#เที่ยวต่อไม่รอละ ส่อง “ไอเท็มลับ” ที่ช่วยให้ทริปฉลองปีใหม่ไม่สะดุด

ในช่วงปีใหม่ หยุดยาว และเข้าสู่หน้าหนาว ถือว่าเป็นช่วงเวลาทองแห่งการเดินทางท่องเที่ยวกันเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะไปสัมผัสบรรยากาศความหนาวเหน็บบนดอย หรือเพลิดเพลินกับหิมะในต่างแดน ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับความนิยมจนราคาตั๋วเดินทางพุ่งทะยานถึงขีดสุด

จากข้อมูล สมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว หรือทีทีเอเอ พบว่า “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวมากที่สุด นอกจากนี้ ในปี 2561 องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ยังคาดว่า จะมีคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นกว่า 1.2 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้น 20% หลังเดือนมกราคม

นอกจากนี้ ในปี 2560 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังระบุว่า คนไทยเดินทางออกนอกประเทศถึง 9,104,000 คน นำเงินออกไปใช้จ่ายราวๆ 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.88 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2561 นี้ คาดจะเพิ่มขึ้นกว่า 8.9-9.5% หรือเกิน 10 ล้านคน นำเงินออกนอกประเทศกว่า 3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม สิ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวมักจะให้ความสำคัญ คือ เดินทางด้วยสายการบินอะไร พักที่ไหน เที่ยวที่ไหน ซื้ออะไร ฯลฯ แต่หลายคนกลับลืมที่จะคิดถึงสุขภาพตัวเอง ทำให้การเดินทางซึ่งแทนที่จะสนุก กลับสะดุดเพราะอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ

นอกจากการซื้อประกันการเดินทาง ที่สามารถช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้นแล้ว ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ส่งผลให้ป่วยเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรืออากาศที่เปลี่ยนแปลง เพราะประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน หลายคนไปเจออากาศหนาวๆ ชื้นๆ ทำให้เป็นหวัดกันได้ง่ายๆ ก่อนไปเราจึงจำเป็นต้องดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการป่วยเมื่อพบเจออากาศเปลี่ยนแปลง อาทิ

  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้ครบ 5 หมู่และดื่มน้ำมากๆ
  • ออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเราสามารถเลือกชนิดกีฬาได้ตามความชอบของตัวเอง เพื่อความต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพ่อ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งบางคนอาจจะยาก แต่พยายามเถอะ มันดีจริงๆ
  • รักษาความสะอาด หมั่นล้างมือ และใส่หน้ากากป้องกันเมื่อต้องอยู่ในที่ชุมชนช่วงไข้หวัดระบาด

แต่ในความเป็นจริง โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องมียาสามัญประจำบ้านเบื้องต้น เช่น พาราเซตามอน เกลือแร่ และยาแก้แพ้ รวมถึงตัวช่วยดีๆ ที่ช่วยในเรื่องของอาการหวัด คัดจมูก ที่พกพาง่ายอย่าง “ยาพ่นจมูก” ที่ถือเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยในช่วงที่เกิดคัดจมูกขึ้นมากระทันหัน ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ และหลากหลายชนิด ทั้งแบบมีสเตียรอยส์ และ ไม่มีสเตียรอยส์

เลือก “ยาพ่นจมูก” อย่างไรดี ?

สำหรับการเลือกยาพ่นจมูก ที่เปรียบเสมือนตัวช่วยในต่างแดน หลายคนคงต้องการตัวยาที่ออกฤทธิ์เร็วและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น สามารถดูได้ง่ายๆ คือ ให้เลือกในยี่ห้อที่มีตัวยา “ไซโลเมตาโซลีน” ซึ่งเป็นตัวยาในกลุ่มซิมพาโตมิเมติก ออกฤทธิ์ต่อแอลฟา อะดรีเนอรืจิก รีเซปเตอร์ ในเยื่อเมือกจมูก โดยทำให้เส้นเลือดในโพรงจมูกหดตัว จึงช่วยลดอาการบวมของเยื่อเมือกในจมูกและบริเวณใกล้เคียงของคอหอย และยังช่วยลดอาการที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งน้ำมูกออกมามากเกินไป

พร้อมกับช่วยให้น้ำมูกระบายออกมาได้สะดวกขึ้นอีกด้วย  โดยฤทธิ์ยาสามารถออกฤทธิ์ได้เร็วเพียง 2 นาที และคงอยู่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง สามารถใช้ติดต่อกันได้ไม่เกิน 7 วัน โดยเลือกความเข้มข้น 0.1% สำหรับผู้ใหญ่ และความเข้มข้น 0.05% สำหรับเด็ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ควรใช้ยาเกินขนาดโดยเฉพาะทั้งเด็กและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ควรเลือกที่มี moisture ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นภายในจมูกจากอาการคัดจมูกอีกทางหนึ่ง

ขั้นตอนวิธีใช้

ใครที่ยังไม่เคยใช้ยาพ่นจมูก วิธีใช้ก็ง่ายแสนง่าย ดังนี้

  • ขั้นตอนแรก ต้องสั่งน้ำมูกออกมาให้หมด
  • ถือขวดยาตั้งขึ้นโดยเอาก้นขวดวางไว้บนนิ้วหัวแม่มือและให้หัวฉีดอยู่ระหว่างนิ้วมืออีก 2 นิ้ว
  • เอนศีรษะไปทางด้านหน้าเล็กน้อย และสอดจุกขวดยาเข้าไปในรูจมูก
  • พ่นน้ำยาแล้วค่อยๆ หายใจเข้าทางจมูกในเวลาเดียวกัน
  • ทำความสะอาดและเช็ดหัวฉีดให้แห้งก่อนปิดฝาขวด
  • ระวังอย่าให้เข้าตา
  • ไม่ควรใช้ยาร่วมกับผู้อื่นนะจ๊ะ ของใครของมัน

สำหรับใครที่ต้องการตัวช่วยดีๆ ในช่วงเดินทางท่องเที่ยว สามารถหาซื้อ ยาพ่นจมูก ได้ที่ ร้านขายยาชั้นนำทั่วไป และควรปรึกษาเภสัชกร เพื่อการใช้ยาที่ถูกต้องและปลอดภัย

 

[Advertorial]