“ฟูจิตสึ” กางกลยุทธ์รุกตลาดแอร์ในไทย เตรียมบุกโมเดิร์นเทรดปี 2563 [PR]

“ฟูจิตสึ” ผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศญี่ปุ่นถือฤกษ์ปีกุนเจาะตลาดไทยเต็มตัวมั่นใจจุดเด่น “แบรนด์ญี่ปุ่น-มาตรฐานการผลิตยุโรป” เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 4 รุ่นเรือธงป้อนตลาด B2C และ B2B หลังใช้ไทยเป็นฐานส่งออกทั่วโลกมานาน 30 ปี ทุ่มงบประมาณการตลาดกว่า 65 ล้านบาท เร่งสร้างการรับรู้วงกว้างต่อผู้บริโภคปูพรมตลาดผ่านร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและ 300 ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ก่อนบุกตลาดโมเดิร์นเทรดในปี 2563

มร.ทาเคชิ อุจิชิบะ (Mr. Takeshi Uchishiba) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ เจเนอรัล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศภายใต้แบรนด์ “ฟูจิตสึ” (Fujitsu) กล่าวว่า “ฟูจิตสึ” เป็นผู้ประกอบธุรกิจระบบปรับอากาศมากว่าครึ่งศตวรรษ โดยนอกจากประเทศญี่ปุ่น ยังสร้างส่วนแบ่งการตลาดในทวีปอื่นๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาเหนือ และเอเชียอย่างประเทศไทยเป็น โดยเป็นเครื่องปรับอากาศแบรนด์ญี่ปุ่นที่ผลิตตามมาตรฐานยุโรปมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับสิทธิบัตรได้ในด้านคุณสมบัติต่างๆ มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก อาทิ เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีการไหลเวียนของอากาศที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด เทคโนโลยีด้านการปรับอากาศภายในห้อง ระบบสื่อสารเพื่อป้องกันอัคคีภัยและภัยพิบัติ ระบบกรองอากาศที่สามารถทำความสะอาดตนเอง เป็นต้น

“ฟูจิตสึ เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศผู้นำตลาด 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น ขณะเดียวกันยังถือเป็นแบรนด์อันดับ 1-2 ในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และตะวันออกกลาง สิ่งที่ทำให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคคือเรื่องมาตรฐานสินค้าที่มีคุณภาพนับเป็นเวลากว่า 30 ปี ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศยังไม่ค่อยรับรู้แบรนด์มากนัก แต่ในปีนี้ ฟูจิตสึ มีแผนทำการตลาดด้วยตัวเองหลังจากทดลองทำตลาดมาเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยเป็นการทำตลาดผ่านร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศประมาณ 300 รายซึ่งคาดว่าจะเพิ่มเป็น 400 รายในปีนี้ และได้วางแผนว่าในปี 2563 จะเริ่มทำตลาดโมเดิร์นเทรดผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศเพิ่มขึ้น”

ด้าน นายสินเมธ อิ่มเอม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟูจิตสึ เจเนอรัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยในปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นจำนวน 1.5 ล้านเครื่อง “ฟูจิตสึ” มีแบ่งการตลาดประมาณ 2% ประมาณ 450 ล้านบาท การปรับแผนการตลาดมาดำเนินงานเองครั้งนี้จึงคาดว่าปีนี้จะสามารถทำยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หรือประมาณ 600 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 3% โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายในกลุ่ม Business-to-Business (B2B) 40% และ Business-to-Consumer (B2C) 60% ใช้งบการตลาดสำหรับการสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดจำหน่ายประมาณ 65 ล้านบาท ควบคู่กันไปทั้งอะเบิฟ เดอะ ไลน์ (Above the Line) และบีโลว์ เดอะ ไลน์ (Below the Line) โดยจะให้ความสำคัญสื่อออนไลน์มากขึ้น อาทิ การทำไวรัลมาร์เก็ตติ้ง (Viral Marketing) และคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยูทูป เฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม ขณะเดียวกันกิจกรรมส่งเสริมการขายหน้าร้านก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ให้ความสำคัญ

“ปัจจัยสำคัญของการแข่งขันของตลาดเครื่องปรับอากาศนั้นนอกจากเรื่องความเย็น ความทนทาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมแล้ว การประหยัดพลังงานยังถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากที่สุดเนื่อง จากค่าไฟฟ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยถึงปีละ 30-40% ของมูลค่าเครื่องซึ่งเครื่องปรับอากาศที่มีค่าการประหยัดพลังงานสูงๆ สามารถคืนทุนค่าเครื่องได้ในเวลาเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ฟูจิตสึจึงเตรียมปรับสายการผลิตเครื่องปรับอากาศให้ตอบความสนองความต้อง การผู้บริโภคครอบคลุมทุกความต้องการและทุกเซ็กเมนต์ โดยปรับสัดส่วนการผลิตเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Invertor) และนอน-อินเวอร์เตอร์ (non-Invertor) เป็น 70:30 จากที่เคยผลิต 50:50”

ปัจจุบัน บริษัทฯผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก จำนวน 6 ซีรีส์ รวม 29 โมเดล ขนาดตั้งแต่ 9,000 – 54,000 บีทียู โดยปีนี้มีจะเพิ่มเป็น 8 ซีรีส์ 39 โมเดล ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์สู่ตลาดอย่างน้อย 5 รุ่น คือ

  1. เครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย รุ่น Nocria X ขนาด 12,000 บีทียู ด้วยระบบส่งลมด้านข้างทั้งสองทำให้อากาศไหลเวียนได้อย่างสะดวกทุกมุมห้อง, ระบบทำความสะอาดตัวกรองอัตโนมัติพร้อมด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของคนในห้องและปรับการทำงานเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. เครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย รุ่น i-Max ขนาด 9,000 – 24,000 บีทียู ระบบอินเวอร์เตอร์ ให้ค่าประหยัดพลังงานสูงกว่า เบอร์ 5 ระดับ (3 ดาว) สามารถทำงานในสภาวะอุณหภูมิภายนอกสูงถึง 46 องศาเซลเซียส
    ถือเป็นรุ่นไฮ-เอนด์ที่ “ฟูจิตสึ” รับประกันคุณภาพอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์นาน 10 ปี และอะไหล่ทุกชิ้น 3 ปี
  3. เครื่องปรับอากาศสำหรับเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก รุ่น Ceiling ขนาด 18,000-45,000 บีทียู ให้ค่าประหยัดพลังงานสูงถึง เบอร์ 5 ระดับ (1 ดาว) พร้อมด้วยระบบฟอกอากาศสมบูรณ์แบบ สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบตั้งพื้นและแขวนผนัง
  4. เครื่องปรับอากาศรวมศูนย์ขนาดเล็ก รุ่น AIRSTAGE J-IIIL ขนาดตั้งแต่ 4-18 แรงม้า (41,200-170,600 บีทียู) เหมาะสำหรับธุรกิจเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก-กลาง มีจุดเด่นด้านการติดตั้งที่ใช้พื้นที่น้อย เดินระยะท่อได้ไกลสูงสุดถึง 180 เมตร ให้ค่าประพยัดพลังงานสูงสุด COP = 4.33
  5. เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดกลาง รุ่น AIRSTAGE V-III Tropical ขนาดตั้งแต่ 8-54 แรงม้า (76,400 – 513,000 บีทียู) ประหยัดพลังงานสูงสุด COP = 4.31 จุดเด่นคือสามารถทำงานในสภาวะอุณหภูมิภายนอกสูงถึง 52 องศาเซลเซียส โดยมีการเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อนอุปกรณ์ทุกชิ้นส่วนพิเศษเหมาะกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศฟูจิตสึ สามารถชมผลิตภัณฑ์ได้ที่ ร้านตัวแทนจำหน่ายฟูจิตสึ ทั่วประเทศหรือสอบถามรายละเอียดได้ทาง Call Center โทร 02-787-8111 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทาง https://www.fujitsu-general.com/th/