ปลุก “ผู้นำ” ให้ตื่น (ตัว) ด้วย “ภาษาใหม่” “The New Language of Leadership” ทางรอดขององค์กรไทยในสมรภูมิ Disruption [PR]

คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (South East Asia Center)

ศูนย์พัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารระดับสูง SEAC สร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนโลก (ธุรกิจ) ครั้งสำคัญ ด้วย “ภาษาใหม่” ที่จะฉุดองค์กรไทยให้พ้นจากวิกฤติและอยู่รอดอย่างยั่งยืนท่ามกลางพายุ Digital Disruption ที่โหมกระหน่ำความรุนแรงแบบไม่สิ้นสุด ในงานสัมมนาระดับโลก “The New Language of Leadership” ครั้งแรกของประเทศไทยที่จะได้ทำความรู้จักกับอาวุธใหม่ในการดำเนินธุรกิจ ร่วมพลิกมุมมองของ “ผู้นำ” ผ่านมันสมองอันเฉียบแหลมของนักสร้างแบรนด์มือฉมัง “มิสเตอร์ ไมเคิล เวนทูร่า” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท ซับ โรซ่า (Sub Rosa) เจ้าของบทพิสูจน์แห่งความสำเร็จอันแรงกล้าด้วย        “ภาษาใหม่” ที่ถูกนำมาใช้สร้างความสำเร็จและฉีกกรอบธุรกิจให้กับองค์ชั้นนำระดับโลก

คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (South East Asia Center) ศูนย์พัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารระดับสูง กล่าวว่า “SEAC เน้นย้ำและเดินหน้าสร้างแรงกระเพื่อมให้กับประเทศไทยให้ตระหนักถึง ความรุนแรงและผลกระทบของโลกในยุค Disruption เราต้องการ “ปลุก” ให้ “ผู้นำ” ลุกขึ้นมา “เปลี่ยน” เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้อยู่รอดและสามารถต่อกรกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน และแสวงหาแนวทางให้สามารถรั้งตำแหน่งผู้นำเอาไว้ได้อย่างมั่นคง พร้อมกระตุ้นให้เกิดการสร้าง “ภาวะผู้นำ” ให้สามารถนำองค์กรสู่การ Transformation ที่สมบูรณ์ เพราะทุกวันนี้ ลำพังแต่จะพึ่งพิง หลักการ วิธีการ กลยุทธ์ทางการตลาด  กลยุทธ์การขาย อาจจะไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืน หากแต่การจะเป็น “ผู้นำ” ที่ดีต้องตระหนักรู้อยู่เสมอว่า โลกเปลี่ยนทุกวินาที องค์กรจะต้องไม่ย่ำอยู่กับที่ ต้องหาวิธี หรือแนวทางใหม่ๆ

และนี่จึงเป็นที่มาของงานสัมมนาระดับโลกครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ The New Language of Leadership” โดย SEAC ที่นำเสนอถึงเรื่องราวของ “ภาษาใหม่” ที่จะเข้ามาทลายกำแพงที่กั้นความคิดของผู้นำ ให้รู้ทันความเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นภาษาที่แบรนด์ดังระดับโลกได้นำมาประยุกต์ใช้และเห็นผลอย่างเด่นชัด ด้วยคำว่า “การเข้าใจแบบหยั่งรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่น” หรือ Empathy และรู้จักนำความเข้าใจแบบลึกซึ้งดังกล่าวมาใช้ให้ถูกบริบทและห้วงเวลา (Applied Empathy) อันจะนำมาซึ่งความสามารถที่จะมีมุมมองและวิธีการใหม่ๆ ต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นทั้งในและนอกองค์กร โดยสะท้อนผ่านนักสร้างแบรนด์ผู้จุดชนวนความสำเร็จทางธุรกิจด้วย “ภาษาใหม่” ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอย่าง มิสเตอร์ ไมเคิล เวนทูร่า (Mr.Michael Ventura) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท ซับ โรซ่า (Sub Rosa) ที่ปรึกษาด้านการสร้างและบริหารแบรนด์ให้กับธุรกิจและองค์กรชั้นนำของโลก และเป็นเจ้าของหนังสือ Applied Empathy: The New Language of Leadership” ที่เป็นเสมือนหนึ่งบทบัญญัติแห่งทางรอดของธุรกิจบทใหม่ ที่สัมฤทธิ์ผลและทรงอิทธิพลเล่มหนึ่งของโลก

Mr.Michael Ventura ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท ซับ โรซ่า (Sub Rosa)

คุณอริญญากล่าวเสริมว่า “ไมเคิล เวนทูร่า ถือเป็น The Master of the New Language of Leadership หรือ“ตัวจริง” ของ “ภาษาใหม่” เป็น CEO เจ้าของบริษัทที่ได้รับรางวัลด้านกลยุทธ์และงานออกแบบ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและฉีกกรอบธุรกิจให้กับองค์ชั้นนำระดับโลก โดยเน้นใช้ “ประสบการณ์” เพื่อปลดล็อคความคิดของผู้นำหรือองค์กรที่ยึดติดกับ “วิชาการ” หรือ “หลักทฤษฎี” โดย “ภาษาใหม่” ประกอบด้วยทักษะ 2 ส่วนที่สำคัญ คือ

  • “Ability to understand” ผู้นำต้องมีทักษะที่จะทำ “ความเข้าใจ” แบบหยั่งรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่น อย่างถ่องแท้ หรือ Empathy เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งกว่า ซึ่งไมเคิลจะเน้นย้ำในเรื่องของการเข้าใจที่เข้าถึงความหมายในทุกบริบทที่อยู่รอบด้านขององค์กร ทั้งลูกค้า (Consumer) คู่แข่งทางธุรกิจ (Colleague) การบริหารงานภายในองค์กร (Yourself) และบุคลากรหรือทีมงานทุกระดับ (People) ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่ก็ตาม โดยต้องเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารอย่างแท้จริง รู้จักและลงมือปฏิบัติในการมองโลกผ่านเลนส์ของคนอื่น เพื่อทำให้เราเข้าใจคนอื่น เข้าใจสถานการณ์และเป็นผู้นำที่มีภาวะผู้นำที่ดีขึ้น แก้ปัญหาได้ดีขึ้น และทำให้ปัญหาที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น ทีมงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดความคล่องตัว และอิสระในการเปลี่ยนแปลงองค์กรได้เร็วขึ้น สู่เป้าหมายที่องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง
  • “Ability to speak” หรือความสามารถที่พูดออกไปได้อย่างแท้จริง หรืออาจกล่าวได้ว่าคือความสามารถ      ในการนำข้อมูลที่ได้จากการทำความเข้าใจสื่อออกไป หรือนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างตอบโจทย์

ซึ่งทั้งหมดนี้ ไมเคิลได้สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่ “ภาษาใหม่” สร้างปรากฏการณ์ขับเคลื่อนโลก ได้อย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จขององค์กรชั้นนำอย่าง จีอี (GE) กูเกิล (Google) แมริออท (Marriott) ไนกี้ (Nike) ไอจูน (iTunes) นิว บาลานซ์ (New Balance) องค์กรเพื่อการกุศล ชาน ซักเคอร์เบิร์ก อินนิชิเอทีฟ (Chan Zuckerberg Initiative) รวมถึงแคมเปญด้านวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติของ          ทำเนียบขาว (The White House) ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เป็นต้น

โดยเมื่อเรามีทักษะ เรื่อง “ภาษาใหม่” ก็จะทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ในมุมใหม่ๆ นำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ คำตอบใหม่ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหนทางสู่ความสำเร็จในโลกยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งสิ้น และที่สำคัญไปกว่านั้นทักษะนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำสามารถเรียนรู้กันได้ ฝึกฝนได้ เพียงแต่ต้องเปิดใจ พร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น

แม้จะมีคำจำกัดความมากมายที่หลายคนพยายามสร้างคำนิยามให้กับโลกในยุคนี้ ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอน แต่ความแน่นอนที่สุดที่จะหยุดความรุนแรงของโลกยุค Disruption นี้ คือการที่ “ผู้นำ” ไทย ได้ถูก “ปลุก” ให้ “ตื่น” (ตัว) เพื่อเรียนรู้ “ภาษาใหม่” และร่วมกันขับเคลื่อนให้ประเทศไปไกลกว่าที่เคย