ผ่าแผน “คิง เพาเวอร์” ทุ่มหมื่นล้านขยายอาณาจักร ดันยอดขาย 1.4 แสนล้าน ติดท็อป 5 ดิวตี้ฟรีโลก

0

ยิ่งการเดินทางทั่วโลกมากขึ้นเท่าไร ยิ่งผลักดันให้ “ธุรกิจดิวตี้ฟรี” หรือค้าปลีกสินค้าปลอดอากร เติบโตขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยขยายตัว ทั้งจากคนไทย และชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทย เป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ “ดิวตี้ฟรี” ในไทยเติบโต

“คิง เพาเวอร์” เผยยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจใน 5 ปีนับจากนี้ (ปี 2560 – 2564) ภายใต้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายยอดขาย 130,000 – 140,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขยอดขายดังกล่าวจะทำให้ “คิง เพาเวอร์” ติดท็อป 5 ในธุรกิจปลอดอากรระดับโลก จากปัจจุบันอยู่ในอันดับ 7 

– ขยายสาขาฟอร์แมตใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในจังหวัดใหญ่ของไทย โดยรูปแบบนี้ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 – 2,000 ล้านบาทต่อสาขา เล็งไว้ที่จังหวัดเชียงใหม่ จากปัจจุบันมี 4 สาขา คือ รางน้ำ, พัทยา ศรีวารี และภูเก็ต นอกจากนี้มีใน 6 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, หาดใหญ่, ภูเก็ต และอู่ตะเภา

– ปรับโฉมสาขารางน้ำครั้งใหญ่เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนนี้ และคาดว่าจะเปิดโฉมใหม่ภายในไตรมาส 4 ปี 2560 โดยมาพร้อมกับความหรูหรา และทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มร้านอาหาร และสินค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งของไทย และทั่วโลก เพื่อดึงดูดคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการค้าปลีกสินค้าปลอดอากร ให้ลูกค้ามาใช้ชีวิตที่นี่ มากกว่าแค่การมาช้อปปิ้ง

ขณะที่ในระหว่างการปรับปรุง ได้จัดเตรียมพื้นที่ภายในโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ ให้เป็น Pop-up Store เพื่อให้ลูกค้ายังสามารถช้อปปิ้งได้ต่อเนื่อง

– ขยายการลงทุนดิวตี้ฟรีในต่างประเทศ โดยประเทศที่มีความเป็นไปได้ภายใน 5 ปีนี้ คือ เมียนมาร์ และ ฟิลิปปินส์

– พัฒนาแพลตฟอร์ม “ออนไลน์” ให้มีความพร้อมมากขึ้น เพื่อเสริมการให้บริการสะดวกยิ่งขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้ช่องทาง “ออนไลน์ ช้อปปิ้ง” เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขายบนออนไลน์ของคิง เพาเวอร์ ยังไม่ถึง 1% ของยอดขายรวม หรือไม่เกิน 100 ล้านบาท แต่หลังจากพัฒนาแพลตฟอร์มนี้อย่างจริงจัง คาดว่าภายใน 5 ปี ยอดขายจากออนไลน์จะอยู่ที่ 10% หรือ 14,000 ล้านบาทของยอดขายรวม 140,000 ล้านบาท

คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ฉายภาพนโยบายการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ว่า ได้วางกลยุทธ์การตลาด และการลงทุน เพื่อผลักดันธุรกิจปลอดอากรไทยก้าวสู่ท็อป 5 ในธุรกิจปลอดอากรระดับโลกภายใน 5 ปี โดยมุ่งมั่นส่งมอบสินค้าและบริการมาตรฐานระดับสากล เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าไปพร้อมๆ กับการสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักของคิง เพาเวอร์ คือ นักท่องเที่ยวจีน ตามมาด้วยคนไทย และชาวต่างประเทศจากชาติต่างๆ ที่เดินทางเข้ามา

“ปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 20% จากปี 2559 ที่มียอดขาย 75,000 ล้านบาท ส่วนแผนธุรกิจ ได้ขยายการลงทุน เพื่อพัฒนาธุรกิจในเครือฯ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลอดอากรคิง เพาเวอร์, โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ, โรงละครอักษรา และภัตตาคารรามายณะ พร้อมทั้งปรับโฉมคิง เพาเวอร์ รางน้ำครั้งใหญ่ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการค้าปลีกสินค้าปลอดอากรในประเทศไทย ที่จะถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์อันดับ 1 ที่อยู่ในใจของนักท่องเที่ยว และเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของไทย

อย่างไรก็ตามการตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์อันดับ 1 ในใจนักท่องเที่ยว “คิง เพาเวอร์” ไม่ได้จะเข้าไปแข่งกับศูนย์การค้า เพราะคนละเซ็กเมนต์ เราไม่เคยพูดว่าซื้อของที่เรา ถูกกว่าศูนย์การค้า แต่เรามองว่าคนที่มาช้อปปิ้งที่คิง เพาเวอร์ คือ คนวางแผนเดินทาง จะมีไฟล์ทบิน หรือไม่มีไฟล์ทบิน ซื้อของเพื่อเอาออกนอกประเทศ

แต่สำหรับศูนย์การค้า คนไปเดินเพื่อเดินเล่น กินข้าว ดูหนัง ช้อปปิ้ง ส่วนการปรับโฉมสาขารางน้ำ ให้เป็นมากกว่าสถานที่ช้อปปิ้ง เพราะอยากดึงคนไทยให้เข้ามาเห็นว่ามีอีกที่หนึ่งที่เข้ามา Hang out หรือใช้ชีวิตได้ เราอยากสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจคนไทย มากกว่าจะไปแข่งกับคนอื่น ขณะที่สินค้าจำหน่าย เช่น สินค้าไทยท้องถิ่น เราขายของไทยมากๆ และลูกค้าหลักเป็นคนต่างชาติ ส่วนสินค้าไทยที่ขายในศูนย์การค้าเป็นอีกรูปแบบ ลูกค้าที่ซื้อไป มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ”

ในส่วนของการสื่อสารแบรนด์ ล่าสุดได้ผนึกกำลังกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์คิง เพาเวอร์ให้อยู่ในใจของผู้บริโภค ด้วยการเพนท์โลโก้คิง เพาเวอร์ บนเครื่องสายการบินไทย แอร์ เอเชีย จำนวน 3 ลำ พร้อมติดตั้งสื่อโฆษณาภายในตัวเครื่องบินกว่า 40 ลำ ภายในสิ้นปี 2560

“สำหรับปีนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าแผนโฆษณานี้จะสามารถสร้างการรับรู้จากการเห็น และจดจำแบรนด์คิง เพาเวอร์ แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 40 ล้านคนต่อปี และคาดว่าจะมีปริมาณลูกค้าเข้ามาใช้บริการในคิง เพาเวอร์ในไทยทุกสาขาเพิ่มขึ้นกว่า 20%”