Tmall เพิ่มโซลูชั่นส์ บริการแบรนด์ต่างชาติเจาะตลาดจีน หนุนกลยุทธ์ New Retail ของ Alibaba พิชิตยอดขาย 2 แสนล้านเหรียญ

หลังจากอาลีบาบา ประกาศในงาน China International Import Expo ราวเดือนพฤศจิกายน​ 2018 ที่ผ่านมาว่า อาลีบาบามีเป้าหมายในการนำสินค้าจากนานาชาติเข้ามาทำตลาดในประเทศจีน ​และเป็นการค้าขายอยู่บนแพลตฟอร์มของอาลีบาบา ให้ได้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ  ภายในระยะเวลาอีก 5 ปีข้างหน้​า

คุณอัลวิน หลิว ผู้จัดการทั่วไปของทีมอลล์ อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต กล่าวในงานการประชุมร้านค้าประจำปีของทีมอลล์ โกลบอล “Tmall Global Annual Merchant Summit” ว่า​​ อาลีบาบาต้องการนำสินค้านานาชาติมูลค่ากว่า 2​ แสนล้านเหรียญสหรัฐ เข้ามาขายในตลาดจีนในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยทีมอลล์ โกลบอล จะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจทุกขนาดให้สามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้ ในฐานะแพลตฟอร์มข้ามชาติขนาดใหญ่ที่สุดของจีน 

ท้ังนี้ ทีมอลล์ โกลบอล ธุรกิจภายใต้แพลตฟอร์มทีมอลล์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจีนต่อสินค้าและแบรนด์นานาชาติที่มีเพิ่มสูงขึ้น และนับเป็นแพลตฟอร์มตัวแรกสำหรับแบรนด์ต่างประเทศหรือผู้ประกอบการธุรกิจการค้าปลีกต่างชาติที่ต้องการเข้าถึงและสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในกลุ่มป้าหมายชาวจีน​  

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจาก Analysys บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลของจีนเปิดเผยว่า ทีมอลล์ โกลบอล กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านธุรกิจการนำเข้าอันดับหนึ่งของประเทศจีน และจัดเป็นแพลตฟอร์มข้ามชาติขนาดใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งมีแบรนด์ต่างประเทศจัดจำหน่ายสินค้ากว่า 4,000 ประเภทสินค้า จาก 77 ประเทศและภูมิภาค

ทั้งนี้ ทีมอลล์ โกลบอล เผยถึงการขับเคลื่อนโครงการใหม่ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางและเป้าหมายที่อาลีบาบาวางไว้ โดยจะเดินหน้าโครงการต่างๆ ​อาทิ โครงการจัดซื้อการนำเข้าส่วนกลาง (Centralized Import Procurement – CIP)  และบริการคลังสินค้าต่างประเทศโดยทีมอลล์ (Tmall Overseas Fulfillment – TOF) ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์การนำเข้าสินค้าโดยทีมอลล์ โกลบอล เพื่อช่วยแบรนด์นานาชาติให้สามารถเจาะตลาดในประเทศจีนได้อย่างรวดเร็วและสร้างโอกาสให้กับสินค้าคุณภาพที่กำลังได้รับความต้องการอย่างสูง

“โครงการใหม่ล่าสุดจากทีมอลล์ โกลบอล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอาลีบาบาอีโคซิสเท็มและเป็นประโยชน์ต่อพันธมิตรทางธุรกิจของอาลีบาบานี้ นับเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยทำให้พันธสัญญาของอาลีบาบา ในการนำเข้าสินค้าจากนานาประเทศมูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐมาสู่ตลาดจีน ภายในระยะเวลา 5 ปี สามารถเกิดขึ้นตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เนื่องจาก ทีมอลล์ โกลบอลไม่เพียงช่วยสร้างร้านแฟล็กชิพสโตร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้กับแบรนด์ต่างๆ แต่ยังช่วยส่งเสริมการนำเข้าสินค้านานาชาติจากทั้งบริษัทขนาดเล็กและใหญ่มาทำตลาดในจีนโดยตรง ที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายของสินค้านำเข้าที่เข้ามาทำตลาด​ในประเทศจีน​ เพื่อเป็นทางเลือกที่มากขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้กลยุทธ์ New Retail ของอาลีบาบา” 

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการจัดซื้อการนำเข้าส่วนกลาง (CIP)​ จะทำการจัดตั้งศูนย์จัดซื้อ 6 แห่งทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย แปซิฟิก ยุโรป และอเมริกาเหนือ ทำหน้าที่คัดสรรสินค้านำเข้าต่างๆ เพื่อนำมากระจายในอีโคซิสเท็มของอาลีบา ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ อาทิ Freshippo (เดิมชื่อ เหอหม่า) ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน รวมไปถึงทีมอลล์ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าอินไทม์ (Intime)

“CIP นับเป็น ช่องทางที่รวดเร็วแต่มีความเสี่ยงต่ำสำหรับแบรนด์ต่างประเทศที่ต้องการทำการตลาดในจีน และเข้าถึงผู้บริโภค กว่า 700 ล้านคน บนแพลตฟอร์มอาลีบาบา”

