10 เรื่องต้องรู้ Hisense แบรนด์ทีวีระดับโลก จัดทัพบุกตลาดไทย

hisense11นับว่าเป็นความฮือฮาครั้งใหญ่ของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อ Hisense แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก ประกาศกร้าวจะเป็น Top 3 ในแง่ของยอดขาย ของแบรนด์โทรทัศน์ในประเทศไทยให้ได้ ภายใน 5 ปี เรามาทำความรู้จักกับ Hisense กันดูว่าแบรนด์นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และมีแผนบุกตลาดอย่างไร ผ่าน 10 เรื่อง 10 ประเด็น ดังต่อไปนี้

1. ไฮเซ่นส์ (Hisense) เป็น Global Brand ที่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายผลิตภัณฑ์ กว่า 130 ประเทศทั่วโลก ในส่วนของโทรทัศน์ จากการสำรวจในปี 2015 Hisense มีส่วนแบ่งการตลาดทีวีเป็นอันดับ 3 ของโลก และในประเทศจีนครองตำแหน่งอันดับ 1 ถึง 13 ปีติดต่อกัน โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Positioning) ของตัวเองเอาไว้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมี่ยม

2. สำหรับผลิตภัณฑ์โทรทัศน์ Hisense ในประเทศจีน ขายได้ถึงปีละ 10 ล้านยูนิต จากตลาดรวม 48 ล้านยูนิต และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 3 ของโลก นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

3. เหตุผลที่แบรนด์ Hisense ก็ลุยศึกประเทศไทยในตอนนี้ ก็เพราะมองเห็นว่ายังมีช่องว่างที่แบรนด์ใหม่สามารถแจ้งเกิดได้ รวมทั้งมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีเยี่ยม ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นเบอร์ 1 ในหลายประเทศดังที่กล่าวมาแล้ว จนพร้อมที่จะสู้ในประเทศไทยซึ่งตลาดมีการแข่งขันรุนแรงได้แน่ และเหตุผลข้อสุดท้ายก็คือ การทำตลาดในประเทศไทย ถ้าหากว่าประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่ประเทศภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CLMV) ง่ายขึ้น

4. ในประเทศไทย Hisense ไม่ได้มองแค่ตลาดโทรทัศน์เท่านั้น แต่วางแผนจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่ม Home Appliances อื่นๆ ตามมา ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และยังมี ตู้แช่ เพื่อเป็นทางเลือกในกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ โดยวางแผนจะเปิดตัวในประทศไทย ราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า แล้วในอนาคตก็จะก้าวเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนตามกระแสความนิยม แต่ตอนนี้ขอเริ่มแนะนำแบรนด์ Hisense ด้วยโทรทัศน์เป็นผลิตภัณฑ์แรก โดยเหตุผลที่ Hisense เลือกโทรทัศน์เป็นโปรดักท์เปิดตัว คุณแคทลีน ฟาง รองประธาน บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้เหตุผลโดยเล่าถึงอินไซต์พื้นฐานไว้ ว่า “เพราะว่าโทรทัศน์เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคจะเห็นบ่อยและสร้างความคุ้นเคยได้ง่ายที่สุด หรือแม้แต่ในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์ก็เป็นสินค้าที่มีเสียง สามารถเรียกความสนใจของผู้คนได้ ตู้เย็น มีขนาดใหญ่ก็จริง แต่ผู้บริโภคทั่วไปก็น่าจะพบเห็นโทรทัศน์ได้ง่ายกว่า”

hisense22

5. สำหรับกรอบแนวคิดของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสินค้าที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทย คุณแคทลีน ได้ให้มุมมองไว้ว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ให้ความสำคัญกับเรื่องดีไซน์สวยงาม นวัตกรรมการใช้งาน เทคโนโลยีใหม่ของทีวี และคุณภาพ โดยเฉพาะ ทีวีจอใหญ่ขนาด 55 นิ้วที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และความละเอียดระดับ 4K ที่มอบประสบการณ์ภาพที่คมชัดมากกว่า ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ผู้บริโภคมักจะอ่อนไหวกับราคา”

“ดังนั้น ไฮเซ่นส์จึงก้าวมาตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย โดยแอลอีดีทีวีที่จะนำมาจำหน่ายในประเทศไทย เน้นกลุ่มสินค้าขนาดกลางถึงไฮเอนด์ ขนาดตั้งแต่ 32 –  85 นิ้ว พร้อมสมาร์ทฟังก์ชั่นจัดเต็ม และนวัตกรรมหน้าจอแบบ ULED ลิขสิทธิ์เฉพาะของไฮเซนส์ ที่มี VIDAA ระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ ที่ให้ผู้ใช้ใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น เทคโนโลยี HDR (High-Dynamic Range) ที่ปรับปรุงแสงสีให้สวยงามกว่าเดิม ให้เห็นรายละเอียดของภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และความละเอียดสูงระดับ 4K โดยมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้อินเตอร์เน็ต เปิดรับเทคโนโลยี ต้องการทีวีคุณภาพ ดีไซน์ที่เหนือกว่า ในราคาที่เหมาะสม” คำว่าในราคาที่เหมาะสมนี้ คุณแคทลีนได้อธิบายเพิ่มเติมว่าต่ำว่าคู่แข่งแบรนด์เกาหลี 10% ทั้งนี้อาจมีโปรโมชั่นเป็นครั้งคราว แต่จะไม่ถึงขนาดเล่นสงครามราคา เพราะอยากรักษาภาพลักษณ์ที่เป็นระดับพรีเมี่ยมของแบรนด์เอาไว้

hisense33

6.ช่องทางการขายในปัจจุบัน เป็นการขายผ่านรีเทล โดยจำหน่ายผ่าน “เทสโก้ โลตัส” จำนวนกว่า 120 สาขา โดยมี PC แนะนำสินค้าจากแบรนด์โดยตรง ในลำดับต่อไปก็จะเดินหน้าจับมือเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ห้างค้าปลีก หรือ ห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ต่อไป

7. ในการทำตลาดระดับโลก Hisense ใช้กลยุทธ์ “สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง” กีฬาระดับโลก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก เช่น เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลแห่งชาติยุโรป ปี 2559 (Euro 2016) ที่ประเทศฝรั่งเศส, ผู้สนับสนุนทีมในการแข่งขันรถยนต์ฟอร์มูล่าวัน “Redbull Racing”, ผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันเทนนิสออสเตรเลียน โอเพ่น โดยได้รับสิทธิ์ใช้ชื่อแบรนด์เป็นชื่อสนามแข่ง คือ “ไฮเซ่นส์ สเตเดี้ยม”, ผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลชาลเก 04 ทีมชั้นนำของประเทศเยอรมนี, ผู้สนับสนุนการแข่งขันรถยนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐอเมริกา NASCAR อีกทั้งการรับชมกีฬายังเข้าถึงได้ง่าย และเป็นเครื่องมือที่ถ่ายทอดประสบการณ์การรับชมทีวีของ Hisense ได้ดีที่สุดทางหนึ่ง

8. ด้านการผลิตก็มีแผนระยะกลาง 3-5 ปี ข้างหน้าตั้งโรงงานในประเทศไทยถ้าหากว่ายอดขายมากพอ ถ้าหากนับเฉพาะโรงงานโทรทัศน์ Hisense มีโรงงานทั้งหมด 5 ประเทศ ประกอบด้วย เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, ยุโรปตะวันออก, อัลจีเรีย และจีน 10 แห่ง แต่ถ้าหากว่านับโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟ้ฟ้าอื่นก็มีมากกว่านั่นมาก รวมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่มีถึง 13 แห่งทั่วโลก 5 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา คือ ลอสแองเจอลิส นิวเจอร์ซี่ย์ ซานดิเอโก้ แอตแลนต้า และ ซิลิคอนแวลลีย์ ในซานฟรานซิสโก, 1 แห่งในแคนาดา, 1 แห่งในเยอรมัน และที่จีน 6 แห่ง กับเม็ดเงินลงทุนมากกว่า 5% จากของรายได้ต่อปี

9. ความท้าทายในประเทศไทย คุณแคทลีน มองว่าเป็นเรื่อง ทีมงานของความแตกต่างทางวัฒนธรรม ทำให้มีวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็จะให้วิธีร่วมงานกับทาร์เเลนท์คนไทย เพื่อให้เข้าใจตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค รวมทั้งเร่งสร้างทีมงานเพื่อซัพพอร์ตการขาย และงานบริการหลังการขาย

hisense44

10. หลังจากเริ่มทดลองขายในประเทศไทย และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Hisense คาดหวังว่า จะสร้างยอดขายปีแรก 20 ล้านเหรียญสหรัฐ และขยับเป็น 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวางจำหน่ายสินค้าครบทุกๆกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามแผนที่วางไว้