ไม่ใช่แค่แอปฯ หาคู่ แต่เรื่องอื่นก็เด็ด และนี่คือ 8 เรื่องเด็ดของ Facebook F8

สิ่งที่ทีมงานของ Facebook ตอกย้ำและนำเสนอในการประชุม Facebook F8 Developer Conference ประจำปี ในวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2018 ก็คือ “การนำผู้คนมาเจอ/ อยู่ร่วมกัน” (Bringing People Together) ซึ่งนั่นเป็นจุดมุ่งหมายแรกนับตั้งแต่ Facebook ก่อตั้งขึ้น ยิ่งเผชิญหน้ากับกรณีที่ข้อมูลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กถูกนำไปให้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองอย่างไม่เหมาะสม เฟซบุ๊ก จึงพยายามจี้ไปที่จุดเด่นของตัวเองในเรื่องนี้อย่างหนัก ผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ที่ถูกพรีเซนต์ในงานนี้ รวมทั้งคำพูดของผู้บริหาร… และนี่คือ 5 ไฮไลต์สำคัญของฟีเจอร์ที่มีอยู่ในบริการของ Facebook

1. VR (Virtual Reality) สื่อโลกเสมือน

Facebook ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาหลายปี  เริ่มด้วยการซื้อกิจการบริษัท Oculus เจ้าของแว่นวีอาร์ Oculus Rift แต่ก็ยังดันแว่นนี้ให้แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างไม่ได้ซะที เพราะติดที่ราคาที่เคยสูงถึง 599 $ หรือประมาณ 2 หมื่นบาท

ทางเฟซบุ๊กจึงพยายามหั่นราคาลงมาเรื่อยๆเป็น 499$ แล้วก็ 399$  และล่าสุดมีรายงานข่าวว่าปีนี้จะมีการออกรุ่นเล็กสเปคบ้านๆ “Oculus Go” หั่นราคาเหลือ 199$ ชนิดที่อาจเข้าเนื้อกันเลยทีเดียว

แว่นวีอาร์ของ Oculus นี้จะไม่ใช่แว่นวีอาร์ที่มีช่องสอดมือถือเข้าไปเป็นจอแบบราคาหลักร้อยที่เราๆ เห็นกัน   แต่นี่เป็นแบบต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์สเปคแรงและการ์ดจอดีหน่อย  จึงให้ภาพและเสียงดีกว่าแบบสอดมือถือมาก

แต่ก็เพราะความ “เรื่องมาก” ที่ต้องคอมฯ ดีการ์ดฯ แรงนี่เอง  ทำให้ต้นทุนรวมๆ แพงเกินจนไม่ฮิตซะที   ซึ่งจุดนี้แว่น Oculus Go หวังจะผ่านไปให้ได้  เพราะนอกจากตัวแว่นจะถูกกว่ารุ่นอื่นมากแล้ว   ก็ยังไม่เรียกร้องสเปคคอมฯและการ์ดจอโหดเท่ารุ่นพี่ด้วย

ซึ่งหาก Oculus Go แจ้งเกิดสำเร็จ  ปี 2018 นี้เราน่าจะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆเกี่ยวกับ VR บนเฟซบุ๊ก จากเดิมที่มีแต่ภาพหรือคลิป 360 องศา และการทดลองรายงานข่าวผ่านตัวอวาตาร์ 3 มิติ เป็นต้น

2. AR  (Augmented Reality) สื่อภาพซ้อน

หลังจากดูเหมือนจะเน้นแต่ VR มาหลายปี  แต่คาดว่าปีนี้ทาง Facebook จะมาเน้น AR ไปด้วยควบคู่กัน  เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทคอื่นๆต่างก็ก้าวหน้าทางนี้กันหมดแล้ว

เช่น Google มีระบบ Tango สำหรับซ้อนภาพวัตถุลงบนสถานที่จริงได้เนียนสนิท แถมยังมี AR sticker ออกมาให้ซ้อนสติกเกอร์สามมิติลงบนฉากจริงแบบเนียนๆแล้ว ส่วน Apple ก็มี ARkit เพื่อเป้าหมายเดียวกัน และยังใช้ซ้อนหน้ากากลงบนหน้าจริงได้เนียนสนิท  ถึงจะส่ายหน้าก็ไม่หลุด  หรือแม้แต่เกมอย่าง Pokemon Go ก็มี AR mode ไว้ให้ดูหรือถ่ายรูปสัตว์ประหลาดซ้อนลงบนฉากจริง ฯลฯ

แล้วแบบนี้ทาง Facebook จะอยู่เฉยได้อย่างไร ?  จึงฟันธงได้ว่าปีนี้เฟสบุ๊คต้องบุกด้านนี้แน่  เช่น ฟิลเตอร์ถ่ายรูปแบบซ้อนหน้ากากได้  หรืออื่นๆในแนวทางเดียวกับคู่แข่งทั้งหลายที่ว่าไป

3. แอพแชท Messenger ในการค้าขายแบบ e-commerce

Facebook ทำเงินจากโฆษณาไน news feed ได้มากมาย  แต่กลัลทำเงินได้ยากในแอปพลิเคชั่นแชทอย่าง Messenger ดังนั้นจึงเป็นแนวทางที่เฟซบุ๊กพยายามพัฒนาและผลักดันอยู่ก็คือ chat bot โดยทั้งผลิตเองและทำตลาดกลางให้มีการจำหน่ายขาย bot กันคล้ายกับการขายแอพใน App Store ของ iOS หรือ  Play store ของ Android

ปีนี้จึงคาดการณ์ได้ว่าจะเห็นการพยายามผลักดันให้ธุรกิจต่างๆใช้ bot มาตอบอินบ๊อกซ์แทนคน   โดยเฉพาะกับบริษัทใหญ่ๆ ที่อาจใช้แทนคอลเซ็นเตอร์ได้บ้างในระดับหนึ่ง

