“อินทนิล” ยกโมเดลใหญ่ “แฟล็กชิพสโตร์” ตั้งกลางกรุงฯ “ลาว-กัมพูชา” หมัดเด็ดเจาะตลาดกาแฟอินเตอร์ในพริบตา

1

มีการประมาณการธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านบาท และแนวโน้มยังคงขยายตัวได้อีก กลายเป็นเหตุและผลที่ดึงดูดให้มีผู้ประกอบการเข้ามาทำตลาดเพิ่มประมาณมากขึ้น ส่งผลต่อการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงตามมาอีกทอดหนึ่ง

หากเดินไปตามถนนหนทาง สถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) หรือจะเดินเข้าไปในห้างค้าปลีก ผู้บริโภคจะได้พบร้านกาแฟเต็มไปหมด ส่วนใหญ่พยายามหาจุดเด่น จุดดีมาเป็นจุดขายเพื่อแข่งกัน แต่ถ้าหากพูดถึงแบรนด์ร้านกาแฟ “อินทนิล”(Inthanin) ต้องยอมรับว่าเป็นอีกแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์โดดเด่นในตลาด และยิ่งถ้ากล่าวถึงวัตถุดิบกาแฟ “ออร์แกนิค” ยิ่งต้องหันมามองที่แบรนด์นี้ เพราะเป็นการชูจุดแข็งสร้างความแตกต่างในตลาดให้ฉีกออกไปได้

ปัจจุบันอินทนิล มีร้านกาแฟให้บริการลูกค้ากว่า 400 สาขาทั่วประเทศ และร้านกาแฟพรีเมียมแบรนด์ “อินทนิล การ์เด้น” มากกว่า 40 สาขา แผนรุกธุรกิจในปี 2561 ได้เห็นการขยับตัวก้าวสำคัญอีกครั้ง เมื่อบริษัท บางจาก รีเทล จำกัด ได้ลงนามสัญญามอบสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ (Master Franchise) ร้านกาแฟอินทนิลในประเทศกัมพูชาและประเทศลาวให้บริษัท อาร์ซีจี รีเทล (กัมพูชา) จำกัด เพื่อเปิดร้านกาแฟภายใต้คอนเซ็ปต์ “More than just a high quality coffee” มีร้านรูปแบบต่างๆตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในท้องถิ่นนั้นๆ(Local) รวมถึงการเปิดร้านแฟล็กชิพสโตร์ (Flagship Store)

สำหรับเหตุผลของการขยายธุรกิจร้านกาแฟอินทนิลเข้าไปยังตลาดกัมพูชา และลาว เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศตลาดที่มีศักยภาพ การ “ขยายตัวสูงมาก” จากพฤติกรรมผู้บริโภคชาวกัมพูชาและลาว “นิยม” ดื่มกาแฟมากขึ้น ยิ่งไปดูอัตราการเติบโตของตลาดไม่ธรรมดา แต่เป็นการ “โตติดสปีด”

ด้วยประเทศกัมพูชา และลาว เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของนักเดินทางอยู่ไม่น้อย เพราะมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก ธรรมชาติที่น่าสนใจ การเข้าไปเปิดจะเปิดร้านแรกที่ “เมืองเสียมราฐ” เพราะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว จากนั้นจะยกโมเดลใหญ่สาขาเรือธง(Flagship Store)ไปเอาใจตลาดและผู้บริโภคที่ “กลางกรุงพนมเปญ” เพื่อเปิดให้บริการไตรมาส 1 นี้ ส่วนประเทศลาวจะเปิดในไตรมาส 3 หลังจบสเต็ปแรกคือการเปิดร้านใหญ่ นับเป็นการปูทางสู่เป้าหมายใหญ่ขยาย 100 สาขาใน 2 ประเทศ

ไม่เพียงคอนเซ็ปต์ร้านใหญ่ Flagship store เพราะจุดขายของร้านกาแฟอินทนิลในต่างประเทศ จะมีการนำเสนอสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ เพิ่มความวาไรตี้ของสินค้าให้มากกว่าร้านทั่วไป เหมือนกับร้านอินทนิล บิสโทร ที่สาขาท่าอากาศยานดอนเมือง เพราะนอกจากจะมีเมนูพระเอกนางเอกอย่าง กาแฟและเบเกอรี่แล้ว ในร้านยังมีอาหารอื่นๆ ไว้บริการลูกค้า เช่น สลัด สปาเกตตี้ ไอศกรีม รวมทั้งไฮไลท์ “อินทนิล การ์เด้น” กาแฟออแกนิค อราบิก้า 100% ที่พร้อมเสิร์ฟลูกค้า นับเป็นการมุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่รักกาแฟออร์แกนิคอย่างแท้จริง และแบรนด์อินทนิลถือเป็นผู้นำที่สำคัญของตลาดกาแฟในหมวดออร์แกนิคด้วย

รูปแบบที่จะขยายไปในกัมพูชาและประเทศลางจะอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน คือ More than just a high quality coffee ส่วนรูปแบบร้านกาแฟอินทนิลที่จะขยายในต่างประเทศอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ เป็นหลัก” วิบูลย์ วงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด

สำหรับการขยายธุรกิจร้านกาแฟอินทนิลยังไม่หยุดแค่ 2 ตลาดใหม่ เพราะ “โอกาส” ยังมีอยู่ทั่วโลก ยิ่งการที่บริษัทเป็นพันธมิตรกับธุรกิจค้าปลีกระดับโลกจาก “สพาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” (SPAR International)  ที่มีสาขาร้านสะดวกซื้อเครือข่ายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จึงมีเป็นสปริงบอร์ดที่จะช่วยให้เกิดการซีนเนอร์ยีขยายธุรกิจร้านกาแฟอินทนิลไปยังประเทศต่างๆในอนาคต

แม้จะมุ่งไปยังตลาดภูมิภาค(Regional) แต่ในประเทศ ก็ยังคงมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน “สมชัย เตชะวณิช” ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เล่าถึง “เป้าหมาย” 3 ปีข้างหน้าว่าจะมุ่งมั่นเปิดร้านกาแฟอินทนิลให้ได้มากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ

“ปี 2549 เป็นปีแรกที่แบรนด์ร้านกาแฟอินทนิลได้แจ้งเกิดในตลาด และสาขาแรกที่เราเปิดให้บริการตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เพื่อเป็นเพื่อนร่วมทางให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศ หลังจากนั้นแบรนด์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการขยายสาขาหลากหลายรูปแบบทั้งร้านเดี่ยวหรือ Standalone ร้านที่ตั้งอยู่นอกปั๊มน้ำมัน โดยกระจายไปอยู่ทั้งภายในศูนย์การค้า มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และอนาคตอันใกล้เราต้องการเห็นร้านกาแฟอินทนิลเติบใหญ่มีสาขาในไทยมากกว่า 1,000 สาขา”

ด้าน “จีรนันท์ วงษ์มงคล” ประธานกรรมการ บริษัท อาร์ซีจี รีเทล (กัมพูชา) จำกัด มองเห็นศักยภาพ ชื่อเสียงของแบรนด์ร้านกาแฟอินทนิลที่ผู้บริโภคชาวไทยให้การยอมรับอย่างดี แบรนด์มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น จึงเหนโอกาสในการนำไปขยายยังกัมพูชาและลาว มีเป้าหมายจะเจาะตลาดให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ และปัจจุบันบริษัทได้เตรียมความพร้อมทุกด้าน ทั้งบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ การทำการตลาด และการเตรียมการสร้างสถาบันการฝึกอบรมรองรับการพัฒนาบุคลากรให้มีมาตรฐาน เพื่อผลักดันแบรนด์ไทยให้ผงาดในตลาดเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป