ยิ่งงง ยิ่งสนั่น Social แฟนต้า เปิดตัว 4 รสพิศวง What the Fruit ให้ผู้บริโภคลุ้นเองจะได้รสไหน

    เป็นอีกปีนึงที่เราได้เห็นตลาด “น้ำอัดลมสี” มีความเคลื่อนไหวและสีสันอย่างมาก เมื่อแบรนด์ใหญ่อย่าง “แฟนต้า” เจ้าตลาดน้ำอัดลมสี เดินหน้าเป็นผู้กำหนด “เกม” การตลาดให้ร้อนระอุ! อยู่เสมอ  ซึ่งกลยุทธ์การตลาดที่ “แฟนต้า” ใช้เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการก็มีหลากหลายกระบวนยุทธ์อย่างมาก

    หนึ่งในไม้เด็ด คือการให้ความสำคัญกับ “Product” หัวใจสำคัญที่แบรนด์ต้องนำมากระตุ้นการบริโภค จึงได้เห็น “ผู้นำ” ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

    ล่าสุดผู้บริโภคอาจต้องร้อง “เฮ้ย!” หนักมาก หรืออาจจะตั้งคำถาม WTF หรือ WHAT THE FRUIT? เป็นแน่ เพราะ “สินค้าใหม่” ของแฟนต้า ไม่เหมือนเดิม  ฉีกกฏการทำตลาดแบบสุดๆไปเลยก็ว่าได้ เป็นแบบไหนน่ะเหรอ Brand Buffet ชวนผู้อ่านไปชำแหละกลยุทธ์กันดู

    - Advertisement -

    “น้ำอัดลมกลุ่มสีสัน” ที่เห็นในท้องตลาดทั่วไป คือ น้ำแดง น้ำเขียว น้ำส้ม และถ้าช่วงหน้าร้อน อาจมีสินค้าไฮไลท์ที่นำผลไม้สุดฮอตต่างๆมาเป็นตัวชูโรง เรียกกระแสให้ตลาดได้ในแต่ละซีซั่น

    แต่ครั้งนี้ “แฟนต้า” เขย่าตลาดน้ำสีใหม่ไม่เหมือนกับครั้งไหนๆ เพราะแบรนด์เลือกนำน้ำผลไม้ “4 รสพิศวงงงงวย” ซึ่งก็คือน้ำอัดลมสีกลิ่นผลไม้ทั้ง 4 รส มาอยู่ในบรรจุภัณฑ์กระป๋อง(CAN)ที่ดีไซน์สีและข้อความเดียวกัน แพ็คเกจจิ้งภายนอกที่ดูไม่ออกแล้ว เปิดกระป๋องเจอเครื่องดื่มข้างใน ยังเป็นสีเดียวกันด้วย “ทุกรส” ชนิดที่มองด้วยตาเปล่า ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่ากระป๋องไหนเป็นรสอะไร จนกว่าจะได้ลิ้มลองด้วยตัวเองเท่านั้น

    แคมเปญนี้นับเป็น “ความกล้า” ของแฟนต้าที่เสนอไอเดียแหวกแนวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นการเพิ่ม “จุดแข็ง” ของผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมสีที่มาจากผลไม้ เพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย “วัยรุ่น” เข้าใจว่าแฟนต้าคือผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลิ่นผลไม้ ไม่ใช่แค่น้ำอัดลมสีทั่วๆไป

    นอกจากนี้การครีเอทไอเดียสินค้าสุดเจ๋ง!แล้ว แบรนด์ได้ปล่อยหมัดการตลาดที่กระแทกใจกลุ่มวัยรุ่นอย่างจัง โดยดึง Message เด็ด  #WTF WHAT THE FRUIT? มาเป็นลูกเล่นและสื่อสารกับผู้บริโภคที่ชอบลองของใหม่ ของแปลก เสี่ยง และสนุกไปกับการ “รู้หรือไม่”

    แม้แบรนด์จะเสนอไอเดียที่แหวกแนว แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนต้ายังคงรักษาไว้และเสนอให้แก่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น คือความสนุกสนานของแบรนด์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และ Brand Value ที่แฟนต้ามีอย่างเหนียวแน่นนั่นเอง

    Product ที่เด็ดแหวกแนว และมาด้วยราคา(Price) 14 บาท ผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ(Place) แล้ว เพื่อให้ครบเครื่อง “แฟนต้า” ยังลุยกิจกรรมส่งเสริมการขาย(Promotion) ที่ไม่ธรรมดา ด้วยการเลียนแบบรถเข็นขายผลไม้ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกันอย่างดีมาเป็นจุดแจกสินค้าตัวอย่างหรือ Sampling เพื่อให้เกิดภาพใหม่ที่ว้าว! และน่าตื่นเต้นตรงกับแบรนด์และได้ใจวัยรุ่นไปพร้อมๆกัน

    ขณะเดียวกันถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการใช้มีเดียใหม่ๆที่เชื่อมโยงกับบริบทของ “ผลไม้” ได้ดีและ สามารถสร้างกระแสให้ตลาดได้ด้วย ยิ่งกว่านั้นจะสร้าง Buzz เรื่องราวของผลิตภัณฑ์ แบรนด์ การตลาดและ #WTF  WHAT THE FRUIT ให้ร้อนแรงในโลกของโซเชียลมีเดียได้ด้วย