เปิดแผน “พานาโซนิค 2020” ชิงขึ้นพรีเมียมแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเอเชีย-เบอร์ 1 ตลาดแอร์ไทย

เวลานี้ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นขุมทองของผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมต่างๆ จากทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ “อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน” (Home Appliances : HA) กำลังเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิการแข่งขันช่วงชิงตลาดกันระหว่างแบรนด์ฝั่งยุโรป แบรนด์จากเกาหลีใต้ แบรนด์จากจีน และแบรนด์จากญี่ปุ่น ต่างมีจุดแข็งที่เป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันแตกต่างกัน

แต่เมื่อเอ่ยถึงตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในแถบเอเชีย อาจพูดได้ว่า “แบรนด์จากญี่ปุ่น” บุกเบิกและครองตลาดโซนนี้มานาน แต่ปัจจุบันกำลังถูกท้าทายจากคู่แข่งรอบด้าน ซึ่งนอกจากสู้กับแบรนด์สายเลือดซามูไรด้วยกันเองแล้ว ยังต้องรบกับแบรนด์จากเกาหลีใต้ จีน และยุโรป โดยเฉพาะจากเกาหลี และจีน ทุกวันนี้บุกตลาดเอเชียอย่างหนัก

หนึ่งในแบรนด์จากญี่ปุ่น “พานาโซนิค” หา “จุดแข็ง” ที่จะเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขัน นั่นคือ การชู “คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น” (Japan Quality) ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์ “Aspire to more” ประกอบด้วย 3 หัวใจหลัก คือ ผลิตภัณฑ์คุณภาพ (Premium), ตอบโจทย์การใช้งาน (Local Fit) และการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Elegant Minimalism” หรือเรียบง่ายแต่มีระดับ กลยุทธ์สำคัญในการบุกตลาดเอเชีย เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจมหาศาล ซึ่งในปี 2558 ตลาดเอเชียทำรายได้ให้กับพานาโซนิค 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าหมายในปี 2563 รายได้จากตลาดนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งลงทุนใน 3 เรื่องสำคัญ คือ การวิจัยและพัฒนาสินค้า, ด้านการผลิต และ ด้านการตลาด

เมื่อเจาะลึกตลาดเอเชีย ตลาดที่ “พานาโซนิค” โฟกัสมากเป็นพิเศษ คือ เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย เพราะมองว่ามีศักยภาพการเติบโตสูง จึงวางแผนจะลงทุนในประเทศเหล่านี้ต่อเนื่อง อีกทั้งในปีนี้ “พานาโซนิค” วางแผนจะใช้ “Premium Products” รุกตลาด ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 5 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, โทรทัศน์ และกล้องถ่ายรูปดิจิทัล

“บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นได้วางแผนงานเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 ของการก่อตั้งแบรนด์ในปี 2561 ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งเป้าจะก้าวขึ้นเป็น “Top Premium Brand in Asia” ภายในปี 2563 ด้วยอัตราการเติบโต 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2558 เนื่องจากบริษัทฯ มั่นใจตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเอเชียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง” มร.ฮิโรยูกิ ทากิชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค แอพพลายแอนซ์ เอเชีย แปซิฟิค ฉายภาพเป้าหมายใหญ่

สำหรับตลาดไทย มูลค่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (HA) อยู่ที่ 65,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเครื่องปรับอากาศ 40%, ตู้เย็น 20%, เครื่องซักผ้า 15% และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก – เครื่องทำน้ำอุ่น 25% ขณะที่ “พานาโซนิค ประเทศไทย” รายได้ปี 2559 อยู่ที่ 12,000 ล้านบาท มาจากเครื่องปรับอากาศ 35%, ตู้เย็น 18%, เครื่องซักผ้า 15% และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก – เครื่องทำน้ำอุ่น 32%

