โฆษณาสุดฮา “ลิปตัน” ตั้งคำถามกวนโอ้ย…ของอร่อยกินกับใครอร่อยที่สุด?

0

lipton ads taste2

ว่ากันว่าปัจจุบันความสนใจของคนในอินเทอร์เน็ตต่อคอนเทนท์หนึ่ง จะใช้เวลาเพียงแค่ 3 วินาทีแรกเพื่อพิจารณาเท่านั้นว่าจะเสพคอนเทนท์นั้นต่อหรือไม่ และแนวโน้มเวลาก็จะยิ่งสั้นลงไปทุกทีๆ จึงเป็นโจทย์ที่ทำให้ครีเอทีฟต้องปวดหัวเหลือเกินกับการเค้นไอเดียเพื่อบีบให้ผู้ชมสนใจโฆษณา สู้กับปุ่ม Skip Ad ให้ได้

และประโยคที่ชวนสงสัย “ทีลอซู ถูกหวย ปูปลาท้อก็คือก้อปปี้ที่ทำหน้าที่นั่น สร้างความฉงนให้ผู้ชม จนตามดูต่อว่าเหตุการณ์ในร้านอาหารแห่งนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก่อนจะเฉลยว่า ที่แท้มันคือ เมนูเด็ดในร้านอาหารอีสาน “ทีลอซู-น้ำตก ถูกหวย-ลาบ ปูปลาท้อ-ปูปลาร้า” นั่นเอง หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่หนุ่มสาวออฟฟิศกลุ่มนี้ ตั้งท็อปปิคพูดคุยกันว่า ของอร่อย…กินกับใครอร่อยที่สุด แต่ละคนก็มีประสบการณ์และความคิดที่ต่างกันออกไป บางคนก็คิดว่า ทานกับแฟนของเราสิอร่อยที่สุด บางคนก็มองว่าทานอาหารแสนอบอุ่นกับครอบครัวน่าจะเป็นมื้อที่สุขสันต์

แต่แล้วทั้งหมดก็พบว่า สถานการณ์จริงบนโต๊ะไม่ได้น่าอภิรมย์แต่กลับชวนอึดอัด ทั้งแฟนที่งอแงจนเกินงาม ครอบครัวที่จุกจิกเรื่องครอบครัว หรือเจ้านายที่ไม่แยกแยะเวลาพักกับเวลางานไม่ได้ จนทำให้จากอาหารมื้ออร่อยกลายเป็นกลายเป็นมื้อกร่อย เซ็งไม่อยากกินอะไร จากสถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ คลิปวิดีโอเรื่อง Lipton Ice Tea | ของอร่อยกินกับใครอร่อยที่สุด? ได้นำเสนอ Product Benefit ของ ชาดำลิปตันไอซ์ที ว่าช่วยให้มื้ออาหารนั้นๆ เอร็ดอร่อยขึ้น ด้วยรสชาติของชาดำที่ตัดกับความเปรี้ยวและความหวานจากเลม่อนจนเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติกลมกล่อมลงตัว โดยเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในชีวิตจริงของตัวละคร เช่น เมื่อคุยกับแฟนแล้วเกิดเหตุแฟนบ่นจู้จี้, ญาติๆ ชอบกดดันเรื่องแต่งงาน หรือบอสมาบี้เอาผลงานในเวลาพัก แต่ทั้งหมดนี้ก็จะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีชาลิปตันเข้ามาช่วยให้อาหารอร่อยขึ้น พาให้ทุกคน Enjoy Eating โฟกัสกับเรื่องการกินแล้วทิ้งเรื่องเครียดไปได้เลย

lipton ads taste1

ประเทศไทย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งอาหารแห่งหนึ่งของโลก เราเปิดรับวัฒนธรรมและเมนูเด็ดจากทุกๆ ชาติ อาหารหลากหลายเหล่านั้นทั้งยั่วลิ้นและทำให้เราน้ำลายสอ แต่บางครั้งการทานอาหารที่มีรสจัดทางใดทางหนึ่งมากเกินไปก็ต้องหาเครื่องดื่มมาช่วยให้มื้ออาหารนั่นดำเนินไปได้ด้วยดี

การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มรุนแรงขึ้นอย่างมาก ลิปตันต้องออกมา Re-Brand ครั้งใหญ่ ปรับ 3 เรื่อง

1.หน้าตาแพ็กเก็จจิ้งและขนาดบรรจุ ที่มาพร้อมความสดใส ทั้งในรูปแบบขวด PET กับขนาดสุดคูล 300 มล. ในราคา 10 บาท และขนาดสุดคุ้ม 445 มล. ที่เพิ่มปริมาณมากกว่าเดิมถึง 95 มล.ในราคาเท่าเดิมเพียง 16บาท รวมถึงกระป๋องในรูปแบบสลิมแคน 245 มล. เข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วยลุคโมเดิร์นและปริมาณการดื่มที่กำลังดี ไม่มากเกินไป

2.Key Product Benefit ที่คงความสดชื่นไว้เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือ Consumption Occasions โอกาสในการบริโภคสินค้า ให้หลากหลายมากขึ้น กระตุ้นดีมานด์ใหม่ๆ ที่ยังมีช่องทางเติมโตอยู่

3.แคมเปญการตลาดอย่างครบวงจร ทั้งในเรื่องของสื่อออนไลน์และฟู้ดอีเว้นท์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคดื่มชาดำร่วมกับอาหาร ขณะเดียวกันก็ยังใช้สื่อดั้งเดิมทั้ง TVC และสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย

ต่อไปนี้เกมของเครื่องดื่มประเภทชา จะไม่ได้สู้กันแค่ในร้านค้าสะดวกซื้อเท่านั้น แต่ขยายพื้นที่มาอยู่บนโต๊ะอาหารด้วยแล้ว ไม่ใช่แค่ชิงชัยในตลาดชาพร้อมดื่มเท่านั้น งานนี้ลิปตันไอซ์ทีขอเบียด “น้ำอัดลม” ซึ่งผู้บริโภคที่ใช้ความสำคัญเรื่องสุขภาพก็เริ่มลดการดื่มลง กับ “น้ำเปล่าบรรจุขวด” ที่ให้ความสดชื่นไม่เท่าชา ไปอยู่บนโต๊ะอาหารของผู้บริโภคด้วยอีกขวด