25 ปี “พฤกษา” เบื้องหลังตึก Pearl Bangkok มากกว่า “บ้านหลังใหม่” แต่คือ “แลนด์มาร์คใหม่” ของกรุงเทพฯ

    เส้นทางธุรกิจของ “พฤกษา” ยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย นับตั้งแต่วันเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน มีอายุครบ 25 ปีแล้ว ถือเป็นหนุ่มน้อยกำลังเติบโตและก้าวไปสู่วัยผู้ใหญ่ ด้วยความมั่นคงและแข็งแรง เพราะสามารถทำยอดขายได้กว่า 50,000 ล้านบาท เป็นอันดับท็อปของวงการ เฉพาะสินทรัพย์ของบริษัท ณ ไตรมาส 3 ของปี 2561 ก็มีมากกว่า 80,000 ล้านบาทแล้ว ถือว่าตลอดเส้นทางเดินในสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ “พฤกษา” มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

    ในวันเริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 20 เมษายน 2536 “พฤกษา” ใช้ตึกไอทีสแควร์เป็นฐานที่มั่นในการทำงาน เมื่อธุรกิจแตกกิ่งก้านใบ เจริญเติบโตงอกงาม ออฟฟิศก็คับแคบไม่เพียงพอกับจำนวนพนักงาน จึงได้ย้ายมายังอาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ย่านสนามเป้า แต่นั่นก็ไม่เพียงพอสำหรับไม้ใหญ่อย่าง “พฤกษา”  จาก  บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด​ (มหาชน) ก้าวสู่การเป็น บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่เติบโตมากกว่าแค่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย แต่ไปไกลถึงธุรกิจสำนักงานให้เช่า ธุรกิจโรงพยาบาลและเฮลท์แคร์

    เมื่อองค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้น สำนักงานจึงคับแคบลง “พฤกษา” จึงมองหาสถานที่เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกันของคนทั้งองค์กร  ล่าสุด จึงได้รวมพนักงานที่อยู่ตามอาคารสำนักงานหลายแห่ง ย้ายเข้ามาอยู่ในสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางทั้งหมดที่เดียวในอาคาร “เพิร์ล แบงก์ค็อก” (Pearl Bangkok) อาคารขนาดความสูง 25 ชั้น  มูลค่าก่อสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท  ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์   ที่ดำเนินการก่อสร้างและบริหารโดยบริษัท ทีซีที จำกัด ซึ่งคุณทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของส่วนตัว

    การมาอยู่รวมตัวกันของพนักงานที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่  เพื่อให้พนักงานพฤกษารวมถึงลูกค้าและผู้เข้ามาติดต่อได้รับความสะดวกสบาย ทั้งทำเลที่อยู่ใกล้ BTS อารีย์ ความสวยงามภายในอาคาร พร้อมสรรพด้วยเทคโนโลยีและระบบต่างๆที่ทันสมัย มีธนาคารพาณิชย์ชั้นนำถึง 7 แห่ง และ Pruksa Open Home เป็นศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรตั้งแต่จองจนถึงยื่นขอสินเชื่อเพื่อให้บริการอีกด้วย  โดยช่วงที่ผ่านมาได้มีการเปิดใช้อาคาร “เพิร์ล แบงก์ค็อก” อย่างเป็นทางการพร้อมกับการจัดงานเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในวาระครบรอบ 25 ปีพฤกษาด้วย  ซึ่งภายในงานมี 3 ไฮไลท์สำคัญน่าสนใจประกอบด้วย

    1. นิทรรศการ “25 ปี พฤกษา” เส้นทางสู่ผู้นำอสังหาริมทรัพย์

    ภายในงานเปิดตัวอาคารอย่างเป็นทางการ บริเวณห้องโถงของอาคาร ได้ถูกจัดแสดงเป็นห้องนิทรรศการ เพื่อให้เห็นถึงเส้นทางแห่งความสำเร็จตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจมา 25 ปี โดยประกอบด้วย 5 โซนสำคัญ ได้แก่

