3 สิ่งต้องรู้จัก Learn / Unlearn / Relearn ทางรอดเมื่อโลกเข้าสู่ Disruption

ในยุค Disruption ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันตลอดเวลา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของคนในยุคนี้คือ “ความไม่รู้” ดังนั้น หนทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาภาวะของความไม่รู้ก็คือ “การหมั่นเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง” แต่อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในอดีตหลายๆ อย่างไม่ได้เป็นตัวการันตีถึงความสำเร็จในอนาคต ดังนั้น เราจึงควรเรียนรู้ที่จะละทิ้งสิ่งที่เราเคยเรียน เคยเข้าใจที่ผ่านมาด้วย

อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (South East Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “เรื่อง Learn Unlearn Relearn ถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นแก่นรากของการสร้างและพัฒนา Lifelong Learning Ecosystem ซึ่งเป็นหนึ่งในคัมภีร์สุดยอดที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ ต้องเข้าใจ และเริ่มปฎิบัติ ซึ่งแปลว่าทุกคนต้องกล้าเริ่มทำอะไรต่างๆ บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า เราไม่รู้อะไรเลย ต้องไม่ติดกับดักตัวเอง ยึดติดความสำเร็จหรือแนวทางเดิมๆ จนไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที”

ทำไม Learn Unlearn Relearn ถึงสำคัญในยุค Disruption?

ต้องรู้ก่อนว่า Learn Unlearn Relearn จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนเรียนรู้อยู่ในชีวิตประจำวัน อยู่ในทุกการกระทำ แต่เราอาจไม่ได้พิจารณาอยางถ่องแท้เท่านั้นเอง ซึ่งปัจจุบันหลายคนพูดถึง Learn Unlearn Relearn เพราะในอดีต…เราไม่เคยคิดว่ารถจะขับเองได้ ไม่คิดว่าจะไปซื้อของโดยไม่พกเงินสดติดตัวได้ หรือใครจะไปคิดว่าพ่อค้าแม่ค้าในยุคดิจิตอลจะใช้ QR Code เพื่อจับจ่ายโอนเงิน พูดง่ายๆ คือโลกของเราหมุนเร็วขึ้น เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นมาก ยิ่งเราอยู่ในยุค Disruption ที่มีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ๆ อยู่เสมอ หรือไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นไปได้

วิถีชีวิตของคนเราเปลี่ยนไป รูปแบบการบริโภคพลิกโฉมมากกว่า 360 องศา วันนี้เราไม่ได้อยู่ในสภาพเดิม และเราจะอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งเกิดจากกระแส Disruption ส่งผลกระทบต่อเราในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์ เรื่องชีวิตส่วนตัว หรือเรื่องการดำเนินธุรกิจ การทำงาน นั่นแปลว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้เราอยู่รอดหรือยิ่งไปกว่านั้นคือเติบโตในทุกๆ มิติ

รู้จักที่จะ Learn / Unlearn / Relearn

สิ่งจำเป็นและเร่งด่วนในตอนนี้ คือ เราต้องรู้จักที่จะ Learn Unlearn และ Relearn ในความเป็นจริง การเรียนรู้นั้นไม่ใช่เพียงแค่การใส่ข้อมูลความรู้เข้าไปเพียงอย่างเดียว หากแต่การเรียนรู้ที่ถูกต้องประกอบไปด้วย การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Learn) การไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเรียนรู้มา หรือกล้าลบสิ่งเดิมๆ ทิ้งไป (Unlearn) และการเรียนรู้สิ่งที่เคยรู้ด้วยมุมมองใหม่ๆ (Relearn) ทั้งนี้ ขั้นตอน Unlearn และ Relearn มักจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน เพราะว่าเคล็ดลับของการเรียนรู้ที่จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ ความเต็มใจและยินดีที่จะยอมละทิ้งสิ่งที่เคยเรียนรู้มา แล้วลองค้นหาวิธีการใหม่ๆ มาทดแทน แม้ว่าวิธีการนั้นจะเคยนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีก็ตาม

Learn / Unlearn / Relearn คืออะไร

Learn หรือการเรียนรู้ คือ ถือเป็นกระบวนการที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เราเกิด และดำเนินไปตลอดชีวิต เราเรียนรู้กับทุกเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา และเมื่อเราสนใจสิ่งใดเป็นครั้งแรก เราจะให้ความสนใจเพื่อเรียนรู้ให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้น และได้ข้อสรุปกับสิ่งนั้น ผ่านการหาความรู้เพิ่มเติม ผ่านการสังเกต การอ่านการได้ยินได้ฟัง หรือการเรียนรู้ผ่านวิธีการอื่นๆ เช่น การแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างกัน การแชร์ประสบการณ์ การวิเคราะห์และตกผลึกความคิดร่วมกัน เป็นต้น

Unlearn การไม่ยึดติด ละทิ้งสิ่งที่เคยรู้มา พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรายอมเปิดรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เรารู้อยู่แล้ว โดย unlearn นับเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม unlearn ไม่ได้หมายความเพียงแค่การลืมสิ่งที่เคยรู้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปฏิเสธความเชื่อของตนที่เคยยึดถือปฏิบัติมาก่อนหน้านี้ หรือเลิกยึดติดกับทฤษฎีที่ใช้กันมายาวนาน

แต่ไม่ได้หมายความว่า เราต้องละทิ้งประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งหมด หรือบอกว่าวิธีการที่เราใช้มาในอดีตนั้นไม่สามารถทำให้เราประสบความสำเร็จได้อีกต่อไปแล้ว แต่หมายถึงการกระตุ้นให้เราหมั่นเปิดรับแนวทางที่แตกต่างออกไปในการทำสิ่งต่างๆ

Relearn การเรียนรู้สิ่งที่เราเคยรู้แล้วด้วยมุมมองใหม่ และตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ที่เราได้รับจากมุมมองนั้นๆนั่นแปลว่าคนเราสามารถเรียนรู้บางอย่างในแง่มุมใหม่ได้เสมอ และเราสามารถพัฒนาความรู้และทักษะของเราได้ตลอดเวลา

อยากเจ๋ง ต้อง Unlearn ให้เป็น

ทั้งนี้ สิ่งที่ยากที่สุดใน 3 ประเด็น คือ ทักษะในเรื่องของการ Unlearn” เพราะหลายๆ ครั้ง คนเราอาจจะตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจทำตัวเหมือนเป็นน้ำที่เต็มแก้ว ถึงแม้ว่าเราจะได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ มา แต่ทว่าเรายังคงกลับไปใช้กระบวนการเดิม ซึ่งแปลว่ามันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะ Learn อะไรใหม่ๆ

เพราะเหตุใด Apple จึงยังคงเป็นบริษัทชั้นนำที่ได้รับการกล่าวขานในเรื่องของนวัตกรรม เป็นบริษัทที่มีสินค้าใหม่ๆ ที่ไม่มีใครทำมาก่อน คำตอบก็คือ หนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรของเขาให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่อง Unlearn เขาสอนให้คนในองค์กรไม่ยึดติดว่าเราเจ๋ง หรือเก่งกว่าใคร เพราะหากคิดว่าเจ๋งแล้ว ดีแล้ว เขาก็จะไม่คิดค้นสิ่งที่ดีกว่าออกมา ซึ่งตรงนี้เห็นได้ชัดจากคำกล่าวของ Steve Jobs ที่บอกให้คน Stay Hungry, Stay Foolish” หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า “จงกระหายและทำตัวให้โง่ตลอดเวลา” เพื่อกระตุ้นให้ตนเองอยากเรียนรู้นั่นเอง

ดังคำกล่าวของ Alvin Toffler นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกาที่ว่า

โลกแห่ง Disruption กับ Learning Culture ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด

“คนที่ไม่รู้หนังสือในศตวรรษที่ 21 จะไม่ได้หมายถึงผู้ที่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้

แต่จะหมายถึงผู้ที่ไม่สามารถเรียนรู้ ละทิ้งความรู้เดิม แล้วเริ่มเรียนรู้ใหม่ต่างหาก”

อริญญา กล่าวเสริมในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเรียนรู้มากว่า 27 ปีว่า “การที่เราจะ unlearn ได้ เราต้องคว่ำแก้วน้ำของเราก่อน ต้องรู้สึกกระหายก่อนที่องค์กรจะส่งพนักงานไปเรียนสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เขาพร้อมเติมเต็มอะไรใหม่ๆ เข้ามา เพราะหากเราไม่คว่ำแก้วของเรา แน่นอนว่าเราก็คงไม่อยากเรียนรู้ นอกจากนั้น ในฐานะทุกคนที่ร่วมขับเคลื่อนองค์กร การสร้าง Lifelong Learning Ecosystem ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ทุกตารางเมตรในการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เราต้องเร่งสร้างเวทีให้เกิดการทดลอง ลงมือทำ ให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการ Learn Fast, Fail Fast and Move Forward ได้อย่างรวดเร็วเพื่อความก้าวหน้าของตัวเราและองค์กร”

“สุดท้าย เรื่อง Learn Unlearn Relearn นั้นเป็นคีย์หลักสำคัญที่ SEAC ให้ความสำคัญ และเป็นสิ่งที่เราพยายามผลักดันให้ทุกคนที่อยู่ในยุค Disruption เข้าใจและนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและใช้กับวิธีการทำงานของตนเอง เพื่อสร้างรูปแบบการคิด สร้าง mindset สร้างระบบและวัฒนธรรมของการเรียนรู้ Lifelong Learning Ecosystem เพราะเราเชื่อว่าทุกคนไม่ต้องการหยุดนิ่งในการพัฒนาศักยภาพชีวิตและการเรียนรู้ ทุกคนต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง องค์กร และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงของ Disruption นี้” อริญญา กล่าวทิ้งท้าย