เจาะเบื้องหลัง ‘ออริจิ้น’ ฉีกตลาดอสังหาฯ ทุ่ม 100 ล้าน ดึง ‘ซุปตาร์ณเดชน์’ ดันภาพลักษณ์ทันสมัย-พรีเมี่ยม

    0

    จากสถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ณ ปัจจุบัน ที่มีผู้เล่นรายใหญ่และรายย่อยเข้ามารุกโอกาสในตลาดนี้มากขึ้น ผนวกกับภาพรวมกำลังซื้อและเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้การทำตลาดอสังหาฯที่ต้องกระตุ้นยอดขายภายใต้ปัจจัยกดดันต่างๆยังคงแข่งขันกันดุเดือด โดยเฉพาะการกระหน่ำโปรโมชั่นลดราคาพิเศษ หรือข้อเสนอขายห้องและเฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ หรือโปรฯเข้าอยู่ฟรี 1 ปี เป็นต้น

    ล่าสุด ค่ายอสังหาฯ “ออริจิ้นฯ” ประกาศรีเฟรชแบรนด์ ดึงซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย อย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ ซึ่งเป็นการงัดกลยุทธ์การตลาดที่ดึงคนมีชื่อเสียง (Celebrity marketing) เข้ามาช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ และความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆในวงการอสังหาฯอยู่ไม่น้อย

    นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), และเคนซิงตัน (Kensington) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2552 ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และในทุกปีก็จะมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงการบรรลุเป้าหมายยอดขายทะลุ 1 หมื่นล้านบาท จนกระทั่งในปีนี้เป็นปีที่บริษัทกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 จึงมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนและยกระดับแบรนด์  “ออริจิ้นฯ”  ให้มีความชัดเจนและโดดเด่นมากขึ้น

    ทั้งนี้ บริษัทจึงได้จัดทำแคมเปญภายใต้แนวคิด “My Life. My Origin” หรือ “ชีวิตในฝัน…แบบที่เป็นคุณ”   เพื่อส่งเสริมให้ภาพลักษณ์บริษัทชัดเจนและ สะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท จัดทำแบรนด์ดิ้งเพื่อปรับภาพลักษณ์ของบริษัทและคอนโดมิเนียมแต่ละแบรนด์ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยได้ให้“ณเดชน์ คูกิมิยะ” พระเอกระดับแถวหน้าของไทย มาเป็นทั้งพรีเซ็นเตอร์ในแคมเปญ My Life. My Origin อีก และพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์คอนโดมิเนียมในเครือของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมองว่า “ณเดชน์”มีบุคลิกที่สอดคล้องกับทั้ง 3 แบรนด์ในเครืออย่างมาก ได้แก่ แบรนด์ไนท์บริดจ์, นอตติ้ง ฮิลล์ และเคนซิงตัน

    สำหรับ “ณเดชน์” คือ คนธรรมดาที่มีสไตล์ เป็นตัวแทนของคนทั่วไปที่มีทั้งมุมเนี้ยบ ดูดี มุมเท่ๆ และมุมสบายๆ ไม่ต้องแต่งตัวหรูหรา สะท้อนภาพได้ตั้งแต่แบรนด์คอนโดมิเนียมคาแรคเตอร์ต่างๆ ทั้งแบบเรียบหรูอย่าง ไนท์บริดจ์ แบรนด์ที่มีความทันสมัยโมเดิร์นแบบนอต-ติ้ง ฮิลล์ และแบรนด์เท่แบบลุยๆอย่าง เคนซิงตัน ทั้งยังมองว่า “ณเดชน์” เป็นคนตั้งใจทำงานเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งตรงกับวิธีการทำงานแบบออริจิ้นฯ

    เผยเคล็ดลับดันยอดขาย 8ปี โตต่อเนื่อง

    สำหรับสาเหตุที่ทำให้ยอดขายตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยที่บริษัทสามารถเข้าถึงตลาดผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในแต่ละทำเลได้ โดยเห็นได้ว่ายอดขายหลายๆ โครงการของ ออริจิ้นฯ มาจากผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในทำเลนั้นๆ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าต้องการอยู่อาศัยในทำเลที่พวกเขาคุ้นเคย รวมถึงตั้งอยู่ในใกล้รถไฟฟ้า ดังนั้นจึงเป็นอีกที่มาของการทำแคมเปญ My Life. My Origin ที่ “อยากให้ทุกคน ใช้ ชีวิตในฝัน…แบบที่เป็นคุณ”

    ที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมจะกลายมีบทบาทและความสำคัญมากขึ้น และจะกลายเป็นบ้านหลังแรกของคนรุ่นใหม่ที่เกิดจากครอบครัวขยายหรือต้องการอยู่ในแนวรถไฟฟ้าใกล้แหล่งงาน โดยเฉพาะความต้องการขยายที่อยู่อาศัยที่ใกล้เคียงทำเลใกล้เคียงเดิม เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ในย่านที่คุ้นเคย เดินทางหาครอบครัวและญาติพี่น้องได้อย่างสะดวก ดังนั้นการเป็นแบรนด์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตในฝันในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่ต้องตามใคร จึงน่าจะเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตมากที่สุด

    “ค่าครองชีพในเมืองจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ราคาคอนโดมิเนียมในเมืองที่ราคา 3-5 ล้านจะไม่ใช่ราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ เทรนด์คอนโดฯในเมืองอาจจะกลายเป็นรูปแบบลีสโฮลด์ ที่ผู้ซื้อไม่ได้มีสิทธิ์ขาดตลอดไป แต่คนทั่วไปยังต้องการมีคอนโดมิเนียมที่ตัวเองมีสิทธิ์ขาด ราคาเข้าถึงได้ มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นรากดั้งเดิมของเขา “ออริจิ้น”    ที่มีความหมายถึงรากหรือต้นกำเนิด ไม่ซ้ำใคร ไม่ตามใคร จึงต้องการแสดงจุดยืนในฐานะผู้เข้าใจผู้บริโภคมากที่สุดผ่านแคมเปญ My Life.  My Origin นี้”

    ลั่นแผนลุยพรีเมียมแมสสู่แชมป์ตลาด

    นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทจะยังคงมุ่งหน้าพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเจาะตลาดพรีเมียมแมส อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ ออริจิ้นฯ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายของการเป็นแชมป์พัฒนาคอนโดมิเนียมเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการห้องระดับราคา 1.5 -3 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

    พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมแผนเปิดตัวโครงการอีก 4 โครงการใหญ่เพิ่มเติม รวมมูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท จากแผนที่เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้ มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการไนท์บริดจ์ พหลโยธิน-อินเตอร์เชนจ์ (KnightsBridge Phaholyothin-Interchange) มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ สกายสแครปเปอร์ @ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ (Notting Hill Skyscraper@Central Rattanathibet) มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 (Notting Hill Sukhumvit 105) เฟส 2 มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท และโครงการเคนซิงตัน สุขุมวิท- เทพารักษ์ (Kensington Sukhumvit-Theparak) มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดวีไอพี พรีเซลพร้อมกันในวันที่ 17 มิ.ย. นี้ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่  https://goo.gl/K2MxSd

    ทั้งนี้ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย ที่พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 35 โครงการ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นประมาณ 30,000 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนมีวิสัยทัศน์ขยายสู่ประเภทธุรกิจใหม่ๆเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

    จากปรากฏการณ์กล้าแหวกกรอบกลยุทธ์การทำตลาดอสังหาฯ มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์สวนทางกับการทำการตลาดของค่ายอื่นๆในอสังหาฯในช่วงเวลานี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนภาพลักษณ์แบรนด์ของ“ออริจิ้นฯ” ที่นอกเหนือจากการดึงดาราดังมาช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์แล้ว ยังอาจได้เห็นการเตรียมกรุยทางต่อยอดและยกระดับสู่โปรเจคใหม่ๆที่น่าจับตาเพิ่มเติมจากนี้ ภายหลังจากที่“ออริจิ้นฯ”ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด และประกาศความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งจากนี้ไปจะได้เห็นการรุกโปรเจคคอนโดฯและขยายฐานลูกค้าในระดับตลาดบนมากยิ่งขึ้น โดย พราวด์ เรสซิเดนซ์ เป็นผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเจาะตลาดระดับไฮเอนด์ ตัวอย่างเช่น โครงการคอนโดมิเนียม“พาร์ค24” (Park24) ในซอยสุขุมวิท24 ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 12.5 ไร่ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 15,000 ล้านบาท