โดยเฉพาะการค้าขายออนไลน์ก็น่าจะใช้ได้ดีและมีประโยชน์มาก  เช่น การตอบราคาและข้อมูลสินค้าโดยผู้ซื้อไม่ต้องไปเสิร์ชเอง   หรือการติดตามถามว่าของส่งหรือยัง ?  ไปจนถึงการสั่งซื้อและจ่ายเงินทางแชทผ่านบอทกันเลย ! …ซึ่งหากเวิร์คและแพร่หลาย  ทาง Facebook ก็จะต่อยอดแบ่งเม็ดเงินอีกต่อหนึ่งได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังเพิ่มการแปลภาษา เพื่อให้การติดต่อเป็นเรื่องง่ายขึ้น รวมทั้งทำให้การใช้งานง่ายขึ้นด้วย

4. การวัดผลที่ตอบโจทย์มากขึ้น

จากที่เคยสนใจกันแต่ยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดเมนต์   ปีนี้น่าจะได้เห็นเฟซบุ๊กผลักดันการวัดผลที่ลึกและใช้ประโยชน์ได้กว่านั้นมากมาย  เช่น เร็วๆนี้ก็มีเครื่องวัดที่ช่วยให้รู้ได้ว่าคนที่มาเห็นโฆษณาในเฟซบุ๊กแล้ว ไปเข้าร้านค้าจริงมากน้อยแค่ไหน (“Store Visits”) โดยใช้เทคโนโลยี “beacon” ช่วยตามติด

หรืออีกเครื่องมือหนึ่งที่จะมาช่วยวัด “Store Visits” ได้ก็คือ “QR reward” คือให้แต่ละโฆษณาในเฟซบุ๊กสามารถออก QR code ได้ง่ายๆ  ให้ลูกค้านำไปใช้เป็นส่วนลดหรือรับของแถมที่ร้านค้า

5. ดันฟีเจอร์ใหม่ๆ – – หน้า “Watch” รวมวิดิโอใน FB vs ระบบเสิร์ชด้วยรูปด้วย IG

ปี 2017 ที่ผ่านมานั้น Facebook เน้นสื่อวิดีโอมาก  ทั้งคลิปและการไลฟ์ สังเกตได้จากโพสต์ไหนที่เป็นคลิปหรือไลฟ์นั้นมักจะได้โชว์ใน news feed หรือการแจ้งเตือนมากกว่าโพสต์ข้อความหรือรูปทั่วไปมาก 

และอีกอย่างก็คือแท็บหรือเมนู “Watch” ที่รวมเอาการไลฟ์และคลิปที่เพื่อนๆ และเพจต่างๆ โพสต์มาไว้ที่เดียว ซึ่งปีนี้ก็น่าจะยังเห็นเฟซบุ๊กผลักดันตรงนี้ต่อไป

นอกจากนี้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างการเสิร์ชด้วยรูป  เช่น ถ่ายรูปส้อมขึ้นไป  แล้วระบบก็จะโชว์โพสต์ทั้งหลายที่มีรูปส้อมออกมา  โดยเฉพาะโพสต์ขายของ   ซึ่งระบบอย่างนี้ทางเฟซบุ๊กกำลังทดลองใน Instagram อยู่แล้วด้วย เรียกได้ว่าลงฟีเจอร์ที่ช่วยให้เกิดการช็อปปิ้งผ่านเฟซบุ๊กให้มากที่สุด 

6. Dating หาคู่ ผ่าน FB 

ฟีเจอร์ที่มีผู้คนกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง (และรอคอย) “Dating” เอาไว้สร้างตารางนัดเดทหรือนัดหมายลับบน Facebook สามารถสร้างเป็นโปรไฟล์หาคู่ มองเห็นได้เฉพาะคนที่ไม่ได้ Add Friends แต่เพื่อนเราจะไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว โดย Facebook มองว่าตัวเองมีดาต้าของผู้ใช้งาน ทั้งสถานที่ๆ ไป ความชื่นชอบ ความสนใจ ดังนั้นก็น่าจะเอาข้อมูลดังกล่าวมาจับคู่คนที่มีแนวโน้มจะเข้าอกเข้าใจในเรื่องเดียวกัน การขับเคลื่อนครั้งนี้ของ Facebook เล่นเอาแอปพลิเคชั่นหาคู่รายอื่นๆ อยู่ไม่ติด ต้องปรับตัวขนานใหญ่เลยทีเดียว

7. 3D photos

โพสต์รูป 3 มิติ ได้แล้ว และเชื่อว่าจะโพสต์ได้ทั้งหมดในช่วงหน้าร้อนปีนี้ หลังจากทดลองมาแล้วในเดือนกุมภาพันธ์

8. Clear History ลบประวัติการใช้งานได้

หลังจากเกิดเหตุการณ์ Cambridge Analytica เฟซบุ๊กต้องหันมาทบทวนมาตรการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน โดยผู้เล่นสามารถลบข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่ Facebook จัดเก็บไว้ได้ อารมณ์คล้ายๆ ลบ Cookies ออกจาก Browser ที่เราใช้งาน นั่นทำให้อาจทำให้ลดประสบการณ์การใช้งานของ Facebook ลง แต่ก็ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้เล่นรู้สึกอุ่นใจเพิ่มขึ้น

ปี 2018 เทรนด์เหล่านี้จะมาครบหรือไม่? มามากน้อยแค่ไหน?  และจะกระทบกับเราในแง่ผู้ใช้งาน รวมทั้งกระทบในมุม Digital Marketer มากน้อยเพียงใด? หรือจะมีเทรนด์ใหม่ที่คาดไม่ถึง ? …ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป !