เจาะใจ “ดอม เหตระกูล” 20 ปี สายนักแสดง สู่ 10 ปี บนวิถีผู้บริหาร Biker

“ดอม เหตระกูล” หนึ่งใน Biker ตัวจริง เสียงจริง ที่ชื่นชอบรถบิ๊กไบค์มาตั้งแต่วัยรุ่น และเคยขอให้คุณพ่อ (คุณประชา เหตระกูล) ซื้อให้ แต่ถูกปฏิเสธ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตราย จนกระทั่งมีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงและสามารถเก็บเงินเพื่อซื้อรถ Harley Davidson ให้กับตัวเองได้เป็นคันแรก ประกอบกับการสะสมข้อมูล ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับบิ๊กไบค์มาอย่างต่อเนื่อง จนตกผลึกมาสู่การต่อยอดเป็นธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายรถบิ๊กไบค์สัญชาติอังกฤษอย่าง ไทรอัมพ์ (Triumph) ภายใต้ชื่อบริษัท บริทไบค์ จำกัด จนถึงปัจจุบัน คุณดอมก็อยู่บนถนนสายนี้มาเป็นเวลานับกว่า 10 ปีแล้ว  

ชื่อบริษัท “บริทไบค์” มีความหมายตรงตัวคือ British Bike เพื่อต้องการบ่งบอกว่า Triumph  คือรถบิ๊กไบค์ จากประเทศอังกฤษ ซึ่งในช่วงที่เริ่มต้นเข้ามาทำตลาดเมื่อ 10 ปีก่อน อาจจะยังไม่ใช่แบรนด์ที่คนไทยคุ้นหูมากนัก แต่ปัจจุบันไทรอัมพ์กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างของกลุ่ม Biker จึงกล่าวได้ว่า บริทไบค์เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนและขยายตลาดที่แข็งแรงให้กับ Triumph ในประเทศไทย จนทำให้บริษัทแม่ที่อังกฤษตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในประเทศอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

แจ้งเกิดเพราะมองเห็นช่องว่างตลาด   

ย้อนกลับไปในจุดของการตัดสินใจเลือกเป็นผู้นำเข้าและทำตลาดแบรนด์ Triumph คุณดอมเล่าให้ฟังว่า “คุณพ่อมีส่วนสำคัญในการช่วยตัดสินใจ เพราะตอนแรกยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกแบรนด์ไทรอัมพ์ แต่มองอีกแบรนด์หนึ่งไว้แล้วนำไปปรึกษาคุณพ่อ ซึ่งได้รับคำแนะนำมาว่า การจะลงทุนทำธุรกิจให้เลือกทำกับแบรนด์ที่มีคนรู้จักและมองถึงความเหมาะสมกับสภาพตลาดในประเทศไทยด้วย อย่ามองแค่ความชอบของตัวเอง เพราะเดิมเราสนใจทำตลาดรถวิบาก ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์หรือวิถีของคนไทย ขณะที่แบรนด์ไทรอัมพ์ แม้แต่คุณพ่อที่ไม่ได้เป็นคนที่ชื่นชอบหรือติดตามเรื่องของมอเตอร์ไซค์มากนัก แต่ก็ยังรู้จักแบรนด์นี้ เราจึงตัดสินใจเลือกนำเข้าแบรนด์ไทรอัมพ์มาทำตลาดในที่สุด”

จุดเด่นของไทรอัมพ์ คือ การเป็นแบรนด์ที่อยู่ตรงกลางในตลาดรถบิ๊กไบค์ ระหว่างแบรนด์จากฝั่งญี่ปุ่นที่มีระดับราคาเริ่มต้นประมาณ 2 แสนกว่าบาท สำหรับคนที่เริ่มต้นขับบิ๊กไบค์ ในราคาที่ไม่สูงมากนัก กับรถจากฟากฝั่งอเมริกาหรืออิตาลี ที่มีราคาแตะหลักล้าน ขณะที่ไทรอัมพ์มีราคาเริ่มต้นราว 4 แสนบาท รวมทั้งเรื่องของสมรรถนะของรถที่มีคุณภาพดี และขับขี่ง่าย ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ผู้มีโอกาสได้ขับขี่จะสามารถสัมผัสได้ ประกอบกับอยู่ในระดับราคาที่มีโอกาสในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มเติมได้ง่ายอีกด้วย

“การที่แบรนด์ของเรามีระดับราคาอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 กลุ่ม ทำให้ คนที่เคยขับขี่รถบิ๊กไบค์ของญี่ปุ่น เมื่อมีโอกาสหรือมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นก็อยากจะขยับมาสู่แบรนด์ที่มีราคาสูงขึ้นมา ทำให้เราเป็นหนึ่งในตัวเลือก ขณะที่กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดบนเมื่อต้องการมองหารถคันใหม่เพิ่มเติม ไทรอัมพ์ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากนัก โดยตลอด 10 ปีที่เราทำตลาดมา ก็มียอดขายเติบโตต่อเนื่องทุกปี จากปีแรกที่มียอดขาย 34 คัน จนก่อนถึงปีที่ทางบริษัทจะเข้ามาทำตลาดเองสามารถทำยอดขายได้เกือบ 300 คัน เลยทีเดียว”

ขยายอาณาจักรสู่  Super Premium

หลังทำให้ Triumph มี Brand Awareness ที่ดีขึ้นในประเทศไทยแล้ว คุณดอมได้ขยับมาสู่การนำเข้ารถบิ๊กไบค์กลุ่มพรีเมียมเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดตั้ง บริษัท มอเตอร์ไซเคิล คิงดอม จำกัด เพื่อนำเข้ารถ MV AGUSTA (เอ็มวี ออกุสต้า) รถบิ๊กไบค์สปอร์ตจากประเทศอิตาลี เพื่อมาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มเติม พร้อมทั้งแนวคิดในการสร้างอาณาจักรมอเตอร์ไซค์แห่งใหม่ ด้วยการขยายงานในส่วนของการจัดงานกิจกรรมที่เกี่ยวกับแวดวงรถบิ๊กไบค์ ทำตลาดอุปกรณ์ป้องกันสำหรับการขับขี่ หรือธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต พร้อมวางอัตราการเติบโตภาพรวมทั้งกลุ่มที่ 10-15% ต่อปี

“ความนิยมของรถบิ๊กไบค์ในประเทศไทยมีทิศทางขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่จะขยับมาสู่กลุ่มบิ๊กไบค์มากขึ้น ประกอบกับค่ายรถญี่ปุ่นเริ่มนำรุ่นบิ๊กไบค์มาทำตลาดมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยรวมอาจทำให้ยอดขายชะลอตัวลงบ้างแต่โดยรวมยังคงเติบโตได้อยู่  แต่ในกลุ่มรถระดับพรีเมียมจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเหล่านี้ค่อนข้างน้อยมาก เราจึงตัดสินใจขยายมาที่กลุ่มนี้ โดย MV AUGUSTA จะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 8.5 แสนบาท ซึ่งผลตอบรับที่ได้ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ”

การขยายธุรกิจมาสู่มอเตอร์ไซเคิล คิงดอม เป็นโอกาสให้เราขยายตลาดได้กว้างขึ้น โดยบริทไบค์ จะมีหน้าที่ในการดูแลการตลาดให้แบรนด์ Triumph ส่วนแบรนด์อื่นๆ และธุรกิจอื่นๆ ที่จะทำเพิ่มเติมในอนาคตจะขับเคลื่อนภายใต้บริษัทใหม่นี้ โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Super Premium เพื่อสร้างฐานในกลุ่มคนขับบิ๊กไบค์ให้ขยายตัวได้มากขึ้น รวมทั้งการรวมพลังเพื่อจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ให้เกิดเป็น Community เพื่อร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นการจุดกระแสด้านดีของผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ให้ออกไปสู่สังคมได้อีกด้วย

ความปลอดภัย – ความคุ้มค่า กำแพงกีดขวางสำคัญ

แม้จะเป็นบิ๊กไบค์ แต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “มอเตอร์ไซค์” ที่เป็นเนื้อหุ้มเหล็ก ทำให้เรื่องของความปลอดภัยกลายเป็นประเด็นสำคัญที่หลายคนมีความกังวล รวมทั้งระดับราคาที่ค่อนข้างสูงไม่ต่างกับการซื้อรถยนต์สักคันหนึ่ง เรื่องของความคุ้มค่าจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนรอบข้างนำมาใช้โต้แย้ง เมื่อมีคนใกล้ตัวไปปรึกษาก่อนจะตัดสินใจซื้อรถบิ๊กไบค์สักคันหนึ่ง

คุณดอม ให้เหตุผลว่า สองปัจจัยเรื่องของความปลอดภัย และความคุ้มค่าเป็นเครื่องกีดขวางสำคัญที่ทำให้ตลาดยังโตได้แบบจำกัด ทำให้ต้องแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ด้วยการสร้างความมั่นใจให้ทั้งตัวผู้ขับขี่และคนรอบข้าง มากกว่าการไปกระตุ้นด้วยการทำโปรโมชั่น หรือใช้เรื่องของการทำราคามาเป็นจุดขาย เพราะไม่ได้ช่วยเสริมสร้างมั่นใจใดๆ ให้กับผู้ขับขี่หรือคนรอบข้างได้ การให้ความรู้ในเรื่องของการขับขี่อย่างถูกต้อง เข้าใจระบบการทำงานของรถ ดูแลรักษาตามมาตรฐาน และมีเครื่องป้องกันที่มีคุณภาพ จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า รวมทั้งการรวมกลุ่มเพื่อสร้างเป็นสังคมของผู้ขับขี่ เพื่อให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือกันในเรื่องต่างๆ หรือรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้สร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกันภายในกลุ่ม และสามารถขยายไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ในอนาคตได้ด้วย

“เราพยายามรณรงค์เรื่องของการขับขี่อย่างปลอดภัยมาโดยตลอด ทั้งการปฏิบัติตามกฎจราจร การขับขี่อย่างมีน้ำใจ ใส่อุปกรณ์ป้องกันขณะขับขี่ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการดูแลบำรุงรักษาโดยช่างผู้ชำนาญที่ได้รับการเทรนนิ่งมาตามมาตรฐานของบริษัทแม่ เพื่อทำให้รถมีสภาพที่ดีอยู่เสมอ พร้อมสำหรับการใช้งาน ไม่มีปัญหาจุกจิก สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ รวมทั้งคุณภาพรถที่ดีจะไม่มีปัญหาที่ต้องซ่อมบ่อยๆ  ทำให้ใช้งานได้นาน ทำให้มีความคุ้มค่าในการใช้งานมากขึ้น”

ล่าสุด กับการขับเคลื่อน Global Campaign กิจกรรม CSR ระดับโลกภายใต้ชื่อ The Distinguished Gentleman’s Ride 2017 หรือ DGR 2017 ซึ่งจัดต่อเนื่องในประเทศไทยเป็นปีที่ 2 ด้วยการรวมพลสุภาพบุรุษนักบิดร่วมขับขี่รอบกรุงเทพฯ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชายตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเรื่องของการขับขี่อย่างปลอดภัย และมีมารยาทในการขับขี่ พร้อมการระดมทุนสนับสนุนการต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การดูแลสุขภาพจิต รวมถึงโรคร้ายที่เกิดกับผู้ชายทั่วโลกผ่านมูลนิธิ Movember (โมเวมเบอร์) มูลนิธิระดับนานาชาติเพียงแห่งเดียว ที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของสุภาพบุรุษ

“ผู้ชายส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองเป็นเพศที่แข็งแรง ใช้ชีวิตโลดโผน ประมาท ละเลยการดูแลสุขภาพ รวมทั้งสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนไป การเข้าถึงและเสพสื่อโซเชียลต่างๆ มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าไม่รู้ตัว ทำให้ทั่วทั้งโลกมีอัตราการฆ่าตัวตายจากภาวะนี้สูงถึงนาทีละ 1 คน หรือมากกว่า 5.1 แสนคนต่อปี ขณะที่มอเตอร์ไซค์เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความเป็นผู้ชาย เราจึงจัดกิจกรรมรวมตัวเพื่อขับขี่มอเตอร์ไซค์รณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงการใส่ใจดูแลทั้งสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง รวมทั้งการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยและร่วมกับทางมูลนิธิ เพื่อต่อสู้กับมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมทั้งการเกิดภาวะซึมเศร้าในเพศชาย”

