CITI BANK เผยปัจจัยเสี่ยง ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก

ท่ามกลางความเสี่ยงที่แวดล้อมอยู่รอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและจากทั่วโลก ส่งผลให้ความไม่แน่นอนต่างๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของการลงทุนซึ่งเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวง่ายต่อปัจจัยแวดล้อมต่างๆ  การกระจายการลงทุนไปในพอร์ตที่หลากหลายจึงเป็นหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนที่จะเกิดขึ้นกับผู้ลงทุนได้ เป็นคำแนะนำจากธนาคารซิตี้แบงก์ ในฐานะ Global Bank ที่มีฐานข้อมูลและธุรกิจกระจายไปในหลายภูมิภาคและหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถมองเห็นภาพรวมที่เกิดขึ้นในแต่ละตลาด พร้อมคาดการณ์และฉายภาพสิ่งที่จะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง เพื่อให้นักลงทุนบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวัง และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่แต่ละคนวางไว้

คุณดอน จรรย์ศุภรินทร์

คุณดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า  ซิตี้สนับสนุนให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ เพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนที่เกิดขึ้นและสามารถบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  โดยเฉพาะในปีนี้กลุ่ม Wealth Management มีพัฒนาการมากที่สุดในรอบหลายปี หลังมีนโยบายเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศได้โดยตรง ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น และเพิ่มโอกาสได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น รวมทั้งบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น

“ซิตี้ให้ความสำคัญกับการทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากระดับภูมิภาค มาคอยอัพเดทข้อมูลและมุมมองที่ต้องจับตาจากทั่วโลก  ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมให้คำปรึกษาโดยมีเป้าหมายในการลงทุนของลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง  โดยเฉพาะความพิเศษที่ทำให้ซิตี้โกลด์แตกต่างจากที่อื่นๆ คือ เป็นธนาคารเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการด้านการลงทุนในต่างประเทศสำหรับนักลงทุนรายย่อย โดยสามารถลงทุนตรงใน 8 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมชั้นนำของโลก และจะเพิ่มเป็น 10 แห่งภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเพิ่มโปรดักต์ที่หลากหลายจากตลาดอื่นๆ มานำเสนอให้ลูกค้าชาวไทย ส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การบริการจัดการของซิตี้ (AUM) เติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ 20%”

การเติบโตดังกล่าว นอกจากการนำเสนอโปรดักต์ที่หลากหลาย ยังมาจากการมีเครื่องมือใหม่สำหรับวางแผนทางการเงินให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่แต่ละคนกำหนด ในรูปแบบการบริหารจัดการแบบองค์รวม ภายใต้ชื่อ TWA (Total Wealth Advisor) ที่ทำให้ลูกค้ามองเห็นพอร์ตลงทุนโดยรวม เพื่อคำนวณทุกปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องได้รอบด้าน แม่นยำ และกระจายการลงทุนได้ครอบคลุมสินทรัพย์ทุกประเภท ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด  ผ่านการคำนวณพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา รวมทั้งช่วยปรับพฤติกรรมการลงทุนของลูกค้าที่มักจะมองแค่ผลตอบแทนที่จะได้รับมาพิจารณาและศึกษาความเสี่ยงต่างๆ ประกอบอย่างรอบด้านมากขึ้น

คุณเอเดรียน ไวสส์

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลัง  คุณเอเดรียน ไวสส์ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการบริหารความมั่งคั่ง ธนาคารซิตี้แบงก์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  วิเคราะห์ว่า มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวในปีนี้ราว 3% และเพิ่มเป็น 3.3% ในปีหน้า จากการฟื้นตัวของภาคลงทุน และอัตราดอบเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ  โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาขยายตัวในทุกภูมิภาค ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ จากปัจจัยสนับสนุนคือ กำไรจากผลประกอบการภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และการฟื้นตัวของการกิจกรรมการลงทุน

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก คือ

– การชะลอตัวอย่างรุนแรงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน

– ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังขาต่อนโยบายการปฏิรูปภาษีของสหรัฐ

– การคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของภาคทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ มีเพียงธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา(Fed) ที่น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงเวลาที่เหลือของปี   

สำหรับคำแนะนำต่อนักลงทุน เน้นการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมทั้งเอเชีย ละตินอเมริกา ยุโรป อินเดีย อินโดนีเซีย เนื่องจากได้รับอานิสสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันดิบ ทำให้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดเกิดใหม่ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10%  รวมทั้งมีราคาถูกกว่าตลาดหุ้นหลัก มีโอกาสทำกำไรต่อหุ้นได้ราว 13 เท่า เทียบกับในตลาดหุ้นสหรัฐที่อยู่ระดับ 19 เท่า รวมทั้งโอกาสจากการลงทุนในพันธบัตรบางกลุ่ม เช่น ตราสารหนี้เอกชนสหรัฐที่จัดอยู่ในระดับน่าลงทุน (investment grade) และตราสารหนี้ของประเทศเกิดใหม่

ด้านอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงผันผวน ทั้งจากปัญหาการเมืองและนโยบายการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่จะเกิดขึ้น ขณะที่หากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง จะส่งผลดีต่อค่าเงินยูโรและเงินปอนด์ของอังกฤษ ตลอดจนเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนระยะสั้นมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือ นักลงทุนควรกระจายพอร์ตการลงทุนไปในกลุ่มที่หลากหลาย เพราะยังมีความเสี่ยงในหลายปัจจัยโดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองจากทั่วโลก