“ทรู” คืนฟอร์ม ! คว้าสิทธิ์ “พรีเมียร์ลีกอังกฤษ” จิ๊กซอว์ใหญ่เติมเต็ม “Convergence Lifestyle”

Resize shutterstock_57824914

หลังจาก “กลุ่มทรู” ทำลิขสิทธิ์ฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” หลุดมือไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว อีกทั้งยังชวดชัยชนะการประมูลลิขสิทธิ์ฤดูกาลแข่งขัน 2016/2017 – 2018/2019 โดยเป็นค่าย “บีอิน สปอร์ตส์” คว้าไป แต่งานนี้ เพื่อให้ได้สิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขัน กลุ่มทรูจึงได้เจรจาลิขสิทธิ์กับบีอิน สปอร์ตส์ จนในที่สุดได้ถ่ายทอดสดของช่องบีอิน สปอร์ตส เป็นเวลา 3 ปี ครบทั้ง 380 แมตช์ตลอดฤดูกาล

พร้อมเสริมทัพด้วยลีกใหญ่ระดับโลก ทั้งลา ลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก และยูฟ่า ซูเปอร์คัพ รวมทั้งรายการแข่งขันของไทย เช่น โตโยต้า ไทยลีก, ช้าง เอฟเอ คัพ รวมแล้วกว่า 1,500 แมตช์

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม “กลุ่มทรู” ถึงต้องสู้สุดตัวกับการช่วงชิงสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล ทั้งไทยและต่างประเทศ ?!? และประโยชน์ที่กลุ่มทรูจะได้รับกลับมาจากการทุ่มสุดตัว ?!?

Brand Buffet จะพาไปค้นหาคำตอบกัน

1. Content การแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ระดับโลก และของไทย เป็นจิ๊กซอว์ตัวใหญ่ ที่จะมาเติมเต็มสิ่งที่กลุ่มทรูฝันไว้มานานให้เป็นจริง นั่นคือ “Convergence Lifestyle” วิสัยทัศน์ที่กลุ่มทรูยึดมั่นมาตลอดระยะเวลากว่าสิบปี โดยเฉพาะการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นรายการที่คนไทยติดตามดูมากที่สุดในบรรดาศึกลูกหนัง คิดเป็น 30% ของจำนวนประชากรไทย เช่นเดียวกันไทยลีก คนไทยให้ความนิยมไม่แพ้กัน คิดเป็น 30% ของจำนวนประชากรไทย

2. ภายใต้ Convergence Lifestyle วันนี้กลุ่มทรูมีความพร้อม ทั้งฝั่ง Platform ที่ประกอบด้วย ทรูออนไลน์, ทรูมูฟ เอช และ ทรูวิชั่นส์ ที่มีทั้งเทคโนโลยีการสื่อสาร โครงข่ายสัญญาณ การกระจายครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศ และฐานลูกค้ารวมกันกว่า 29 ล้านราย ต้อง Synergy ระหว่างกลุ่มธุรกิจให้มากที่สุด และ ฝั่ง Content เป็นสิ่งที่กลุ่มทรูพยายามสรรหามาเติมเต็มตลอด โดยเฉพาะ Exclusive Content เป็นตัวสร้างความแตกต่าง และดึงให้คนสนใจ นอกจากนี้ยังมีอีกสามธุรกิจ คือ ทรูมันนี่ (E-Wallet) ทรูไลฟ์ (Digital Content) และ ทรูคอฟฟี่

ดังนั้น การได้สิทธิ์รายการฟุตบอลระดับโลก และไทยในรอบนี้ จึงสามารถกระจายการถ่ายทอดการแข่งขันได้ครบทุก Platform ทำให้เข้าถึงคนได้ทั่วประเทศมากขึ้น และรองรับได้กับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะดูผ่าน Smart Device หรือดูผ่านจอทีวี

3. ถึงแม้ผู้บริหารกลุ่มทรู จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่เจรจากับบีอิน สปอร์ตส แต่คาดว่าต้องมีมูลค่าสูง เพราะแนวโน้มค่าลิขสิทธิ์จะแพงขึ้นทุกปี

ในอดีต ทรูวิชั่นส์วางตำแหน่งคอนเทนต์ฟุตบอลระดับโลก เป็น Premium Content มีไว้สำหรับเจาะตลาดบน กลุ่มแพ็กเกจ Gold และ Platinum เท่านั้น

แต่ปัจจุบันได้ทำแพ็กเกจราคาลงมา เพื่อเผยแพร่ Content ให้เข้าถึงกลุ่ม Mass มากขึ้น เพราะจากปัจจัยความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร โครงข่ายครอบคลุม ทั้ง 4G และบรอดแบนด์ รวมถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เป็นเหตุผลที่กลุ่มทรูมองว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน และด้วยฐานลูกค้า 29 ล้านราย ประกอบกับคาดหวังว่าในจำนวน 30% ของประชากรไทยที่เป็นคอบอล มีคนที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าทรูมูฟ เอช จะเปลี่ยนมาใช้บริการของทรูมูฟ เอช (New Customer) รวมถึงการขยายฐานลูกค้าบริการอื่นๆ ของกลุ่มทรู

Resize TrueMove H 03

รายละเอียดแพ็กเกจ “ทรู ซูเปอร์ ซอคเกอร์”
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ดูผ่านมือถือผ่านแอพพลิเคชั่น True ID เพียงเดือนละ 29 บาท หรือดูผ่านกล่องทรูวิชั่นส์ เพียงเดือนละ 199 บาท สมัครได้แล้ววันนี้ ผ่านแอพพลิเคชั่น True ID
สำหรับลูกค้าใหม่ เพียงเปิดเบอร์ทรูมูฟ เอช พร้อมซื้อแพ็กเกจ 390 บาท รับฟรี! กล่องทรูดิจิตอลเอชดี ได้ที่ทรูช้อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์แพลทินัมแพ็กเกจทั้งเก่าและใหม่ รับชมฟรีตลอดฤดูกาลถึง 30 มิ.ย. 2560สำหรับแพ็กเกจรายเดือนอื่นๆ ซื้อแพ็กเสริมเพียงเดือนละ 299 บาท และลูกค้าที่ดูผ่านกล่องทรูดิจิตอล เอชดี (แบบไม่มีรายเดือน) เพียงเดือนละ 399 บาท

4. Content พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลีกใหญ่ ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของกลุ่มทรู ในความเป็น Convergence Lifestyle ชัดเจนยิ่งขึ้น และตอกย้ำคุณภาพโครงข่ายสัญญาณของทรูมูฟ เอช และเทคโนโลยีของกลุ่มทรู เพราะ Content ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงและเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น

5. การต่อยอดจาก Broadcast, Digital Platform ไปสู่ “Live Event” เพื่อสร้าง Engagement ยิ่งกับ Content ฟุตบอลที่คนส่วนใหญ่ชอบดูด้วยกัน สนุกด้วยกัน ฉลองด้วยกัน ทำให้สามารถพัฒนาไปสู่ Live Event รูปแบบต่างๆ ได้

“การจัด Live Event เป็นวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของคุณศุภชัย (กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น) ว่าวันนี้ Content ต้องมีการสร้าง Experience และมี Engagement 360 องศากับผู้ชม ซึ่งใน 2 ปีที่ผ่านมา เราจัด Live Event มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องมีความครบวงจรทั้ง Broadcast, Digital และ Physical Content” คุณพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าว

Credit Photo (ภาพสนามฟุตบอล) : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand