โลจิสติกส์เดือด ‘ไปรษณีย์ไทย’ ส่งคลิปมัดใจแม่ค้าออนไลน์ อย่าแคร์คนนินทา แต่ยืนข้างคนลงมือทำ

     

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้กระแสสื่อออนไลน์มีอิทธิต่อคนรุ่นใหม่ยุค 4.0 เป็นอย่างมากความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสารที่ย่อโลกให้เล็กลง รวมไปถึงการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ E-Commerce ก็ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

    แม้ในปัจจุบัน สัดส่วนการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะยังเล็กมากเมื่อเทียบกับช่องทางออฟไลฟ์อย่างค้าปลีก แต่เมื่อมองในแง่ของอัตราการเติบโตแล้ว ออนไลน์กลับมีการเติบโตมากถึง 30% ในขณะที่ค้าปลีก เติบโตเพียง 3-4% เท่านั้น การเติบโตของช่องทางออนไลน์ดังกล่าว มีผลจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน อาทิ การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของเทคโนโลยีซึ่งมีความก้าวล้ำมากขึ้น รวมไปถึงผู้เล่นรายใหญ่ๆ ที่เข้ามาผลักดันให้ตลาดออนไลน์ขยายตัว เช่น Alibaba และ Amazon ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในด้านโปรโมชั่นและทุ่มงบโฆษณาตามมา

    หลายสถาบันได้ฟันธงว่า ธุรกิจ E-Commerce ดาวรุ่งปี 2018 ได้แก่ ธุรกิจวิตามินและอาหารเสริม, ธุรกิจความงามที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ, ธุรกิจที่รองรับผู้สูงอายุ และธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสสำเร็จรูป ตามลำดับ

    เมื่อธุรกิจบนโลกออนไลน์เติบโต ส่งผลให้ตลาดการขนส่งโลจิสติกส์ มีความคึกคักเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ) รายงานว่า ในปี 2020  ธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 5.6 พันล้านบาท การเติบโตที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนี้ ส่งผลให้ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัว รวมไปถึงธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งปัจุจบันมีทั้งผู้เล่นรายใหญ่ รายเล็ก รวมไปถึงเหล่าสตาร์อัพเข้ามาบุกตลาด เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งของเค้กชิ้นโตนี้

    สำหรับภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยในปี 2017 เติบโตอยู่ที่ 7% และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้ ในปี 2018 ตลาดรวมโลจิสติกส์มีมูลค่ากว่า 215,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจขนส่งสินค้าทางบกมูลค่า 145,100 – 147,300 ล้านบาท และ ธุรกิจคลังสินค้า มูลค่า 75,500 – 76,700 ล้านบาท

    ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงของตลาดโลจิสติกส์ในปัจจุบัน ทางด้าน “ไปรษณีย์ไทย” ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการด้านการขนส่งที่อยู่เคียงคู่กับคนไทยมากกว่า 100 ปี ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งสู่การ “เป็นผู้นำในธุรกิจไปรษณีย์และการให้บริการ Logistics ครบวงจรในอาเซียน”  ล่าสุดได้เดินหน้าตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจ E-commerce ด้วยบริการ “เซมเดย์โพสต์” (Same Day Post) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัยและตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล

    ทั้งนี้ บริการ Same Day Post สามารถจัดส่งสิ่งของด่วนภายในพื้นที่ ซึ่งหากนำส่งก่อน 11.00 น. ทางไปรษณีย์สามารถนำจ่ายได้ทันที และจะถึงมือผู้รับภายใน 18.00 น.ของวันเดียวกัน ซึ่งจะเริ่มให้บริการ Same Day Post กับลูกค้าที่ใช้บริการ EMS ในปลายเดือนพ.ย.นี้ นำร่องในพื้นที่กทม. นนทบุรี และปทุมธานี และสามารถตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน track & trace หรือเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th

    นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทย ยังเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์และการยืนหยัดอยู่เคียงข้างพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ผ่านคลิปวิดีโอ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไปรษณีย์ไทย เคียงคู่ผู้ลงมือทำ” นำเสนอผ่านมุมมองเจ้าของธุรกิจออนไลน์ ที่แม้ในบางครั้งสังคมอาจเจอปัญหาผู้คนรอบข้างไม่เข้าใจ แต่ยังมีไปรษณีย์ไทยที่ยังคอยอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ

    พร้อมกันนี้ ยังนำเสนอการให้บริการที่หลากหลาย ทั้งการส่งสินค้าภายในประเทศ และระหว่างประเทศ ตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์และลูกค้าทั่วไป ให้สามารถเลือกใช้บริการได้ตามความเหมาะสม

    ส่งไปรษณีย์ภายในประเทศแบบไหนดี ?

    การส่งสินค้าภายในประเทศ มีให้เลือกถึง 8 บริการ ไม่ว่าคุณจะประกอบธุรกิจแบบไหน ก็ครอบคลุมทุกรูปแบบ

    • สำหรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุน ให้เลือกบริการพร้อมส่ง : เหมาจ่ายค่าส่งพร้อมกล่อง เพราะมีให้เลือกถึง 4 ขนาด SS / S / M / L ราคา 30/35/65/75 บาท ตามลำดับ ไม่คิดราคาตามน้ำหนักเพิ่ม แต่ผู้ใช้ต้องทำการสั่งจองกล่อง และทำรายการฝากส่งผ่านแอปพลิเคชัน Promptpost เท่านั้น
    • สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้ความเร่งรีบตลอดเวลา ยอดสั่งจองเข้ามาไม่ขาดมือ ขอแนะนำบริการ EMS ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ บริการที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี ส่งถึงปลายทางแน่นอนในวันรุ่งขึ้น (Next day Delivery) ไม่ต้องดองออเดอร์ไว้ให้สับสน ตรวจสอบสถานะได้ทุกขั้นตอนอีกด้วย
    • มาถึงกลุ่มสินค้าที่ไม่ต้องเร่งรีบมาก และน้ำหนักไม่เยอะ เช่น ร้านเสื้อผ้า ส่งแบบ Registered ไปรษณีย์ลงทะเบียน บริการเสริมจากการส่งไปรษณีย์ธรรมดา สะดวกมาก แต่จะตรวจสอบได้เฉพาะขั้นตอนต้นทาง และสถานะอีกครั้งเมื่อถึงผู้รับ (จำกัดนน.ส่งได้ไม่เกิน 2 กก.)
    • กลุ่มร้านค้าที่ต้องส่งเอกสารยืนยัน เลือกบริการ Certified ไปรษณีย์รับรอง เหมาะสำหรับการส่งเอกสารที่ต้องการหลักฐานในการส่ง (ตรวจสอบสถานะไม่ได้)
    • ธุรกิจที่มีสินค้าพรีเมียม เช่น ร้านทอง หรือร้านเพชร จำเป็นต้องใช้บริการ Insured ไปรษณีย์รับประกัน เพราะเหมาะสำหรับการส่งของที่มีมูลค่าสูง และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีชดใช้ให้ตามวงเงินที่ต้องการ
    • ร้านอะไหล่ที่มีของขนาดเล็ก ให้เลือกส่งพัสดุไปรษณีย์ เพราะส่งของแบบประหยัดได้ถึง 20 กก.
    • ถ้าหากคิดว่า คงมีแต่บริการส่งของชิ้นเล็ก มาถึงสินค้าประเภทร้านเครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ กันบ้าง บริการ Logispost ตอบโจทย์ธุรกิจกลุ่มนี้แน่นอน เพราะใช้สำหรับส่งของขนาดใหญ่ ส่งของหนัก ที่น้ำหนักเกินกว่า 20 กก. หรือมีรูปลักษณะที่จัดส่งในกล่องไม่ได้ (ส่งที่ไปรษณีย์ไทยใกล้บ้านทั่วประเทศ)
    • แต่ถ้าเป็นบริการ Logispost Plus ที่ใช้ส่งของชิ้นใหญ่ และน้ำหนักมากได้เหมือนกัน บริการนี้จะแตกต่างตรงที่ช่วยให้ส่งของได้ไวขึ้น และสามารถนำจ่ายถึงที่บ้านได้

    ส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศแบบไหนดี ?

    ในส่วนของการส่งสินค้าระหว่างประเทศ ก็มีบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ธุรกิจส่งออกให้เลือกทั้งหมด 8 แบบ ด้วยกัน ดังนี้

    • บริการสำหรับสินค้าทุกประเภท รวมถึงของเหลว และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เลือกใช้ Courier Post คูเรียร์โพสต์ได้เลย เพราะเป็นบริการพรีเมียมถึงประเทศปลายทางภายใน 2-4 วัน พร้อมดำเนินพิธีการศุลกากรและนัดหมายผู้รับ บริการเทียบเท่าบริษัทขนส่งเอกชน
    • กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์แปรรูปทั้งหลาย ให้เลือกใช้ EMS World ไปรษณีย์ไทยด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ด้วยเครือข่ายการไปรษณีย์ทั่วโลกที่มีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สินค้าทุกชิ้นไปถึงที่หมายได้แบบไม่มีปัญหา
    • สำหรับธุรกิจต้องส่งออกของไปหลายพื้นที่ทั่วโลก เหมาะกับบริการ EMS One Price เพราะมีกล่องเหมาจ่ายหลายขนาดให้เลือกใช้ส่งด้วยบริการ EMS ทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายจำนวนมากได้ บริการนี้ จะมีกล่อง 3 ขนาดให้เลือก ซึ่งราคากล่องจะแตกต่างกันตามแต่ละกลุ่มโซนประเทศ
    • สินค้าที่ใช้ระยะเวลาในการรอได้ และน้ำหนักไม่มาก ขอแนะนำ ePacket ที่ใช้ส่งของชิ้นเล็กไปต่างประเทศ ซึ่งบริการนี้มีมาตรฐานการส่งระหว่างประเทศแบบใหม่ ไม่มีลายเซนต์ผู้รับ ภายใต้ข้อตกลงของไปรษณีย์แต่ละประเทศ ในราคาสุดประหยัด และตรวจสอบสถานะได้
    • ธุรกิจที่ดูแลสินค้าประเภทของชิ้นน้อย แต่มีมูลค่า เช่น ร้านเครื่องประดับ สามารถส่ง Registered ไปรษณีย์ลงทะเบียนระหว่างประเทศ บริการเสริมจากการส่งไปรษณียภัณฑ์ธรรมดา และมั่นใจได้มากขึ้นกับขั้นตอนการตรวจสอบลายเซนต์
    • Small Packet ใช้ส่งของชิ้นเล็กในราคาสุดคุ้ม เหมาะกับการส่งตัวอย่างสินค้า หรือส่งของที่ไม่มีมูลค่าสูงมากนัก
    • สินค้าทั่วไปที่ไม่เฉพาะเจาะจง ก็ส่งแบบ Parcel Post พัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศได้ เพราะบริการนี้ มีทั้งหมดถึง 3 ทางเลือกในการขนส่ง ทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางอากาศราคาประหยัด ช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่าย และส่งของได้ทุกประเภท
    • สุดท้าย คือ สินค้าประเภทของชิ้นใหญ่ น้ำหนักเยอะ ต้องเลือก Logispost World โลจิสโพสต์เวิลด์ ไว้สำหรับส่งของที่มีน้ำหนักมาก ไม่ว่าจะเป็นงานแฮนด์เมด รูปปั้นแกะสลัก ก็ถึงปลายทางได้อย่างหายห่วง

    นับเป็นอีกก้าวสำคัญของไปรษณีย์ไทย ที่เดินหน้าพัฒนาบริการเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล ตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าธุรกิจออนไลน์ และลูกค้า ให้ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมรับมือการแข่งขันอันรุนแรงในตลาดโลจิสติกส์เช่นในปัจจุบัน