เตรียมควบรวมกิจการ ธนชาต x ทหารไทย สู้ศึกธนาคารดิจิทัลแห่งอนาคต

หลังจากมีข่าวลือหนาหูเรื่องการควบรวมกิจกรรมธนาคารพาณิชย์ในไทย ล่าสุดมีการเปิดเผยบันทึกข้อตกลงการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารทหารไทย ที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ ในบันทึกข้อตกลงนี้ระหว่าง 5 ฝ่าย คือ ING Groep N.V , ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) , บริษ้ท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) และ The Bank of Nova Scotia ซึ่งพูดง่ายๆว่าธนาคารทั้งสองค่ายกำลังอยู่ในระหว่างการเจราเพื่อควบรวมกิจการกัน

โดยหากการควบรวมกิจการครั้งนี้ระหว่าง ทหารไทย (TMB)  กับ ธนชาต (Thanachart) สำเร็จ จะทำให้กลายเป็นธนาคารใหญ่อันดับที่ 6 ในประเทศไทย ที่มีทรัพย์สินรวมกัน 1.9 ล้านล้านบาท และทำให้มีฐานลูกค้าประมาณ 10 ล้านราย  อีกทั้งยังเป็นการดึงจุดแข็งของแต่ละธนาคารมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ธนาคารทหารไทย-จุดเด่นด้านเงินฝาก ธนาคารธนชาต-จุดเด่นด้านสินเชื่อรายย่อย ทั้งนี้จะทำให้ธนาคารภายใต้ชื่อใหม่จะแข็งแกร่งต่อสู้และอยู่รอดได้ในยุคดิจิทัล

การเผยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ระหว่าง 2 ธนาคาร สื่บเนื่องมาจากนโยบายของกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้ธนาคารขนาดเล็ก-กลาง สามารถแข่งขันกับธนาคารรายใหญ่ได้ เพราะการย้ายไปสู่การแข่งขันในแง่ดิจิทัลนั้นต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก อีกทั้งกระทรวงการคลังยังสร้างแรงจูงใจด้วยการเสนอสิทธิพิเศษทางภาษีให้กับธนาคารที่ควบรวมกิจการกันด้วย

 

และเอกสารฉบับนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการควบรวมกิจการ เพราะหลังจากนี้ธนาคารทั้งสองแห่งต้องทำการตกลงในรายละเอียดเชิงลึกซึ่งกันและกัน ซึ่งคาดว่าจะปิดดีลก่อนสิ้นปี 2019 แต่ถ้าหากตกลงกันไม่ลงตัว ดีลครั้งนี้ก็อาจจะต้อง “ล่ม”

แหล่งข่าวเสริมว่าฝั่งธนชาตจำเป็นต้องลด shape ทรัพย์สิน (Asset) บางส่วนออกมา ได้แก่ ธนชาต ประกันภัย บล.ธนชาต ราชธานี ลิสซิ่ง  เพื่อให้ Asset บาลานซ์กับทางทหารไทย

นอกจากนี้ทางธนาคารทั้งสองรายได้ร่อนจดหมายเชิญสื่อมวลชนเพื่อทราบบันทึกข้อตกลงฉบับนี้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ (วันพรุ่งนี้)