrypted) เอาไว้เพื่อความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว ส่วน BBM สำหรับคอนซูเมอร์จะไม่มีฟีเจอร์นี้

แม้กระแสความนิยมใน BBM จะเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา แต่ที่น่ายินดีก็คือ ตัวเลขเมื่อปี 2016 พบว่ายังมีผู้ใช้บริการ BBM อยู่ราว 90 ล้านคนทั่วโลก อย่างไรก็ดี หากมองตามความเป็นจริง มันจะไม่มีวันยั่งยืนนานไปกว่านี้ ต่อให้ทาง BBM ทำสติ๊กเกอร์ เพลง หรือ BBMoji ออกมาแข่งกับคนอื่น ๆ ก็ตาม เหตุที่กล่าวเช่นนั้น เพราะ BBM ในวันนี้ ไม่ใช่สินค้าหรือบริการที่จะมีคนรอว้าวเมื่อเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกต่อไปแล้ว อีกทั้งยังมีบริการแชทใหม่ ๆ เปิดตัวขึ้นมาชิงตลาดแชทไปมากมาย ทั้ง iMessage, Facebook Messenger, WhatsApp, WeChat ฯลฯ

ดังนั้น ทางออกอย่างการปิดตัว หรือเก็บบางเวอร์ชันไว้ใช้งานเฉพาะกลุ่มโดยมีค่าใช้จ่ายนั้น อาจเป็นหนทางสุดท้ายที่เหมาะสมที่สุด

โดยตอนนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรอความชัดเจนว่าจะโอนย้ายข้อมูล BBM สำหรับคอนซูเมอร์ข้ามไปยังบริการใหม่อย่าง BBMe ได้หรือไม่

Source