ถอดรหัสความสำเร็จ “จั๊ด จัดให้” ขึ้นแท่นเบอร์ 1 คนเล่าข่าว แต่คอนเทนต์ข่าวของช่อง One31 ยังต้องสู้ต่อ


การแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัล ชัยชนะวัดกันที่ “เรตติ้ง” ว่าใครจะสามารถทำได้มากกว่ากัน เพราะแบรนด์สินค้าหรือเอเจนซี่โฆษณา ใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกซื้อเวลาโฆษณา  แต่การจะได้มาซึ่งเรตติ้ง คงต้องกลับมาดูกันที่พื้นฐานสำคัญของการทำธุรกิจทีวี  จะต้องเริ่มต้นจากมี “คอนเทนต์” คุณภาพ ซึ่งต้องมีองค์ประกอบสำคัญหลายส่วน หนึ่งในนั้น คือ ผู้แสดงนำ หากเป็นคอนเทนต์ประเภทละคร หรือ พิธีกร-ผู้ดำเนินรายการ หากเป็นรายการวาไรตี้ และ ผู้ประกาศ หากเป็นรายการประเภทข่าว เพราะพวกเขาเหล่านั้น  มีบทบาทสำคัญต่อการ “ดึงดูดและตรึง” ผู้ชมไว้ที่หน้าจอทีวี

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า รายการข่าว เป็นหนึ่งคอนเทนต์ได้รับความสนใจจากคนดูเพิ่มมากขึ้น และสามารถสร้างเรตติ้งให้กับช่องทีวีได้มากพอๆ กับละครหรือรายการวาไรตี้ บุคคลที่เป็นคนจุดกระแสความนิยมให้กับรายการข่าวทีวีบ้านเรา คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” พิธีกรและผู้ประกาศข่าวที่มีสไตล์การเล่าข่าวที่ดุเด็ดเผ็ดมัน หากทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการข่าว ก็กล้าตั้งคำถามกับแขกที่มาร่วมรายการ  ชนิดที่ไม่ค่อยมีผู้ดำเนินรายการคนไหนกล้าถาม “สปอร์ตไลท์” จึงส่องมาที่เขา จนขึ้นแท่นเป็นผู้ประกาศข่าวเบอร์ 1 ชื่อเสียงและความดังไม่ต่างจาก “ซุป’ตาร์” แถวหน้าของเมืองไทย เรตติ้งรายการข่าวที่มีเขาเป็นผู้ดำเนินรายการ  เคยทะยานขึ้นเป็นอันดับ ​1 ในรายการข่าว อย่างปฏิเสธไม่ได้  โมเดลการดำเนินรายการข่าวสไตล์ “สรยุทธ” จึงมีคนนำไปใช้ทั้งแบบตรงๆ และพัฒนาต่อยอดในหลากหลายรูปแบบ  ซึ่ง ณ วันนี้ยังไม่มีรายการข่าว หรือ ผู้ประกาศข่าวคนไหน สร้างปรากฎการณ์ความแรงของรายการข่าวได้เท่ากับที่ “สรยุทธ” เคยทำไว้เลย

“จั๊ด-ธีมะ” ผู้ประกาศข่าวชายฟีเว่อร์แห่งปี 

รอบปีที่ผ่านมา ผู้ประกาศข่าว ที่มีความโดดเด่นและถูกจับตามองจากบรรดา “คอข่าว” คนไทย คงเป็นผู้ชายชื่อ “จั๊ด-ธีมะ กาญจนไพริน” เป็นหนึ่งในการพูดถึงทั้งสื่อทีวีและออนไลน์ กับสไตล์การดำเนินรายการเป็นของตัวเอง มีลีลาการเล่าข่าวที่จัดจ้าน โดนใจ ชัดเจน  ตรงไป ตรงมา กล้าพูด กล้าคิด ความสำเร็จของเขาเห็นได้จากการรับรางวัลผู้ประกาศชายฟีเว่อร์ “Fever Awards 2017” แถมยังเข้าชิงรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 สาขาผู้ประกาศข่าวยอดเยี่ยม และรายการเล่าข่าวยอดเยี่ยมด้วย

