อั๊คโซ่ โนเบล สนับสนุนความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือผ่านโปรแกรมคาร์บอนเครดิต [PR]

carbonบริษัท อั๊คโซ่ โนเบล ผู้นำด้านอุตสาหกรรมสี และสีเคลือบระดับโลก สนับสนุนให้อุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและลดปริมาณการปล่อยมลพิษผ่านโปรแกรมคาร์บอนเครดิต (Carbon Credits Programme) ของบริษัทฯ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ

การเปลี่ยนระบบการขนส่งทางเรือให้มีความยั่งยืนมากขึ้น สามารถทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับเจ้าของเรือและผู้ดำเนินการด้วยผลิตภัณฑ์อินเตอร์สลีค 1000 (Intersleek 1000) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยป้องกันการสะสมของคราบสกปรกโดยปราศจากสารไบโอไซด์ ที่ได้รับการพัฒนาและวิจัยโดยกลุ่มธุรกิจสีเคลือบเรือของอั๊คโซ่ โนเบล

เจ้าของเรือที่เข้าร่วมโปรแกรมคาร์บอนเครดิตและใช้สีเคลือบเรือด้วยผลิตภัณฑ์อินเตอร์สลีค 1000 ของอั๊คโซ่ โนเบล สามารถรับคาร์บอนเครดิต โดยนำมาแลกเปลี่ยนในตลาดคาร์บอนในลักษณะเดียวกันกับการซื้อขายในตลาดหุ้น

โปรแกรมคาร์บอนเครดิต เป็นโครงการในความร่วมมือระหว่าง อั๊คโซ่ โนเบลกับมูลนิธิเดอะ โกลด์ สแตนดาร์ด (The Gold Standard Foundation) ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นวิธีการคำนวณคาร์บอนเครดิตโครงการแรกสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือที่ได้รับการอนุมัติ คาร์บอนเครดิตเป็นระบบการวัดและคำนวณทางการเงิน ซึ่งจะแทนปริมาณหนึ่งตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกลด หรือป้องกันไม่ให้ออกสู่สภาพแวดล้อมภายนอก ผู้เข้าร่วมโปรแกรมนี้จะได้รับเงินประมาณ 200 บาทต่อหนึ่งหน่วยคาร์บอนเครดิตที่ลดลง

โปรแกรมนี้มีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกนับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในปี 2557 และในปีนี้ อั๊คโซ่ โนเบล ต้องการที่จะสนับสนุนโปรแกรมนี้ในอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือในประเทศไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรม และสร้างการรับรู้ด้านประโยชน์ของโปรแกรมคาร์บอนเครดิต

คุณฐากูร ช่วยชิด ผู้จัดการฝ่ายบริหารลูกค้า บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล มารีน โคทติ้ง กล่าวว่า “โปรแกรมนี้มีความน่าสนใจและมีประสิทธิภาพสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือในประเทศไทย แม้ว่าตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่โปรแกรมนี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะเติบโต และสร้างโอกาสในด้านรายได้ด้วยวิธีใหม่ รวมทั้งสร้างความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย ซึ่งอุตสาหกรรมในไทยมีเรือขนส่งสินค้ามากถึง 351 ลำที่ได้รับการจดทะเบียน”

อินเตอร์สลีค 1000 เป็นผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยมที่ส่งเสริมความยั่งยืน และเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีเลเนียน (Lanion technology) ซึ่งช่วยลดพลังงาน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 6 เปอร์เซ็นต์ เทคโนโลยีที่ได้รับสิทธิบัตรนี้ ได้นำวัตถุดิบจากพืชหมุนเวียนมาใช้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินเรือ ทำให้ผิวลำเรือยังคงความเรียบลื่น ลดการยึดเกาะและการลากดึงของสิ่งสกปรกต่างๆ

ผลการวิจัยและค้นคว้ายังพบว่า อินเตอร์สลีค 1000 สามารถมอบประสิทธิภาพที่เหนือชั้น ในขณะขนส่งสินค้าของเรือขนส่งรถ เรือบรรทุกสินค้า และเรือบรรทุกก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) เรือบรรทุกสินค้าแบบใช้ระบบล้อเลื่อน (Ro-Ro) ที่ได้รับการเคลือบผิวด้วยอินเตอร์สลีค 1000 สามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้ถึง 1,500 หน่วยภายในระยะเวลา 5 ปี คาร์บอนเครดิต 1,500 หน่วยนี้ แสดงให้เห็นถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 1,500 ตัน และยังเพิ่มปริมาณการประหยัดพลังงานถึง 6 เปอร์เซ็นต์ โดยจะได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบอิสระจากริน่า เซอร์วิส (RINA Services) และมูลนิธิเดอะ โกลด์ สแตนดาร์ด (The Gold Standard Foundation) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคำนวณคาร์บอนเครดิต

คุณฐากูร กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเข้าร่วมโปรแกรมคาร์บอนเครดิตถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมากเมื่อคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่ลดลงสำหรับเจ้าของเรือ และการใช้เทคโนโลยีสำหรับการลดคาร์บอนเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้”

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เรือขนส่งสินค้าสัญชาติกรีกอย่างบริษัท เนด้า มาริไทม์ เอเจนซี่ จำกัด (Neda Maritime Agency Co Ltd) เป็นเรือบรรทุกสินค้ารายแรกที่ได้รับคาร์บอน เครดิตในจำนวน 13,745 หน่วยซึ่งมีมูลค่าถึง 2 ล้านบาท

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเตอร์สลีค 1000 โปรดเยี่ยมชมได้ที่

http://www.international-marine.com/FoulRelease/Pages/Lanion.aspx