คุกกี้ไม่ต้องเสี่ยงทาย..“ฟูจิฟิล์ม” ใช้พลัง “BNK 48” ดันกล้อง Mirrorless แชร์ตลาดสมาร์ทโฟน

ภาพรวมตลาดกล้องในไทยปี 2560 อยู่ที่ 310,000 ตัว คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,600 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 เซ็กเมนต์ใหญ่ คือ
1. กล้อง Mirrorless สัดส่วนตลาด 60%
2. กล้อง DSLR สัดส่วนตลาด 30%
3. กล้อง Compact สัดส่วนตลาด 10%

จาก 3 เซ็กเมนต์ดังกล่าว ตลาดที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากที่สุดคือ “กล้องคอมแพค” เพราะจากในอดีตกล้องประเภทนี้ ถือเป็น Entry Level สำหรับคนที่เริ่มใช้กล้อง ด้วยราคา และการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แต่เวลานี้ได้ถูกแทนที่ด้วย “สมาร์ทโฟน”

เนื่องจากทุกวันนี้ฟังก์ชั่นกล้องสมาร์ทโฟนพัฒนาก้าวหน้าไปมาก อีกทั้งด้วยคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็น “ทุกอย่างในชีวิต” ของคนเรา สะดวกต่อการพกติดตัวไปไหนมาไหนตลอด ทำให้การเข้าสู่โลกของการถ่ายภาพของผู้คนในยุคนี้ เริ่มต้นด้วยการใช้ “สมาร์ทโฟน”

ตรงกันข้ามกับ “กล้อง Mirrorless” ที่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อกล้องคอมแพคถูกแทนที่ด้วยสมาร์ทโฟน ทำให้ “กล้อง Mirrorless” กลายเป็น “กล้องตัวแรก” ที่ผู้บริโภคจะซื้อไปใช้งาน เนื่องจากขนาดพกพาคล่องตัว ฟังก์ชั่นและคุณสมบัติการใช้งานดี

ในตลาดกล้องเซ็กเมนต์ Mirrorless ฐานตลาดใหญ่สุด คือ ระดับราคา 20,000 – 25,000 บาท คิดเป็นสัดส่วน 40% ของตลาดกล้อง Mirrorless รองลงมาคือ ระดับราคา 25,000 – 30,000 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้กล้อง Mirrorless เป็นตลาดขาขึ้น หรือที่เรียกว่า Sunrise ก็ตาม แต่การจะผลักดันให้เติบโตไปมากกว่านี้ ไม่ใช่อยู่ที่การเปลี่ยนคนใช้กล้องคอมแพค มาเป็นกล้อง Mirrorless หรือการทำให้คนใช้กล้อง DSLR ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้กล้องที่สเต็ปไปอีกขั้นแล้ว ให้หันมาใช้กล้องกลุ่มนี้ อีกทั้งไม่ใช่แค่สร้างการเติบโตจาก Replacement ตลาดกล้อง Mirrorless ด้วยกันเอง เพราะผู้บริโภคที่มีประสบการณ์ใช้กล้อง Mirrorless แล้ว บางส่วนก็ขยับไปยังกล้อง DSLR หรือบางส่วนยังคงใช้กล้อง Mirrorless แต่เป็นรุ่นบนขึ้น

แต่โอกาสสร้างการเติบโตของตลาด “กล้อง Mirrorless” อยู่ที่การเข้าไปแชร์ “ตลาดสมาร์ทโฟน” ซึ่งเป็นมหาสมุทรอันใหญ่มหาศาล เพราะปัจจุบันมี Consumer Insight ส่วนหนึ่งมองว่าเขาไม่มีความจำเป็นต้องซื้อกล้อง เพราะสามารถใช้ “สมาร์ทโฟน” ถ่ายภาพได้เหมือนกัน

“X-A5” ฟูจิฟิลม์ไทย-ญี่ปุ่น พัฒนาร่วมกัน – ดึง BNK 48 ขยายฐานวัยรุ่น พร้อมปรับราคาให้เหมาะกับตลาดไทย

ปัจจุบันในภาพรวมตลาดกล้องมูลค่ากว่า 8,600 ล้านบาท “ฟูจิฟิล์ม” มีส่วนแบ่งการตลาด (Value) 22% และถ้าเฉพาะในเซ็กเมนต์ “กล้อง Mirrorless” ฟูจิฟิล์มมีส่วนแบ่งการตลาด (Value) 34% เป็นอันดับ 1 และตั้งเป้าหมายภายในปีนี้ ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 50% ของกล้องเซ็กเมนต์นี้ ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดในภาพรวมกล้อง หวังขยับขึ้นเป็น 30%

หนึ่งในกลยุทธ์ที่จะผลักดันไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ และทำให้ทั้ง “ฟูจิฟิล์ม” และตลาดกล้อง Mirrorless เติบโตมากกว่านี้ คือ การเข้าไปแชร์ตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยการกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนอยู่แล้ว ได้เห็นถึงประโยชน์และประสิทธิภาพของกล้องในการถ่ายภาพที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟน โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพมากที่สุด

นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไม “ฟูจิฟิล์ม” ถึงเปิดตัวรุ่น “X-A5” พร้อมทั้งดึงวงไอดอลสุดฮิต “BNK 48” มาเป็น Brand Ambassador และวางราคาเริ่มต้น 21,990 – 24,900 บาท ซึ่งราคานี้ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟน ระดับพรีเมียม

คุณซิโตมุ วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพว่า ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จในตลาดกล้อง Mirrorless จากกล้องตระกูล “X-Series” โดยเฉพาะกล้องในระดับ Entry Level รุ่น “X-A2” และต่อเนื่องมายังรุ่น “X-A3” ขณะที่ปีนี้ ได้เปิดตัวกล้อง “X-A5” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่ พร้อมคุณสมบัติความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล และรองรับการถ่ายวิดีโอ ระดับ 4K มาพร้อมจอภาพแบบพับได้ 180 องศา ทัชสกรีน และเชื่อมต่อกับ Bluetooth

“มีตลาดผู้ใช้สมาร์ทโฟน ที่ถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ เพราะ ณ วันนี้หลายคนมองว่าสมาร์ทโฟน สามารถถ่ายภาพได้ดีกว่ากล้อง ซึ่งเราบอกไม่ใช่ การถ่ายภาพด้วยกล้อง กับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน คุณภาพของไฟล์ และอารมณ์ ความรู้สึกของภาพที่ได้ออกมา แตกต่างกัน

ดังนั้นการออกรุ่น X-A5 ที่ตั้งราคาขายระหว่าง 20,000 – 25,000 บาท เพราะต้องการให้สินค้ารุ่นนี้ขยับไปแชร์ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน เพื่อทำให้ฐานตลาดกล้องราคากลุ่มนี้กว้างขึ้น และถ้าเซ็กเมนต์ราคานี้ขยายตัวมากขึ้น จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดฟูจิฟิล์มเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน” คุณสิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการอาวุโส ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ขยายความเพิ่มเติม

“รุ่น X-A5” เน้นเจาะตลาดวัยรุ่น เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้นิยมใช้กล้องสมาร์ทโฟนถ่ายรูป ดังนั้น เพื่อสื่อสารตรงถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น “ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย” จึงได้เลือก “BNK 48” มาเป็น Brand Ambassador และที่สำคัญ มากกว่า 50% ของการพัฒนากล้องรุ่นนี้ วิจัยจากเมืองไทย รวมถึงการทำเฟิร์มแวร์ Skin tone ถูกพัฒนาในไทย เพื่อให้เหมาะกับตลาดไทยโดยเฉพาะ

“การตั้งราคาขายในไทยสำหรับกล้อง X-A5 ได้อิงกับค่าเงินเยน จากปกติกล้องฟูจิ อิงกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคาเริ่มต้นของรุ่นนี้ (21,990 บาท) ต่ำกว่ารุ่น X-A3 (23,990 บาท) โดยฟูจิฟิล์ม ไทยแลนด์ คุยร่วมกับฟูจิฟิล์ม สำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่น ให้ปรับราคาอิงตามเงินเยน เพื่อให้ราคาใกล้เคียงกับที่ขายในญี่ปุ่น เนื่องจากเราเห็นว่าคนไทยชอบไปญี่ปุ่น ถ้าราคาขายในไทยแพงกว่าญี่ปุ่น คนไทยจะซื้อจากญี่ปุ่นกลับมาไทย เพราะฉะนั้นเราตั้งราคาเท่ากับญี่ปุ่น คนไทยจะได้ไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นเพื่อไปซื้อกล้องฟูจิกลับมาไทย”