The Distinguished Gentleman’s Ride 2017 จะออกสตาร์ทพร้อมกัน 600 เมืองใน 95 ประเทศทั่วโลก วันที่ 24 กันยายนนี้ พร้อมเพิ่มสีสันด้วยการใช้ Fashion Approach เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มผู้ที่สนใจเรื่องของแฟชั่นได้เข้ามาร่วมกิจกรรมเพิ่มเติม กับกิจกรรม Biker Carnival ณ ลานควอเทียร์อเวนิว ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ เพื่อให้ทั้งเหล่าไบเกอร์และครอบครัวสนุกสนานไปกับแฟชั่นวินเทจ คอลเลคชั่นรถบิ๊กไบค์ทั้งในกลุ่มคลาสสิก และสปอร์ต รวมทั้งของตกแต่งรถต่างๆ ภายในงาน

 

ความสำเร็จจาก Passion ที่มีความต่าง   

ทั้งเส้นทางในฐานะนักแสดงตลอด 20 ปี และในฐานะนักธุรกิจที่ทำมายาวนานกว่า 10 ปี คุณดอมทำทุกอย่างด้วย Passion เลือกทำทุกอย่างด้วยเหตุผลที่มาจากความรักเป็นสิ่งแรก จึงทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ในทุกเส้นทางที่เดินไป

“นอกจาก Passion แล้ว เราต้องสร้างความแตกต่างด้วย อย่างเวลาที่เราเป็นนักแสดง เราต้องทำให้ตัวเองมีความต่าง มีคาแร็คเตอร์ที่เด่นชัด เราถือเป็นนักแสดงในกลุ่มแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เล่นฟิตเนส เล่นกล้าม ทำให้เกิดเป็นภาพจำ ทำให้เมื่อมีบทที่ต้องการคาแร็คเตอร์ที่เหมาะสมกับเรา ผู้จัดก็จะนึกถึงเราเป็นลำดับต้นๆ เช่นเดียวกับการทำธุรกิจเราต้องเลือกเข้ามาในตลาดที่มีความต่าง มีที่ให้เรายืน และมองว่าจะมีโอกาสในการเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะต้องยอมรับว่า อาชีพของเราคือ รับจ้างทั่วไป ซึ่งไม่แน่นอน เมื่อถึงวันที่ไม่มีงาน ไม่มีคนจ้างแล้ว เรายังสามารถมีอาชีพที่มั่นคงรองรับ เพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวต่อไปได้”

คุณดอมยังมีแผนการขยายธุรกิจในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างความแข็งแรงและการเติบโตของยอดขาย การขยายเครือข่ายของธุรกิจให้กว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยการลงทุนโชว์รูมใหม่ๆ หรือการเพิ่มพื้นที่ให้รองรับลูกค้าได้มากขึ้น จากปัจจุบันมีโชว์รูมทั้งของไทรอัมพ์ และมอเตอรไซเคิล คิงดอม อยู่ใน กทม. 2 แห่ง และเชียงใหม่ 1 แห่ง รวมทั้งการนำเข้าสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งภารกิจสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป คือ การสร้าง Community ที่เหนียวแน่นในกลุ่มผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ ที่ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเท่านั้น เพราะในอนาคตทุกคนล้วนมีโอกาสเข้ามาเป็นลูกค้าได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะความร่วมมือร่วมใจจากผู้ประกอบการทุกรายในการเข้ามาช่วยสร้างและขยายฐานปิรามิดของลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้ตลาดเกิดการขยายตัวและเกิดเป็นดีมานด์ใหม่ๆ ขึ้นมา เพราะสุดท้ายแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทุกกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องในตลาดโดยรวมอย่างทั่วถึง