อินไซต์คนไทย จะเที่ยวทั้งที ต้องเป๊ะ ต้องปัง แถมแนวโน้มใช้จ่ายต่อทริปหนักขึ้น 50%

ผลสำรวจและวิจัยระดับ Global Study จากสองสถาบันชั้นนำอย่าง VISA และ Booking.com เพื่อทำความเข้าใจอินไซต์นักเดินทางจากทั่วโลก ซึ่งทำออกมาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน และยังให้ผลที่เชื่อมโยงไปในทิศทางเดียวกันที่สะท้อนได้ว่า นักเดินทางคนไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อได้เดินทางท่องเที่ยว โดยจะเตรียมตัวและวางแผนก่อนการออกเดินทางท่องเที่ยวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก เส้นทางการท่องเที่ยว เสื้อผ้า หน้า ผม ไปจนกระทั่งการแพลนค่าใช้ต่างๆ ที่ต้องใช้ในระหว่างทริปการเดินทาง 

คนไทยชอบเที่ยว แต่เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะ  

เริ่มด้วยข้อมูลจากทางฝั่ง Booking.com ที่สำรวจความคิดเห็นผู้เดินทางทั่วโลก 21,500 คน จาก 29 ประเทศ  และพบว่า นักท่องเที่ยวไทยมีมุมมองว่า ระหว่างทริปท่องเที่ยวคือช่วงเวลาที่สามารถทิ้งความกังวลใจต่างๆ ไว้เบื้องหลัง เพื่อหลบไปใช้เวลาอย่างที่ต้องการ หรือหาสถานที่แปลกใหม่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับตัวเองได้

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผู้เดินทางชาวไทยกว่า 3 ใน 5 หรือ 59% จะรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อได้ไปเที่ยวมากกว่าตอนอยู่บ้าน และส่วนใหญ่พร้อมที่จะถ่ายรูปได้ทุกเมื่อ จึงให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่ใส่ไปเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยนักท่องเที่ยวไทยเกือบครึ่งหรือ 48% มองว่า ชุดที่ใส่ระหว่างไปเที่ยวคืออาวุธลับที่ช่วยสร้างความมั่นใจ ขณะที่อีก 27% รู้สึกมั่นใจในเวลาท่องเที่ยวเพราะได้เดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก

เมื่อลงรายละเอียดก็พบว่า เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้เดินทางชาวไทยรู้สึกมั่นใจเมื่อไปเที่ยวคือ การที่ได้เดินทางกับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อย่างเพื่อนหรือครอบครัว โดยมีจำนวนถึง 87% และในทางกลับกัน 20% จะรู้สึกว่าการวางแผนเตรียมชุดเดินทางผิดพลาดเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อกังวลว่าเสื้อผ้าที่เตรียมไปเน้นแต่ประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม

การเลือกเสื้อผ้ายังส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกในแต่ละวันระหว่างทริปด้วย เพราะถ้าสามารถเลือกเสื้อผ้าตามสไตล์ที่ชอบได้ นักท่องเที่ยวไทยจะรู้สึกสบาย 65% ตามาด้วยความผ่อนคลาย 56% และมีความมั่นใจ 54% ที่สำคัญ 3 ใน 4 หรือ 71% จะรู้สึกมีแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนสไตล์ของตัวเองหลังกลับมาจากการเดินทางท่องเที่ยว

ที่สำคัญนักท่องเที่ยวไทยจะให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เมื่อต้องเลือกเครื่องแต่งกายในระหว่างทริป เช่น ทำการบ้านหาข้อมูล วางแผน และจัดกระเป๋า โดย 56% เห็นว่าการแต่งตัวให้ออกมาดูดีตอนไปเที่ยวคือเรื่องใหญ่ ส่วน 61% ต้องการแต่งชุดที่ดูดีที่สุดสำหรับการถ่ายรูปซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเอาไปแชร์บนโซเชียลมีเดีย ขณะที่ 31% จะให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ตอนไปเที่ยวอย่างยิ่ง ถึงขนาดยอมซื้อเสื้อผ้าใหม่ แทนที่จะเก็บเงินไว้สำหรับไปใช้ทำกิจกรรมระหว่างทริป

โดยแรงบันดาลใจจากการแต่งตัวก็จะมาจากเพื่อนๆ 59%, ครอบครัว 51%, รายการทีวี 48% และจากกลุ่ม Influencer ด้านแฟชั่นและการแต่งกาย 42% เพื่อค้นหาไอเดียว่าจะเลือกเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปเที่ยวอย่างไรดี

นอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในการเลือกเครื่องแต่งกายเมื่อต้องไปท่องเที่ยว เช่น

– 63% ดูจากสไตล์เสื้อผ้าที่หลากหลายในร้านค้าและตลาดในท้องถิ่น

– 55% เลือกจากสีที่เห็น

– 51% ค้นหาแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่น

– 49% ได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าที่คนในท้องถิ่นสวมใส่

– 47% ได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนร่วมทางและจากผู้เดินทางคนอื่น ๆ

– 42% ค้นหาแรงบันดาลใจจากวิวทิวทัศน์

ตามข้อมูลยังพบว่า การประชันเครื่องแต่งกายกันในระหว่างทริป ในระดับที่พอเหมาะพอดีก็จะกระตุ้นให้แต่งตัวได้ดีขึ้น เห็นได้จากผู้เดินทาง 38% ที่อยากแต่งตัวให้ดูดีกว่าเพื่อนร่วมทางเมื่อไปเที่ยว ซึ่งจะส่งผลกับสิ่งที่ผู้เดินทางเลือกที่จะเตรียมตัวนำติดไปด้วย

ยังมีนักท่องเที่ยวที่ลองเปลี่ยนแนวตัวเองในระหว่างเดินทาง เช่น ลองชุดแบบใหม่ ที่ช่วยดึงตัวตนในอีกแง่มุมหนึ่งออกมา โดย 58% เลือกใส่ชุดไปเที่ยวที่มีสีสดใส และมีหลากสีสันกว่าชุดที่ใส่ทั่วไปในแต่ละวัน ส่วน 32% กล้าใส่ชุดที่แหวกแนวยิ่งขึ้นเมื่อไปเที่ยว มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น หรือราว 8% ที่จะเลือกเสื้อผ้าเรียบๆ ไม่สะดุดตา นอกจากนี้การเดินทางยังเปิดโอกาสให้ได้ใส่ชุดหรือเครื่องประดับต่างๆ ที่ไม่ค่อยได้ใส่ตอนอยู่บ้าน เช่น หมวกหรือแว่นอันใหญ่ๆ หรือไม่ต้องดูแลตัวเองมากเหมือนเวลาปกติ เป็นต้น

แนวโน้มนักท่องเที่ยวไทยจ่ายหนักขึ้น แซงค่าเฉลี่ยทั้งเอเชียและทั่วโลก 

ด้าน วีซ่า (VISA) ก็ได้ทำการสำรวจ Visa Global Travel Intentions Study เพื่อศึกษาเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจำนวน 17,500 ราย จาก 27 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา พร้อมทั้งได้คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายนักท่องเที่ยวชาวไทยว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยโดยรวมของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและค่าเฉลี่ยทั่วโลก สำหรับการจัดสรรงบการใช้จ่ายในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวครั้งต่อไป

ผลสำรวจครั้งนี้พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยจะใช้เงินเยอะขึ้นถึง 50% จากทริปที่ผ่านมา มากกว่านักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ที่จะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 46% และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 36%

ทังนี้ ค่าเฉลี่ยจากผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ 49,135.68 บาท (1,502 เหรียญสหรัฐ)  และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 73,670.80 บาท (2,252 เหรียญสหรัฐ) สำหรับการเดินทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ส่วนค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 38,176.65 บาท (1,677 เหรียญสหรัฐ) และ 58,655.31 บาท (1,793 เหรียญสหรัฐ) ตามลำดับ แต่กลับมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่เป็นส่วนต่างสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปน้อยกว่าประเทศไทยอยู่ที่ 80,007 บาท (2,443 เหรียญสหรัฐ)

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “จากที่ได้พูดคุยกับหลายๆองค์กรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยวางแผนใช้เงินเยอะขึ้นในการท่องเที่ยวน่าจะเป็นเพราะทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์ในการชำระเงินที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มประโยชน์และสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยจึงมีความมั่นใจในการใช้จ่ายมากขึ้น”

ผลสำรวจฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่าการใช้บัตรชำระเงินเป็นที่แพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเดินทาง ซึ่งราว 3 ใน 4 หรือ 76% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกใช้บัตรเพื่อชำระเงินจองสิ่งจำเป็นก่อนการเดินทาง อาทิ ตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก โรงแรม เป็นต้น เมื่อเทียบกับการใช้เงินสดที่มีปริมาณการใช้ 52% สะท้อนได้ว่าการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตยังเป็นรูปแบบในการใช้จ่ายหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวเลือกใช้ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจาก มีโปรโมชั่นที่ดี ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า รวมทั้งได้รับรีวอร์ดมากขึ้นหากมีการใช้จ่ายในต่างประเทศ รวมถึงมีความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ

สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย แม้ว่าเงินสดจะยังเป็นตัวเลือกหลักในการใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยว แต่ปริมาณการใช้บัตรเครดิตก็ยังมีถึง 67% โดย 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมใช้บัตรหลายใบในการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะสามารถทำธุรกรรมได้เร็วขึ้น มีจุดรับบัตรอย่างแพร่หลายในร้านค้าในต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมต่ำ และมีรีวอร์ดมากกว่า นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทย 26% ให้ข้อมูลว่าจะใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นหากมีจุดรับบัตรที่แพร่หลายมากกว่าเดิม

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ กระเป๋าสตางค์ดิจิตอล (Digital Wallet) เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยนักเดินทางชาวไทย 1 ใน 4 เคยชำระเงินผ่านกระเป๋าสตางค์ดิจิตอลขณะเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวและกลุ่มที่เดินทางในทริประหว่างไปทำงานต่างประเทศ เป็น 2 กลุ่มหลักที่นิยมใช้การชำระเงินในรูปแบบนี้มากที่สุดถึง 41%

“นักท่องเที่ยวไทยมีความตั้งใจจะท่องเที่ยวและใช้จ่ายมากขึ้นในต่างประเทศ โดยรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายจะมีบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งการเปิดรับแหล่งที่มาของเงินและการชำระเงินที่หลากหลาย ถือเป็นปัจจัยสำคัญและมีผลโดยตรงแก่พฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภค โดยเฉพาะความต้องการและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีหลากหลาย ดังนั้นการยอมรับและทดลองการชำระเงินในรูปแบบใหม่ๆ อาทิ โมบายแอพพลิเคชั่น QR Code หรือบัตรพลาสติก ก็จะเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”  

Photo Credit : NUMBER 24- Authorized Shutterstock Partner in Thailand