ส่วนบริการคลังสินค้าต่างประเทศโดยทีมอลล์ (Tmall Overseas Fulfillment: TOF) คือ โซลูชั่นการฝากขายสินค้า ที่ให้แบรนด์ทดลองนำสินค้าเริ่มจากจำนวนน้อย ๆ ไปฝากขายที่ TOF Center เพื่อนำไปจำหน่ายบนแพลตฟอร์มทีมอลล์ โกลบอลต่อไป วิธีการดังกล่าวทำให้เจ้าของธุรกิจได้ทดลองตลาดและปรับสินค้าของตนก่อนที่จะตัดสินใจเข้าสู่ตลาดจีนเต็มตัว ปัจจุบัน TOF Center มีเปิดให้บริการแล้วที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา โดยมีแผนที่จะขยายไปยุโรปในปีนี้

นอกเหนือจาก 2 โครงการข้างต้นนี้แล้ว ทีมอลล์ โกลบอล ยังเตรียมเปิดตัวซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์เพื่อนำเข้าสินค้า FMCG เข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น เนื่องจากความต้องการสินค้าใหม่ ๆ และคุณภาพดีขึ้น ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการข้างต้น ไช่เหนียว ซึ่งเป็นเครือข่ายดำเนินธุรกิจด้านสมาร์ทโลจิสติกส์ของอาลีบาบายังเดินหน้าขยายเครือข่ายคลังสินค้าทัณฑ์บน (bonded warehouse) ในประเทศจีน โดยมุ่งที่จะขยายเพิ่มขึ้น 3 เท่า ให้เป็น 3 ล้านตารางเมตร ภายในระยะเวลา 3 ปี 

หลายปีที่ผ่านมา ทีมอลล์ โกลบอล ได้เพิ่มบริการที่ทันสมัยและเพิ่มมูลค่าเพื่อช่วยให้แบรนด์จากต่างประเทศประสบความสำเร็จในตลาดจีน ไม่ว่าจะเป็นการนำธุรกิจเหล่านั้นมาเชื่อมต่อกับอีโคซิสเท็มของอาลีบาบา โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึกที่อยู่ภายในอีโคซิสเท็ม ทำให้คู่ค้าของทีมอลล์ โกลบอล สามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายของตนได้แม้ว่าจะยังไม่ได้เข้ามาตั้งธุรกิจในจีน โดยโครงการที่ช่วยในการเปิดตลาดแรกเข้าและการขยายตลาดภายในประเทศ นับเป็นจุดต่างสำคัญและช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้กับแบรนด์จากต่างประเทศ”   

ตามข้อมูลของทีมอลล์ โกลบอล ในปี 2561 แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาใช้บริการในแพลตฟอร์มของกลุ่มลูกค้าจีน ที่มีความแตกต่างทางด้านอายุ ถิ่นที่อยู่ และความสนใจในประเภทสินค้า โดยพบว่า ผู้ที่เกิดหลังปี 2543 หรือผู้บริโภคในกลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ในขณะภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจต่ำ กลับมีจำนวนผู้ซื้อมากขึ้น ส่วนกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภค Gen Z ให้ความนิยม ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อาทิ เครื่องดื่มคอลลาเจน และ รองเท้าแฟชั่น โดยพบว่า ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและเครื่องมือเพื่อความงามที่เพิ่มขึ้น และจะมีส่วนกระตุ้นให้แนวโน้มจำนวนแบรนด์ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว รวมทั้งยอดขายเครื่องมือเพื่อความงามในปี 2561 เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า​ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มเครื่องมือใหม่ๆ บนแพลตฟอร์มทีมอลล์​ โกลบอล เพื่อสนับสนุนให้แบรนด์ต่างๆ ให้ความสำคัญกับการทำคอนเทนต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังมีอายุไม่มากนัก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มนี้ จะให้ความสำคัญกับเรื่องคอนเทนต์อย่างมาก

“ทีมอลล์ โกลบอล นำเสนอเครื่องมือใหม่ๆ ในการนำเสนอคอนเทนต์บอกเล่าเรื่องราวของแต่ละแบรนด์เพื่อเพิ่มการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมาย เช่น การไลฟ์สดบนเถาป่า ทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรงผ่าน touchpoint ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บริการไลฟ์สด วิดีโอ testimonial โดย influencer และ KOL กลุ่มต่างๆ” 

สำหรับแบรนด์สินค้าไทยที่ประสบความสำเร็จในแพลตฟอร์ม ทีมอลล์ โกลบอล ได้แก่ Ninest แบรนด์เครื่องดื่มรังนก ซึ่งเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์บนทีมอลล์ โกลบอล ในเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา หลังจากใช้กลยุทธ์ทางการตลาดและแคมเปญสนับสนุนด้านการขาย อาทิ การสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ และ Testimonial การไลฟ์สดโดยบล็อกเกอร์ชาวจีน ทำให้ยอดขายเดือนกันยายนสูงถึง 500,000 หยวน หรือราว 2 ล้านกว่าบาท และสามารถทำยอดขายสูงขึ้นได้ถึง 900,000 หยวน หรือ 3 ล้านกว่าบาท ส่วนในปัจจุบัน ยอดขายของแบรนด์ Ninest เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 10 เท่าเลยทีเดียว

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand