6 ปี ME by TMB ผู้จุดกระแส ‘ดิจิทัลแบงก์กิ้งไทย’ คิดได้ก่อน ทำได้ก่อน และกล้าที่จะต่าง

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 6 ปีเต็มของ ME by TMB สะท้อนออกมาให้เห็นจากตัวเลขการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยสูงถึง 63% ด้วยฐานลูกค้าเงินฝากคุณภาพกว่า 3 แสนบัญชี ทำให้วันนี้ ME ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ผู้นำดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในมุมของการเป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ถ้านึกย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว แทบไม่มีใครรู้จักคำว่า ดิจิทัลแบงก์กิ้ง แต่แบรนด์ ME by TMB คิดได้ก่อน และคาดการณ์กระแสดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ก่อน อีกทั้งยังกล้าฉีกทุกกฎการธนาคารรูปแบบเดิมๆด้วยการเปิดตัวบัญชีเงินฝากดิจิทัลภายใต้คอนเซ็ปต์  “Self-Service Banking to Get More” บัญชีเงินฝากที่ให้คุณทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลด้วยตนเอง เพื่อผลตอบแทนที่มากกว่า โดยลูกค้าสามารถดำเนินการทุกขั้นตอนผ่านช่องทางดิจิทัล ตั้งแต่การเปิดบัญชี ไปจนถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยที่ไม่ต้องไปสาขา ไม่มีสมุดบัญชี (ฝาก – โอน และเช็คดอกเบี้ยสะสม ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทางออนไลน์ แอพพลิเคชั่น และ Call Center)

และด้วยการเป็นการธนาคารในรูปแบบดิจิทัล จึงทำให้ ME by TMB สามารถลดต้นทุนการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำมาแปลงเป็นผลตอบแทนให้ลูกค้าได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป การไม่คิดค่าบริการ SMS รายเดือน และ ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆและถือเป็นธนาคารเดียวที่สามารถพูดได้ว่าเป็น Purely Digital Banking อย่างแท้จริง

การก้าวสู่ปีที่ 7 ของ ME by TMB จึงน่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่เพียงเดินหน้าเติบโตไม่น้อยกว่า 20% แต่ยังมีการขยายการให้บริการทางการเงินใหม่ๆ ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ทางการเงินของคนยุคดิจิทัลที่ยังคงยืนอยู่บนแนวคิดที่แข็งแกร่งของแบรนด์คือ“Always Get MORE with ME” ลูกค้า ME ได้มากกว่าเสมอ

เบื้องหลังความสำเร็จ

ปัจจัยที่สนับสนุนให้แบรนด์ ME by TMB ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ด้านบัญชีเงินฝากดิจิทัล มาจากการเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในเรื่องของการให้อัตราดอกเบี้ยที่ดีสุดเมื่อเทียบกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปโดยให้อัตราดอกเบี้ยที่มากกว่าเฉลี่ยถึง 4.5 เท่า ปัจจุบันคือ 1.7 % ต่อปี ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นบัญชีเงินฝากที่ตอบโจทย์เรื่องของความคล่องตัว และมีความปลอดภัยสูง ซึ่งเป็น Benefit ที่คนรุ่นใหม่ต้องการจากการฝากเงิน

ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ ME by TMB เป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าก็คือ การทำแคมเปญการตลาดต่างๆ ภายใต้แนวทาง Disruptive Marketing ซึ่งช่วยทำให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ทางการเงินของคนรุ่นใหม่แบบเต็มภาคภูมิ และมักจะสร้างปรากฏการณ์ Talk of The Town อาทิ แคมเปญเติมน้ำมันฟรี เพียงเติมด้วยตนเอง แคมเปญปลุกเงินให้ตื่น ซึ่งได้รับ Guinness World Record, แคมเปญ เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นความความสำเร็จ

และ แคมเปญล่าสุด ME is MORE ที่สร้างกระแส #อย่ามาน้อย เพื่อปลุกกระแสให้ทุกคนหันมามองบัญชีเงินฝากตัวเองว่าคุณกำลังได้ดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คุณควรจะได้หรือไม่ และการเปิดตัว ME BOT อัจฉริยะที่สามารถตอบคำถามลูกค้าเบื้องต้นได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทาง Facebook Messenger เป็นครั้งแรกของวงการธนาคารไทยนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแคมเปญการตลาดที่ฉีกและสร้างความแตกต่างแบบสุดขั้วตามสไตล์ของ ME

คุณมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี และ ME by TMB เปิดเผยถึงความสำเร็จในการให้บริการตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมาว่า

ME ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งจำนวนผู้เปิดบัญชี และจำนวนเงินฝากที่สูงขึ้นทุกปี ปัจจุบันมีลูกค้ารวมมากกว่า 300,000 บัญชีโดยในปี 2560 จำนวนลูกค้าใหม่ของ ME เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 21% และเติบโตต่อเนื่องตลอด 6 ปี ที่ผ่านมาเฉลี่ย 63%จากตัวเลขการเติบโตของ ME พบว่าลูกค้ากว่า 80% เป็นคนรุ่นใหม่ถึงวัยทำงาน ช่วงอายุตั้งแต่ 18-46  ปีจากสัดส่วนดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าลูกค้าของ ME มีทั้งกลุ่มลูกค้าเจน X คนวัยทำงาน และคนรุ่นใหม่เจน Y และเจน M  ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ พร้อมใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ชอบความคล่องตัว ต้องการบริหารเวลาด้วยตนเอง ไม่สะดวกไปทำธุรกรรมที่สาขา ในขณะที่สัดส่วนของลูกค้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่ที่ 73% และต่างจังหวัด 27% โดยมีสัดส่วนยอดเงินฝากเฉลี่ยประมาณ 150,000 บาทต่อบัญชี นับเป็นกลุ่มลูกค้าเงินฝากรายย่อยที่มีคุณภาพและมีทัศนคติที่ดีในการออมเงิน”

ฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งต่อยอดการเติบโตแบบยั่งยืน

ความน่าสนใจของการเติบโตตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมาของ ME ก็คือ การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของดิจิทัลแบงค์กิ้งเป็นอย่างดี โดยลูกค้ากว่า 80% เป็นคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ช่วงอายุตั้งแต่ 23-46 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ME มาตลอด ซึ่งฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งนี้จะเข้ามาช่วยเป็นแรงส่งสำคัญในการต่อยอดการให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ที่ ME จะเปิดให้บริการในปีที่ 7 นี้

ในปีนี้ ME ตั้งเป้าเปิดตัวบริการทางการเงินใหม่ๆ อย่างน้อย 2 ผลิตภัณฑ์ คือ ด้านการใช้จ่าย และผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อตอบโจทย์ด้านอื่นๆ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล โดยโปรดักต์แรกจะออกในไตรมาสแรกของปีนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของลูกค้า ภายใต้กลยุทธ์ คือ Customer centric ซึ่งจะยังคงมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Always Get MORE with ME” เพื่อตอกย้ำว่า “ลูกค้า ME ได้มากกว่าเสมอ”

6 ปีที่แล้ว ME เป็น Sub-brand ของธนาคาร TMB ที่มองเห็นเทรนด์ของดิจิทัลแบงค์กิ้งว่าจะเข้ามามีบทบาทแน่ในอนาคตอันใกล้ เราทำแบบครบทั้ง Process เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้าจนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากการพัฒนาบริการทางการเงินใหม่ๆ ทำให้ในปีนี้เรามั่นใจว่าจะยังคงมีตัวเลขการเติบโตของลูกค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 20%”คุณมิ่งขวัญกล่าวสรุปทิ้งท้าย