ในปี 2560 ตั้งเป้าการเติบโตด้านรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% โดยหลักมาจาก 3 กลุ่มสินค้าคือ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ซึ่งจะเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ของ 3 กลุ่มสินค้า รวม 47 โมเดล ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศ เปิดตัวรุ่นใหม่อีก 8 โมเดล รวม 23 โมเดลที่จำหน่ายปีนี้ / ตู้เย็น รุ่นใหม่ 19 โมเดล รวม 29 โมเดลในปีนี้ / เครื่องซักผ้า รุ่นใหม่ 20 โมเดล รวม 28 โมเดลปีนี้

เป้าหมายใหญ่ของพานาโซนิค ต้องการเป็น 1 ใน 3 ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในประเทศไทย ปี 2563 โดยเฉพาะตลาด “เครื่องปรับอากาศ” พานาโซนิคต้องการขยับอันดับเป็นเบอร์ 1 ของตลาดภายใน 3 ปีข้างหน้าให้ได้ !!

จากปัจจุบัน Top 3 Brand ตลาดเครื่องปรับอากาศในไทย ประกอบด้วยมิตซูบิชิ, ไดกิ้น และซัมซุง ขณะที่ “พานาโซนิค” รั้งอันดับ 4 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20%

การแข่งขันของตลาดเครื่องปรับอากาศในไทยดุเดือดขึ้นทุกปี เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ทุกวันนี้สภาพภูมิอากาศของประเทศมีแต่จะร้อนขึ้น ประกอบกับครอบครัวขนาดเล็กขยายตัวมากขึ้น ในขณะที่ยอดเครื่องปรับอากาศในไทย ปัจจุบันมีประมาณกว่า 1.8 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศกว่า 22 ล้านครัวเรือน แสดงให้เห็นว่า Penetration ของตลาดเครื่องปรับอากาศในไทยยังไม่สูง และมีโอกาสที่จะสร้างการเติบโตได้อีกมาก เพราะฉะนั้นแต่ละแบรนด์ต่างช่วงชิงกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมกับรักษาฐานลูกค้าเก่าที่เป็นกลุ่ม Replacement

การขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดนี้ พานาโซนิคมองว่าต้องมีส่วนแบ่งตลาดไม่ต่ำกว่า 27 – 28% โดยอาวุธที่ใช้แข่งขันมาจากจุดขาย “คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น” พร้อมทั้งกลยุทธ์ “Aspire to more” และขยายฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศ จากเดิมมีที่ที่มาเลเซียแห่งเดียวเป็นฐานผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศพานาโซนิคไปยัง 120 ประเทศทั่วโลก กระทั่งปีที่แล้วได้ลงทุนขยายฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศมายังประเทศไทย โดยใช้ฐานการผลิตที่มีอยู่ของบริษัท พานาโซนิค แอ็พไลแอ็นซ์ รีฟริกเจอเรชั่น ดิไวซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเดิมผลิตเครื่องถ่ายเทความร้อน (heat exchanger) มาผลิตเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เริ่มเดินเครื่องผลิตแล้ว เพื่อเพิ่มยอดขายและตอบสนองความต้องการในประเทศที่กำลังขยายตัว โดยกำลังการผลิตที่โรงงานในไทยปี 2560 จะอยู่ที่ 500,000 เครื่อง และสามารถขยายได้อีกในอนาคต ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด

กำลังการผลิตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นใหม่ พานาโซนิคมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทฯ สำหรับการเดินหน้ายุทธศาสตร์เชิงท้องถิ่น (localization strategy) ในด้านการผลิตและการขายไปพร้อมๆ กับการเพิ่มขอบข่ายการดำเนินธุรกิจในตลาดเอเชีย

เมื่อ “พานาโซนิค” ส่งสาส์นท้ารบมาขนาดนี้แล้ว !!! Major Player ทั้งจากค่ายญี่ปุ่นด้วยกันเอง และค่ายต่างสัญชาติ คงไม่ยอมให้พานาโซนิคเล่นใหญ่แต่เพียงฝ่ายเดียวแน่…รับรองอุณหภูมิตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้านับจากปีนี้เป็นต้นไป จะเต็มไปด้วยการแข่งขันรุนแรงอย่างแน่นอน