เปลี่ยนจากยี้ เป็นต้อนรับ! “นักท่องเที่ยวจีน” ทรงอิทธิพล “เปย์หนัก” สุดในอุตฯ ท่องเที่ยวทั่วโลก

0

เวลานี้ไม่ว่าจะไปเมืองท่องเที่ยวที่ไหนของโลก ทั้งในไทย เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรเลีย และอีกหลายแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จะเจอ “นักท่องเที่ยวจีน” อยู่ทุกที่ หลายๆ ประเทศมักประสบกับปัญหานักท่องเที่ยวจีนบางส่วนทำพฤติกรรมที่ตนเองคุ้นเคยเวลาอยู่ในบ้านเกิด หรือบางกลุ่ม บางคนมีพฤติกรรมสุดแสบ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวจีนโดยรวมติดลบในสายตาชาวโลก ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐจีน ได้รณรงค์มารยาทในการท่องเที่ยวที่ดี และออกมาตรการลงโทษสำหรับคนที่สร้างปัญหา

ทำให้ในระยะหลังมานี้ เริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยวก็ปรับตัวรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อีกทั้งเทรนด์การท่องเที่ยวในกลุ่มคนจีน กำลังขยับจากการเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ ไปสู่การเดินทางท่องเที่ยวแบบอิสระมากขึ้น (Free Independent Travelers : FITs) โดยเฉพาะคนวัยหนุ่มสาวหันมานิยมวางแผนเดินทางด้วยตัวเอง

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ในอีกมุมหนึ่ง ชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางเที่ยวต่างประเทศ คือ นักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในหลายประเทศทั่วโลก เพราะขึ้นชื่อได้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่ “ใช้จ่ายมากที่สุด” ในโลก

รายงานของ “องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ” (United Nations World Tourism Organization : UNWTO) เผยตัวเลขการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวต่างประเทศ (Outbound Market) ของปี 2016 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

5 อันดับแรกนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดในโลก ปี 2016 อันดับหนึ่งยังคงเป็น “จีน” ประเทศที่ประชาชนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุด ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส

“แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเผชิญกับความท้าทายหลายประการ แต่จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวขาออกที่เดินทางไปต่างประเทศ เมื่อปี 2016 มีอัตราการเติบโต 4% และมีจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ 1,200 ล้านคน ได้สนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เป็นประโยชน์ต่อหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตด้านเศรษฐกิจในประเทศนั้นๆ การสร้างงาน และโอกาสในการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น” Taleb Rifai เลขาธิการ UNWTO ฉายภาพการเติบโตของ Outbound Tourism

Credit : United Nations World Tourism Organization

นักท่องเที่ยวจีน ครองแชมป์ใช้จ่ายมากที่สุดในโลก

ปี 2016 “คนจีน” เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6% หรืออยู่ที่ประมาณ 135 ล้านคน และมีการใช้จ่ายสูงถึง 261,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปี 2015

สถิติดังกล่าว ทำให้ “นักท่องเที่ยวจีน” เป็นอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงที่สุดในโลกติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2012 และยอดการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของคนจีน มีแนวโน้มเติบโตเลขสองหลักในทุกปี นับตั้งแต่ปี 2004

การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของหลายประเทศในแถบเอเชียได้ประโยชน์ และคึกคักขึ้น โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย นอกจากนี้ยังรวมถึงจุดหมายปลายทางระยะไกล เช่น สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศในยุโรป

นอกจากจีนแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจากอีก 3 แห่งในเอเชียแปซิฟิก ที่ติด Top 10 ใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวขาออกมากที่สุด ได้แก่ เกาหลีใต้ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, ออสเตรเลีย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองประเทศยอดการใช้จ่ายเติบโต 8% และ ฮ่องกง (จีน) 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ใช้จ่ายมากเป็นอันดับ 2

ปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวสหรัฐที่เดินทางไปต่างประเทศ มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 80 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8% จากปี 2015 ที่มี 74 ล้านคน และถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่นักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ใช้จ่ายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก อยู่ที่ 122,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 113,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015 การเติบโตนี้เป็นผลมาจากปัจจัยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ทำให้ชาวสหรัฐฯ มีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น

นักท่องเที่ยวยุโรป สายเปย์ติดอันดับโลก ส่วนคนไทย ใช้จ่ายต่างแดนโต 11%

ในฝั่งยุโรป นักท่องเที่ยวจากเยอรมนี, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส ติดอันดับ Top 10 ของนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายมากของโลก โดย “เยอรมนี” เป็นอันดับ 3 รายจ่ายการท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่ที่ 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย “สหราชอาณาจักร” อันดับ 4 ใช้จ่าย 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ อันดับ 5 “ฝรั่งเศส” ใช้จ่ายไป 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ยังมีอีก 9 ประเทศ ที่ยอดการใช้จ่ายการท่องเที่ยวขาออกเติบโตตัวเลข 2 หลัก ได้แก่ เวียดนาม (โต 28%), อาเจนตินา (โต 26%), อียิปต์ (โต 19%), สเปน (โต 17%), อินเดีย (โต 16%), อิสราเอล และยูเครน (ทั้งสองประเทศโต 12%), กาตาร์และไทย (ทั้งสองประเทศโต 11%)

 

Source

Credit Photo (ภาพเปิด) : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand