ไทยยังติด Top 3 ประเทศปลายทางยอดฮิต FIT จีน “ไป่ตู้” แนะแบรนด์ไทยเลือกสื่อสารให้ถูกช่อง [PR]   

0

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลอด  4-5 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนและผลักดันตลาดการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมไปถึงมีส่วนในการผลักดันเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยปี 2560 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวด้วยสัดส่วนประมาณ 20% จากรายได้รวมของทั้งประเทศ

จึงกลายเป็นโอกาสทั้งสำหรับภาครัฐและเอกชนที่ให้ความสนใจในการทำตลาดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน และเตรียมกลยุทธ์การตลาดรองรับไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะสามารถสร้างรายได้ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการณ์ที่ปรับตัวได้เร็ว รวมทั้งสามารถเลือกช่องทางในการเข้าหาลูกค้าได้อย่างเหมาะสม

คุณพัชรพร สิริทรัพย์วงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ไป่ตู้ ประเทศไทย กล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามา ท่องเที่ยวในประเทศไทยในปี 2560 ที่ผ่านมา มีอยู่ราว 9 ล้านคน สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้กว่า 400 ล้านบาท ขณะที่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน เริ่มนิยมเดินทางแบบอิสระ หรือการท่องเที่ยวแบบ FIT (Free and Independent Traveler) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 42% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศทั้งหมด ซึ่งนักท่องเที่ยวในกลุ่ม FIT นี้จะมีพฤติกรรมเด่นๆ คือ มักจะมีการค้นหาข้อมูลและวางแผนการเดินทางด้วยตนเองจากสื่อออนไลน์ต่างๆ ก่อนเดินทางอยู่เสมอ

ขณะเดียวกัน ไป่ตู้ แอคเซส คาดการณ์ว่า ในปีนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวแบบ FIT ของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน จะมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น และตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ มักจะเลือกเก็บประสบการณ์และค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความแตกต่าง   รวมทั้งชอบเผยแพร่เรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดียหรือสื่อสังคมออนไลน์

“ข้อมูลสำคัญคือ ประเทศไทยยังคงติด Top 3 ในการเป็นประเทศจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน จึงเป็นโอกาสของแบรนด์หรือผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าไปเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ด้วยการเลือกใช้สื่อในการเผยแพร่ข้อมูลหรือทำตลาดที่สามารถเข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายคนจีนและนักท่องเที่ยวแบบ FIT เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์และกระตุ้นให้เกิดดีมานด์ได้อย่างเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ”

โดยเฉพาะการเลือกใช้สื่อเพื่อสร้างโอกาสของแบรนด์ในการทำตลาดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวรวมทั้งชาวจีนที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่มีอยู่กว่า 731 ล้านคน จากประชากรทั้งสิ้นราว 1,389 ล้านคน ซึ่งเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่มาก รวมทั้งช่องทางการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นเวปไซต์ แอพลิเคชั่น หรือการใช้ Influencer ที่มีชื่อเสียง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์เหล่านั้นได้มากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแบบ FIT ที่ต้องการข้อมูลจากการค้นหาเพื่อเปรียบเทียบ และข้อมูลการสื่อสารผ่านช่องทางในกลุ่มสังคมออนไลน์

เพราะลักษณะการใช้สื่อโซเชียลของชาวจีนจะมีช่องทางที่ค่อนข้างเฉพาะตัว โดยจะเลือกใช้ช่องทางซึ่งเป็นที่นิยมใช้เฉพาะในหมู่คนจีน มากกว่าการใช้สื่อโซเชียลซึ่งเป็นที่นิยมทั่วไป การทำตลาดผ่าน International Top Platform ทั่วๆ ไป จึงอาจไม่ได้ผลในการกระตุ้นการรับรู้หรือสร้างแบรนด์ได้มากนัก แต่ต้องใช้ช่องทางที่คนจีนนิยมใช้ อาทิ Youku (YouTube), RenRen (Facebook), Weibo (Twitter), Wechat (Line) รวมทั้งเซิร์ชเอนจิ้นที่ชาวจีนนิยมคือ Baidu (Google), Mafengwo Qyer (Tripadvisor), Ctrip (Expedia) ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทยควรที่จะได้ศึกษาข้อมูลในเรื่องการใช้ช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจก็จะถือเป็นข้อได้เปรียบมากกว่า  พร้อมทั้งความกระตือรือร้นในการปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ภาพเปิด :  NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand