Apple แซะ มือถือ Android ติดโฆษณาเต็มตึก เน้นย้ำเรื่อง Privacy หันหน้าไปทางอีเวนท์ CES ที่ตัวเองไม่ได้มาร่วมงาน

คุณเคยเป็นเด็กที่เพื่อนไม่ให้เล่นด้วย หรือเป็นคนเดียวที่เขาไม่ชวนไปปาร์ตี้วันเกิดหรือเปล่า ความรู้นี้อาจจะกำลังเกิดขึ้นกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่หุ้นร่วงกราวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่าง Apple กับการเรียกร้องความสนใจด้วยโฆษณา Wrap ตึกขนาดใหญ่ ที่จงใจให้ผู้เข่าร่วมงาน Consumer Electronics Show หรือที่เรียกันติดปากว่า CES เห็น งานที่ไม่มี Apple อยู่ในงาน

โฆษณาขนาดยักษ์อยู่ด้านข้างของอาคารใน Las Vegas เล่นกับประโยคทองของชาวเวกัส “what happens in Vegas stays in Vegas” (อะไรที่เกิดขึ้นที่เวกัส ให้อยู่แค่ในเวกัส เพราะเวลาคนที่มาลาสเวกัส มักจะมากิน ดื่ม เที่ยวสุดเหวี่ยง ซะจนต้องฝังมันเป็นความลับที่นี่เท่านั้น) และก็ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติน่าสนใจยกเว้นซะว่า ประโยคดังกล่าวถูก Apple เอามาแปลงคำ แล้วเล่นในช่วงเวลาที่จะมีการจัดงาน Consumer Electronics Show ซึ่งอีเว้นท์ใหญ่ของแวดวงไอที เทคโนโลยีงานใหญ่นี้ ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิต iPhone กลับดูไม่ค่อยมีส่วนร่วมในงานนี้สักเท่าใดนัก 

ด้วยเหตุนี้ Apple จึงใช้พื้นที่ด้านข้างของโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดกับ Las Vegas Convention Center (LVCC) สถานที่จัดงาน ทำ multi-story ad ดีไซน์เรียบง่ายสไตล์ Apple มาพร้อม Copy “What happens on your iPhone, stays on your iPhone.” ด้านล่างนี้มีลิงก์ไปยัง apple.com/privacy เพื่อขยายประเด็นเรื่องการให้ความสำคัญกับเรื่อง privacy หรือความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ที่เกิดขึ้นบน iPhone เช่น Apple Pay, Face ID และข้อมูลด้านสุขภาพที่รวบรวมโดย Apple Watch ซึ่งตำแหน่งของโฆษณาทำให้ทุกคนที่เข้าร่วมงาน CES จะต้องได้เห็นมันอย่างแน่นอน เพื่อจิกกัดมือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งมีปัญหาเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้งาน

แม้จะไม่เคยปรากฏตัวในงาน CES แต่ Apple ก็เป็นเหมือนช้างตัวใหญ่ที่มองไม่เห็นที่แฝงตัวอยู่ในห้องประชุม ท่ามกลางการประชุมที่เต็มไปด้วยผู้ผลิตอุปกรณ์และอุปกรณ์เสริมที่ใช้เวลาและทรัพยากรในการสร้างนอกระบบนิเวศของ Apple อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นหน้าที่ของ Alexa ของ Amazon และ Google’s Assistant ที่ทำหน้าที่หลักในงาน CES และตอนนี้ Apple กลับมาโดดเด่นอีกครั้งด้วยโฆษณาสุดฉลาดดังกล่าว

อีกด้านหนึ่ง มีโฆษณาที่ใช้รูปแบบสีตรงข้ามของข้อความสีดำบนพื้นหลังสีขาวของ Google ด้วยการประกาศตัวเองอย่างภาคภูมิที่ด้านนอกของ LVCC โดย Google ยึดครองพื้นที่มุมหนึ่งของลานจอดรถ LVCC เล่าถึงบริการ Assistant ของแบรนด์ รวมไปถึงรถไฟโมโนเรลท้องถิ่นซึ่งวิ่งผ่านสถานที่จัดงาน CES ก็ยังมีแบนเนอร์ของ Google กับข้อความ “Hey Google” ติดไว้ สามารถเห็นได้ทั่ว LVCC เช่นเดียวกับปีที่แล้ว Google ลงทุนอย่างหนักในการโปรโมท Assistant ในฐานะคู่แข่งที่แข็งแกร่งของ Alexa และจุดโฟกัสของงาน CES แต่ที่พิเศษในปีนี้คือ Apple ได้ซีนบางอย่างที่อาจจะไม่น่ารักเท่าไหร่ให้พูดถึง

Apple ไม่ผิดที่ใช้ความได้เปรียบด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ Alexa ของ Amazon ล้มเหลวอย่างน่าอับอายในด้านนี้ อันดับแรกคือการบันทึกการสนทนาส่วนตัวและส่งไปยังผู้ใช้คนอื่น และจากนั้นยังมีการส่งการบันทึกเสียงกว่า 1,700 ไฟล์ไปให้ผู้ใช้งานคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ สำหรับผู้ช่วยของ Google และ Android ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักของ iPhone นั้นมีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจำนวนมากจากผู้ผลิตอุปกรณ์ Android ที่มีการติดตามข้อมูลของผู้ใช้อย่างล่อแหลม จนทำให้ Google ถูกมองว่ามี Bussiness Model ที่หลอกเอาข้อมูลผู้ใช้ไปขายเพื่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ Apple จึงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเรื่องความปลอดภัย เพราะเน้นการขายฮาร์ดแวร์มากกว่าโฆษณา

แม้ว่าความเป็นส่วนตัวของ Apple อาจเหนือกว่าคู่แข่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความผิดเลย ยกตัวอย่างเช่นผู้ใช้ iPhone ในประเทศจีนได้รับการคุ้มครองน้อยลงจากการสอดแนมโดยรัฐมากกว่าผู้ใช้ในสหรัฐฯ และความเชื่องช้าของ Apple ในการใช้  two-factor authentication ที่มีสาเหตุมาจากการที่ iCloud ของเหล่าเซเลบบริตี้ถูกแฮ็ค ทำให้มีการรั่วไหลของภาพส่วนตัวมากมายที่รู้จักกันในชื่อ Celebgate ที่ทำให้ Apple เสียหน้าอย่างมาก และถ้าหากต้องการจะเจ๋งได้อย่างที่พวกเขาพยายามป่าวประกาศบอกคนตามข้อความบนตึกนั้น ก็ควรจะทำให้มั่นใจได้ว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวของ Apple นั้นไม่มีช่องโหว่ให้จับผิด และนำมาตรฐานเดียวกันไปใช้ทั่วโลก ไม่อย่างนั้นทั้งหมดที่ทำมาอาจจะดูกลวงๆ เล็กน้อย

Source