คุณจั๊ด – ธีมะ กาญจนไพริน

ไม่เพียงรางวัลที่ได้รับเท่านั้น “จั๊ด ธีมะ” ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้รายการข่าวของช่อง ONE31 ก้าวขึ้นมาติดอันดับอันดับ 3  ด้วยเรตติ้ง 0.90 กลุ่มผู้ชมผู้หญิงวัย 35 ปีในเขตกรุงเทพฯ เข้าถึงกลุ่มรับชมได้มากถึง 60% หรือสูงสุดเฉลี่ย 1.2 ล้านคนต่อนาที และสามารถเข้าถึงกลุ่ม Bangkok & Urban ในสัดส่วน 77% และยังส่งผลให้ปีที่ผ่านมาภาพรวมรายการข่าวมีเรตติ้ง 0.43 เพิ่มขึ้น 39% จากปี 2560 ที่มีเรตติ้ง 0.31 ทำให้ภาพรวมทั่วประเทศก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ของกลุ่มรายการข่าว

สำหรับ “จั๊ด-ธีมะ” ได้เข้ามาเริ่มงานกับช่อง ONE31 ในช่วงเดือนมิถุนายน 2559 รับหน้าที่ผู้ประกาศข่าวในรายการตื่นแต่เช้า หลังจากนั้นรายการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ข่าวช่องวัน” ในช่วงเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ช่วงเริ่มต้นการเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง ONE31 เรตติ้งยังไม่สูงมากนัก แต่หลังจากได้จัดรายการข่าวเพิ่ม คือ รายการข่าวเย็นช่องวัน ข่าววันศุกร์ และข่าวช่องวันเสาร์-อาทิตย์ ความนิยมในตัว “จั๊ด-ธีมะ” ก็เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรายการข่าวเย็นช่องวัน ที่มีช่วง “จั๊ด ซัดทุกความจริง” เรตติ้งทั้งตัวพิธีกรและรายการก็เพิ่มสูงขึ้น รายการเรตติ้งของ “จั๊ด-ธีมะ” ซึ่งทำได้ดีสุดคือ ข่าววันศุกร์ เรตติ้งพุงไปสูงถึง 1.9 ใกล้เคียงกับละครหลังข่าวบางเรื่องด้วยซ้ำ

ผังรายการข่าวปี 2562 “จั๊ด-ธีมะ” ยังคงรับผิดชอบ 3 รายการข่าว ได้แก่ 1.รายการข่าวเที่ยงช่องวัน เวลา 11.00-12.30 น. ซึ่งมีจัดรายงานพิเศษช่วง เอาไง ไทยแลนด์ 2.ข่าวเย็นช่องวัน เวลา 16.30-18.00 น. ซึ่งมีจัดรายงานพิเศษช่วง “จั๊ด ซัดทุกความจริง” ด้วย  และ 3. ข่าววันศุกร์ ช่วง 19.00-19.45 น. โดยแนวทางการดำเนินรายการข่าว ยังคงเน้นใน 4 เรื่องหลัก คือ 1.การเล่าเรื่องยากให้ง่าย 2.เล่าเรื่องง่ายให้มีมุมคิด 3.คนชั่วคนทุจริตต้องโจมตี และ 4.คนดีต้องสรรเสริญ ซึ่งจะมีแนวทางการนำเสนอด้วยวิธีการใหม่ๆ ไม่ยึดตามแบบฉบับที่เคยเห็นกันมาในอดีต

“จุดอ่อนข่าวในประเทศไทย คือ คนไม่ชอบเสพข่าวยาก หลักของผม ไม่เอาเรื่องยากไปให้คนดูเสพ แต่เป็นวิธีการเล่าข่าวใหม่ ลักษณะคล้ายช็อกโกแลต เอ็มแอนด์เอ็ม ที่ข้างในเป็นช็อกโกแลตแต่เคลือบไว้ด้วยสีสัน ข่าวเราคือ ช็อกโกแลต แต่วิธีการนำเสนอเหมือนห่อให้เอ็มแอนด์เอ็มมีสีสัน น่ากิน ดูง่าย แต่ยังคงได้ตัวข่าว” คุณจั๊ด ธีมะ เล่าถึงทิศทางการดำเนินรายการข่าวในปีนี้

เล่าข่าวสไตล์ “จั๊ด” ทำให้เรื่องยากให้ง่าย

คุณเดียว วรตั้งตระกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวช่อง ONE31 เล่าว่า ไม่ใช่แค่ช่อง One31 เท่านั้น ที่ได้เรียนรู้จากความสำเร็จของ “จั๊ด-ธีมะ” แต่น่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ทุกช่องเลยทีเดียว ที่ได้เห็นลีลาการเล่าข่าวของเขาคนนี้

“เชื่อว่าทั้งอุตสาหกรรมได้เรียนรู้ด้วยว่าการย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย กลยุทธ์วิธีการนำเสนอ ถ้าเรากล้าฉีกกรอบการนำเสนอแบบเดิมๆ มันกลายเป็นวิธีการใหม่ได้คนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาด้วย กระแสการแชร์ของคอนเทนต์ของ “จั๊ด-ธีมะ” ไปที่กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มนักศึกษา มันกลายเป็นไอดอล เป็นมิติใหม่ของการนำเสนอข่าวไปแล้ว ถ้านำเสนอเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เราจะได้กลุ่มคนดูเพิ่ม”

“ความท้าทาย คือ การทำให้รายการข่าวไปถึงคนดูได้มากน้อยแค่ไหน และการทำให้เกิดความน่าเชื่อ มันเป็นหัวใจสำคัญของข่าวในทุกสำนัก เมื่อเกิดความน่าเชื่อถือคนดูจะเข้ามาเอง  ช่องทีวีเริ่มต้นจากคอนเทนต์ที่ดีก่อน แล้วทุกอย่างจะตามมาเอง คอนเทนต์ยังเป็นหัวใจสำคัญจริงๆ ในยุคที่มีทางเลือกเยอะไปหมด เมื่อ 2-3 ปีก่อนเคยบอกกันว่าทีวีจะตายแล้ว โดนออนไลน์เข้ามาแย่งตลาด แต่พิสูจน์แล้ววันนี้ทีวีไม่มีวันตาย ถ้าหากว่าคอนเทนต์มันยังใช่อยู่”

คอนเทนต์ข่าวของ “ช่องบันเทิง”

เพราะว่า One31 มีพื้นฐานของความเป็นช่องบันเทิง ที่มีละครของคุณบอย-ถกลเกียรติ เป็นแม่เหล็กตั้งแต่ Day 1 รวมทั้งกระแสที่แจ้งเกิดได้บ่อยครั้งก็มักจะเป็นละคร แต่ทิศทางการเติบโตในแง่ของรายได้จาก “ข่าว” มีอัตราสูงขึ้น นั่นเอง จึงเป็นที่มาของการกำหนดคาแร็กเตอร์ “ข่าว” ของช่องให้เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง และทำได้ดีอย่างยิ่งในกรุงเทพ-หัวเมือง

รูปแบบของข่าวช่อง One31 จึงต้องอาศัยทักษะการเล่าข่าวที่ย่อยให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพรีเซนต์ ซึ่งหมายรวมถึงตัวผู้ประกาศ กราฟฟิคต่างๆ วิธีการเล่าเรื่อง

“มันก็คิดเหมือนละครนั่นแหละครับ สำหรับละคร บทต้องดี ผู้กำกับ โปรดักชัน ดาราที่มาถ่ายทอดต้องดีด้วย เป็นองค์ประกอบที่มาด้วยกัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งมันก็ไม่สุด” คุณเดียวอธิบาย

นอกเหนือจากเรตติ้ง ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานของสื่อทีวีแล้ว ปัจจุบัน Engagement ในโซเชียลมีเดีย ก็ต้องใส่ใจเห็นกัน

“ถึงอย่างไรการแข่งขันของทีวีก็ต้องดูที่เรตติ้งแบบเดิมๆ เป็นหลัก แต่เรื่องโซเชียลมีเดียที่เราทำได้ดี มันต้องมีบทพิสูจน์ให้เอเจนซี่เห็นก่อน หมายถึง เขาเห็นคนใกล้ตัวของเขาแชร์เองจริงๆ เขาเห็นคลิปนี้จากโซเชียลมีเดียด้วยตัวเองจริงๆ ซึ่งตอนนี้ความเข้าใจในเรื่องนี้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคุณจั๊ด ที่เขาเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้เยอะมาก”

คุณเดียว วรตั้งตระกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวช่อง ONE31

เสริมทัพหนักทั้งหน้าบ้าน-หลังบ้าน เพื่อเป้าหมาย Top 5 รายการข่าว

ดังนั้นเมื่อเป้าหมายสำคัญของช่อง ONE31 ในปีนี้ คือ การสร้างการเติบโตไม่ว่าจะเป็นเรตติ้ง รายได้ หรือกำไร ที่วางเอาไว้ว่าจะต้องขึ้น Top 5 ในกลุ่มคอนเทนต์ข่าวภาพรวมให้ได้ รวมทั้งรายได้ ที่จากเดิมมีสัดส่วนราว 15% ของช่อง กลายเป็น 30% ให้ได้

สำหรับวิธีการและแนวทางจะไปสู่เป้าหมาย คือ การกลับมาที่เรื่องเบสิก ด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่ดี จึงต้องเริ่มต้นจากการเสริมทีมผู้ประกาศข่าวเข้ามาเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น คุณวีณารัตน์ เลาหภคกุล คุณบัญชา แข็งขัน ผู้ประกาศข่าวจากค่ายเนชั่น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ผู้ประกาศจากค่ายเนชั่นมาแล้วหนึ่งคน คือ คุณปรัชญา อรเอก

คุณปรัชญา อรเอก, คุณวีณารัตน์ เลาหภคกุล , คุณบัญชา แข็งขัน

นอกจากนี้ ผังรายการใหม่ปี 2562 ยังจะมีผู้ประกาศใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคน แต่ยังไม่เปิดเผยว่ามาจากค่ายใด แต่การันตีว่าเปิดตัวออกมาต้องฮือฮาแน่นอน เพื่อทำหน้าที่พิธีกรรายการใหม่ “เอาให้ชัด” ที่จะออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี ระหว่าง 22.30-23.15 น. ในรูปแบบ รายการทอล์คข่าว(Hard Talk) เป็นครั้งแรกที่ช่อง ONE31 จะมีรายการรูปแบบทอล์ค ซึ่งมาเสียบแทนผังรายการเดิมที่เป็นซีรีส์ ละคร และรายการวาไรตี้ โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้

“เราเชื่อว่าข่าวเป็นคอนเทนต์ที่มีสีสัน ที่อยู่ในใจคนดูตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเราจะเสนอข่าวในมุมมองไหน แค่ให้ทันสถานการณ์ หรือเสนอข่าวให้น่าติดตาม มันก็จะมีวิธีการนำเสนอที่ต่างกัน ซึ่งในแต่ละวันจะมี Issue ที่คนติดตามให้ความสนใจ เราน่าจะนำมาขยี้และเอาให้ชัดไปเลย ว่ามันจะจบอย่างไร เชื่อว่าจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ฐานคนดูเราขยายอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าสู้กับซีรีส์หรือรายการอื่นๆ ได้”

แม้ว่ารายการใหม่จะมีเวลาใกล้เคียงกับรายการข่าวของช่องคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นรายการข่าว 3 มิติของช่อง 3 (ช่อง 33) หรือรายการประเด็นเด็ด 7 สี ของช่อง 7 (ช่อง 35) แต่รูปแบบการนำเสนอที่แตกต่าง คือ  จะเป็นสถานการณ์ Current Issue รูปแบบการพูดคุย หรือ Talk จากผู้ประกาศ จากเครดิต และประสบการณ์ในวงการ ทำให้มีฐานแฟนประจำอยู่แล้ว ประกอบกับการปรับรูปแบบให้เข้ากับช่อง ONE 31 อาจจะเป็นหนึ่งมิติในการเป็นทางเลือกใหม่ของคนดูก็ได้

“เราเอาคนดูของเราเป็นที่ตั้ง  ทำงานแบบ Outside-in สิ่งที่คนดูอยากดูอะไร เราจับประเด็นเหล่านั้น  อาจจะมีประเด็นที่เป็น hot issue อาจจะมีจริตที่ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย  ก็ต้องหามุมนำเสนอกับสิ่งที่เขาอยากจะรู้”

ไม่เพียงทีมผู้ประกาศที่เพิ่มมากขึ้น ทีมงานเบื้องหลังหรือกองบรรณาธิการ ช่อง ONE31 ก็เสริมทีมข่าวเข้าขึ้นมาเป็น 110 คน จากช่วงก่อนหน้านี้ได้ปรับลดจำนวนลงไปเหลือประมาณ​ 80 คน  ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการทำงานของเราเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ว่าความใหญ่ไม่ใช่คำตอบ  แต่ความเป็นเล็กพริกขี้หนูนี่แหละคำตอบในการแข่งขันยุคทีวีดิจิทัลปัจจุบันนี้

คุณสมบัติคนข่าว พ.ศ.นี้ ต้อง Multi-Skilled 

จากเดิมที่ช่อง ONE31  มีโต๊ะข่าวหลากหลายเต็มไปหมดทั้งเศรษฐกิจ สตรี กีฬา  แต่ทุกวันนี้ ทุกคนทำได้ทุกข่าว ในกองบรรณาธิการสามารถสลับสับเปลี่ยนทำข่าวอะไรก็ได้ จากโครงสร้างเดิมที่มีนักข่าวมากกว่าปัจจุบันเป็นเท่าตัว แต่โครงสร้างถูกเขย่าใหม่ ให้เล็กลงแต่ตอบทุกฟังก์ชั่นการทำงานได้(Multi-Skilled)

“ถึงเราจะเสริมทัพเข้ามา แต่ทุกท่านที่มาร่วมงานกับเรา เรามองคุณสมับติเรื่องของการย่อยข่าวที่ยากให้เป็นเรื่องง่ายเป็นหลักก่อน อย่างเราได้คุณเผย-วีณารัตน์เข้ามา เราก็คงใช้ความเชี่ยวชาญเรื่องต่างประเทศของคุณเผย แต่ไม่ใช่ว่าข่าวต่างประเทศทุกข่าวเหมาะกับช่องของเรา ก็คงต้องเลือก คุณเผยมีคุณสมบัติที่เล่าข่าวได้หลากหลาย นั่นคือสิ่งที่เรามองหา”

การแข่งขันในคอนเทนต์ข่าวเรื่องของ “รายละเอียด” เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็น “ศิลปะ” ซึ่งต้องใส่ใจ คุณเดี่ยวเล่าให้ฟังว่า เพราะฐานคนดูของช่องเป็นผู้หญิง ดังนั้นต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย โดยอาศัย “ดาต้า” เป็นเครื่องมือ

