เทรนด์ช้อปปิ้งเสื้อผ้า ‘ตลาดนัด’แหล่งช๊อปยอดฮิต ‘โซเชี่ยลมีเดีย’ แหล่งหาข้อมูล

Teenager wardrobe

คอตตอน ยูเอสเอ เผยผลสำรวจวิจัยตลาด “2016 Global Lifestyle Monitor” เกี่ยวกับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคของปี 2016 ใน 10 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ตุรกี เม็กซิโก โคลัมเบีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย พบว่า การประมาณการณ์ว่ายอดขายเสื้อผ้าและรองเท้าออนไลน์ของประเทศไทยจะเติบโตมากขึ้นถึง 68% ภายในปี 2020 เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการปรับแผนการการตลาดครบวงจร Omnichannel เพื่อเน้นบริการลูกค้าให้เข้าถึงสินค้าได้อย่างง่ายดายและทั่วถึง

ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวว่า คอตตอน อินคอร์เปอเรท และคอตตอน ยูเอสเอ ได้ร่วมทำการสำรวจวิจัยตลาดในหัวข้อ “Global Lifestyle Monitor” โดยจะทำการสำรวจทุกๆ 2 ปีกับผู้บริโภคใน 10 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ตุรกี เม็กซิโก โคลัมเบีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคทั่วโลก และนำผลสำรวจที่ผ่านการวิเคราะห์ มาเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเสื้อผ้า และเครื่องนุ่งห่มในหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย ปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้า เทรนด์การช้อปปิ้งของผู้บริโภค และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ผู้บริโภคมีความกังวล เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปวางแผนพัฒนาสินค้า แผนการตลาด รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายให้ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับในประเทศไทย เราได้สำรวจกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,000 คน ที่พำนักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า

ผู้บริโภคคนไทยให้ความสำคัญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดย 75% ระบุว่าต้องการและมองหาเสื้อผ้าที่ให้ความยั่งยืนและไม่ก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภคคนไทย 98% มองว่าเส้นใยฝ้ายเป็นเส้นใยที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม โดย 81% ของผู้บริโภคคนไทยพึงพอใจและชื่นชอบเสื้อผ้าที่มีส่วนผสมหลักจากเส้นใยฝ้าย ซึ่ง 67% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อเสื้อผ้าจากเส้นใยฝ้าย

resize-view-on-cotton-th

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นใยสังเคราะห์อื่นๆ ผู้บริโภคคนไทย 82% มองว่าเส้นใยฝ้ายมีความน่าเชื่อถือ, 81% มองว่าฝ้ายเป็นเส้นใยที่ไว้ใจได้, 80% มองว่าฝ้ายเป็นเส้นใยที่มีความยั่งยืน และ 73% เห็นว่าฝ้ายเป็นเส้นใยที่มีความอ่อนนุ่มและสวมใส่สบาย

ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าฝ้ายเป็นเส้นใยที่ผู้บริโภคชื่นชอบซึ่งมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านการใช้งาน ความรู้สึก และความยั่งยืนเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภคคนไทยมากถึง 84% เริ่มต้นการช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยการเข้าโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นจากปี 2014 (69%) ตามด้วย 32% เริ่มจากเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิน (Search engines) และ 20% เริ่มจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

จากกระแสโลกออนไลน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจในปีนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า โลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้บริโภคคนไทยเป็นจำนวนไม่น้อย ผู้บริโภคคนไทย 1 ใน 5 ซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ และผู้บริโภคไทย 21% ของการซื้อของออนไลน์และใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

67% ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาเทรนด์แฟชั่นและสไตล์การแต่งตัว
55% ใช้สำหรับหาข้อมูลเกี่ยวกับเสื้อผ้า
46% ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่ออ่านรีวิวของสินค้าจากผู้บริโภคคนอื่นๆ

ผลสำรวจยังพบว่า แหล่งข้อมูลของผู้บริโภคคนไทยเมื่อเริ่มต้นการซื้อสินค้าออนไลน์ มาจาก
84% คนไทยเริ่มต้นการช้อปปิ้งออนไลน์จากการเข้าใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งเติบโตขึ้นจากปี 2014 อยู่ที่ 69%
32% เริ่มจากเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิน (Search engines)
20% เริ่มจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

resize-where-consumers-begin-their-online-shopping-journey-th

ขณะที่ปัจจัยที่ผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับการซื้อของออนไลน์
– คุณภาพของสินค้า 91%
– ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้า 79%
– ความพร้อมของสินค้ามีในสต็อก 78%
– นโยบายการคืนสินค้า 77%
– การเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า 77%

 

ตลาดนัดยังคงเป็นสถานที่ยอดฮิตในการซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคคนไทย

เมื่อถามถึงช่องทางการเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคไทย พบว่าผู้บริโภคคนไทยยังคงนิยมการซื้อเสื้อผ้าตลาดนัดถึง 59% รองลงมาคือไฮเปอร์มาร์เก็ต 16% ดีพาร์ทเม้นสโตร์ 11% และร้านค้าอิสระ 10% ตามลำดับ

เมื่อถามถึงแหล่งที่มาของข้อมูลในการเลือกซื้อเสื้อผ้าผู้บริโภคคนไทยยังให้ความสำคัญกับ การบอกเล่าปากต่อปากในการหาไอเดียในการซื้อเสื้อผ้าโดยเฉพาะเพื่อนและเพื่อนร่วมงานมีอิทธิพลอันดับหนึ่งถึง 67% ตามด้วยการจัดดิสเพลย์หน้าร้าน 51% และคนในครอบครัว 46%

นอกจากนี้ผลสำรวจยังเผยอีกว่า 3 ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลในการเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคคนไทยนั้น ได้แก่ ความนุ่มสบาย 97% ไซส์ที่พอดี 95% ราคา 95%

resize-apparel-spending-th

“จากการประมาณการณ์คาดว่ามูลค่าการจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าของคนไทยจากปี 2015 จะเติบโตขึ้นถึง 62% ซึ่งมีมูลค่าประมาณกว่า 300 ล้านบาทภายในปี 2030 และ คาดว่ายอดขายเสื้อผ้าและรองเท้าออนไลน์จะเติบโตขึ้นถึง 68% จากมูลค่า 3 พันล้านบาทในปี 2015 เป็น 5 พันล้านบาทภายในปี 2020

ทำให้สรุปได้ว่าผู้บริโภคคนไทยมีแนวโน้มในการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น และยังใช้โซเชียลมีเดียในการประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้ามากขึ้นอีกด้วย โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุดคือ การมีข้อมูลสินค้าตรงตามของจริง และการให้ข้อมูลเรื่องขนาด

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลสินค้าที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบและช่องทางออนไลน์ของตนเอง รวมถึงปรับขยายช่องทางการขาย และบริการแบบออฟไลน์ อย่างเช่นหน้าร้าน ให้สอดคล้องกับช่องทางออนไลน์ของตนเอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้ในทุกๆช่องทาง” คุณไกรภพ กล่าวทิ้งท้าย

resize-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%9e-%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99
คุณไกรภพ แพ่งสภา