    โซนที่ 1 : Pruksa Milestones ประวัติความเป็นมาของพฤกษา ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ  พัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์ในราคายูนิตละ 3.5 แสนบาท กับโครงการพฤกษา 1 จนก้าวมาสู่บริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งพร้อมจะขยายต่อเนื่องไปอย่างไม่หยุดยั้ง และไปในอีกหลายธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจโรงพยาบาลและเฮลท์แคร์  เพื่อเดินหน้าไปสู่ยอดขาย 1 แสนล้านบาท

    โซนที่ 2 : Highlight Projects  โซนจัดแสดงและนำเสนอโครงการเด่นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์ ภัสสร สรงประภา เดอะไพรเวซี่ จตุจักร เป็นต้น  ซึ่งตลอดระยะเวลา 25 ปี “พฤกษา”​ ได้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดฯ ครอบคลุมทุกเซ็กต์เมนต์  ที่ผ่านมาส่งมอบที่อยู่อาศัยให้กับคนไทยไปแล้วมากกว่า 2 แสนยูนิต ปัจจุบันส่งมอบบ้านคุณภาพให้กับลูกค้าในแต่ละปี 20,000 ยูนิต และมีจำนวนโครงการที่เปิดขายแล้วกว่า 1,000 โครงการ

    โซนที่ 3 : Pruksa Innovation การจัดแสดงนวัตกรรมการก่อสร้างของพฤกษา  ซึ่งตั้งแต่โครงการแรกของพฤกษาได้นำระบบการก่อสร้างบ้านด้วยระบบผนังสำเร็จรูป หรือ Tunnel Form เทคโนโลยีจากประเทศฝรั่งเศส แทนการก่ออิฐฉาบปูนผนัง ทำให้สามารถก่อสร้างบ้านเสร็จได้รวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน ถือเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เจ้าแรกที่ได้นำนวัตกรรมการก่อสร้างดังกล่าวมาใช้ หลังจากนั้นจึงมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมมาช่วยการก่อสร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้งโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากระเทศเยอรมนี มาเพื่อผลิตชิ้นส่วนสำหรับการก่อสร้างบ้าน  และยังมีการพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างบ้านคุณภาพระบบอุตสาหกรรม ( Pruksa Real Estate Manufacturing ) หรือ Pruksa REM ซึ่งเป็นขั้นตอนการก่อสร้างบ้านที่ประยุกต์แนวคิดจากอุตสาหกรรมรถยนต์มาใช้ร่วมกับการก่อสร้างสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถก่อสร้างบ้านเสร็จได้เพียงระยะเวลา 1 เดือน และยังมีนวัตกรรมอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ “พฤกษา” นำมาใช้ อาทิ การนำเทคโนโลยี IoT เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ชีวิตของลูกค้า เป็นต้น

    โซนที่ 4 : Sustainable Development  เติบโตควบคู่ไปพร้อมการสร้างความยั่งยืน ซึ่ง “พฤกษา” มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม  โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน ด้านจริยธรรมและคุณธรรม ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ พฤกษา อิ่มบุญ อิ่มใจ ธรรมะ…สร้างสุข  การจ้างผู้พิการทำงานในองค์กรและใกล้บ้าน  การมอบทุนการศึกษาผ่านทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ เพื่อส่งเสริมศาสนา การศึกษา และสังคม เป็นต้น

    โซนที่ 5 :  Pearl Bangkok อาคารสำนักงาน “เพิร์ล แบงก์ค็อก” ซึ่งเปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมอาคารในส่วนต่างๆ

    2. โชว์ไฟสุดอลังการ “Pearl Bangkok Lighting Show”

    จากแนวคิดในการก่อสร้างอาคาร “เพิร์ล แบงก์ค็อก” ที่ต้องการให้กลายเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพมหานคร การออกแบบตัวอาคารจึงต้องมีความพิเศษและพิถีพิถัน กว่าแบบอาคารจะแล้วเสร็จ ใช้ระยะเวลาการออกแบบนานกว่า 2 ปี จึงได้รูปแบบของตัวอาคารซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ไข่มุกรูปทรงเมล็ดข้าว” (Rice Pearl Dome)  และในส่วนของโดมด้านหน้าได้แนวคิดมาจาก “หอยมุกมา-เบ” (Ma -Be Pearl)  ที่มีลักษณะทรงกลมครึ่งซีก ด้วยความโค้งมนของอาคาร การใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบและเลือกใช้วัสดุ จึงมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกอาคาร  และสิ่งสำคัญยังเป็นอาคารประหยัดพลังงานที่ได้รับการรับรองการประเมินอาคารเขียวตามมาตรฐาน LEED Certified Green Building ระดับ Gold อีกด้วย

    แต่ในวาระและโอกาสพิเศษ “พฤกษา” จึงทำการจัดงาน Pearl Bangkok Lighting Show เพื่อแสดงแสงสีของไฟทั้งอาคารกลางเมืองในยามค่ำคืน ในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นรูปโลโก้ “พฤกษา” รูปธงชาติไทยอันสวยงาม เป็นต้น  ซึ่งตั้งใจดีไซน์ให้ สวยงาม และอลังการ สำหรับในโอกาสพิเศษ และเทศกาลเฉลิมฉลองในค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ โดยการเปิดไฟอาคารจะจัดทำขึ้นในโอกาสและวาระพิเศษ  ช่วงเทศกาลสำคัญๆ อาทิ วันสงกรานต์ วันแม่แห่งชาติ เป็นต้น

    3. เปิดห้องทำงาน “คุณทองมา” ซีอีโอแสนล้าน

    สำหรับอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากแขกและสื่อมวลชน  คือ การเปิดห้องทำงานของ คุณทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่อยู่บริเวณชั้น 24 โดยเป็นห้องทำงานแสนจะเรียบง่าย ของประดับและการตกแต่งแสนธรรมดา ไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งที่บ่งบอกได้ถึงความเป็น “ซีอีโอแสนล้าน” เลยแม้แต่น้อย ซึ่งภายในห้องทำงานของคุณทองมา จะประกอบด้วย 3  ส่วนหลัก คือ โต๊ะทำงานใหญ่ ที่แทบจะไม่ได้นั่งทำงานจริงจัง แต่เหมาะสำหรับการพูดคุยและสั่งงานกับผู้บริหารมากกกว่า  ส่วนที่สอง เป็นบริเวณด้านหลัง ซึ่งอยู่หน้าห้องน้ำ เป็นโต๊ะทำงานซึ่งมีเอกสารและอุปกรณ์สำนักงานจำเป็นไม่มากนัก และยังมีเก้าอี้เล็กๆอีกตัวไว้สำหรับนั่งคิดงาน เพราะเป็นมุมสงบ ส่วนสุดท้ายเป็นห้องน้ำ

    “ปกติจะเข้ามาทำงานสัปดาห์ละ 2-3 วัน หรือวันที่มีประชุม เพราะหากเข้ามาทำงานทุกวัน ผู้บริหารจะไม่ได้ทำหน้าที่ของเขา และชอบนั่งเก้าอี้ด้านหลัง เพราะเป็นมุมสงบในการคิดงาน” คุณทองมา เล่าถึงการเข้ามาทำงาน  

    สำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งสนใจอยากเข้าชมอาคาร เพิร์ล แบงก์ค็อก” และชมนิทรรศการ 25 ปี พฤกษา  สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 12 มกราคม 2562 นี้เท่านั้น  ถือว่าเป็นเปิดให้เยี่ยมชมได้ในช่วงเวลาที่เพิเศษและมีระยะเวลาจำกัด ที่ไม่ได้มีบ่อยๆ ผู้สนใจเข้ามาชมความงามของสถาปัตยกรรม และ check in ถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน สามารถเดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ ทางออก 1