“เราดูตัวเลขได้เลยเสนอข่าวแบบนี้ คนดูออกไป ถ้าเราบอกว่าคนดูเราเป็นผู้หญิง เสนอเรื่องสัตว์เลี้ยง คนชอบ แต่พอเสนอข่าวเรื่องงู ถ้าซูมงูใกล้ๆ คนดูเปลี่ยนช่อง หรือเรื่องอุบัติเหตุแล้วจังหวะรถชนกัน ถ้าคนดูช่องที่เป็นผู้ชายเยอะๆ อาจจะชอบสะใจ แต่สำหรับเรา เราต้องหยุดภาพไว้ ไม่ให้เห็นจังหวะพวกนี้ชัดเจนเกินไป เล่าเท่าที่เหมาะสม การทำงานข่าวเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจรายละเอียด ระวังอยู่ตลอดเวลา เพราะเราต้องทำให้คนดูเขาอยู่กับเรายาวๆ”

นอกเหนือจากเรื่องการนำเสนอแล้ว การจัดผังรายการก็ต้องสอดแทรกช่วงเวลาของการหารายได้ให้เหมาะสม เช่น ผังรายการประเภท Home Shopping ที่ต้องมาแทรกช่วงละคร เพื่อทำให้คนดูที่รอดูละครได้ดูไปด้วย ไปจนถึงการจัดแพ็คเกจราคาเพื่อนำเสนอมีเดีย เอเจนซี่ให้ช่องไม่มี “เวลาตกน้ำ” ภาษาที่คนทีวีใช้กัน ซึ่งหมายถึงเวลาว่างไม่มีคอนเทนต์ของลูกค้าเข้า

ปี 2562 เน้นข่าว Exclusive  

เส้นทางเริ่มต้นของความสำเร็จรายการข่าวช่อง ONE31 เกิดจากในปี 2560 ได้เริ่มปรับฐานการสร้างรายการข่าว ด้วยการ “เกาะติด” และนำเสนอข่าวตามกระแส เพื่อไม่ให้ต้อง “ตกข่าว” จากก่อนหน้าที่รายการข่าวเป็นเพียงแค่มีประกอบช่องทีวี เมื่อช่องเริ่มส่งอาการว่าจะไปไม่รอด จึงได้เกิดกระบวนการปรับโครงสร้างภายในต่างๆ มากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่คุณเดียว ได้เข้ารับตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว  คือ ต้องการให้ข่าวช่อง ONE31 ไม่ใช่มีแค่ให้คนดูได้เห็น แต่ดูแล้วต้องอยากติดตาม สนุกไปกับข่าว ในปี 2561 จึงได้เริ่มให้ความสำคัญกับรายการข่าว ปรับทิศทางนำเสนอด้วยรูปแบบและเนื้อหาให้น่าสนใจ เป็นการนำเสนอข่าวให้น่าติดตามยิ่งกว่าละคร ตรงกับจริตของคนส่วนใหญ่ หรือ Human Interest  ของกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไปในกลุ่มคนเมือง

สำหรับปี 2562 ทิศทางข่าวถูกวางคอนเซ็ปต์ไว้เป็น Exclusive News ที่จะเจาะประเด็นแบบเข้มข้น และจัดจัดทุกการวิเคราะห์ โดยจะเพิ่มการลงพื้นที่ การนำเสนอข่าวให้รอบด้าน การเพิ่มข่าว Exclusive พร้อมกับการทำให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) และการสื่อสารกับผู้ชมแบบ Two way communication

จากผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งช่อง ONE31 ทำได้ดีจนมีกำไรเป็นปีแรก เพราะเอเจนซี่โฆษณามีความเชื่อมั่นในเรตติ้งที่ขยับเพิ่มขึ้น นำเม็ดเงินมาซื้อโฆษณา สิ่งสำคัญเป็นผลจากการทำงานของทีมงาน และกระแสของ “จั๊ด ธีมะ” ที่เกิดขึ้น ถือเป็นตัวช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน  นี่คงเป็นก้าวสำคัญที่พร้อมจะลุยสงครามธุรกิจทีวีดิจิทัล หลังจากได้ผู้ถือหุ้นใหม่ บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด  บริษัทของลูกสาว นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททอง เจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เข้ามาเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญ โดยให้อำนาจฝ่ายบริหารทำงานได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้