กรมการท่องเที่ยวเปิดตัวโปรเจกต์ “Thailand Scan Me” ชวนนักท่องเที่ยวเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวของไทยผ่าน QR Code ทั่วประเทศ [PR]

11

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี เปิดตัวโครงการ “Thailand Scan Me” เพื่อเพิ่มช่องทางและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 300 จุดทั่วประเทศ

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “Thailand Scan Me” ณ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี กล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า “ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวนิยมสืบค้นข้อมูลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน (Smart Phone)  โดยแอพพลิเคชั่น (Application) Line มีผู้ใช้งานกว่า 1 พันล้านรายทั่วโลก ซึ่งแอพพลิเคชั่น Line นั้น  มีคุณสมบัติที่สามารถสแกน (Scan) QR Code ได้ กรมการท่องเที่ยวจึงได้รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง คำแนะนำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พักอาศัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ มาบรรจุไว้ใน QR Code เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแสกนที่ป้ายที่ติดตั้งไว้ เพื่อรับทราบข้อมูลทั้งหมดได้ในทันที นอกจากนี้ ยังเตรียมข้อมูลในรูปแบบเสียง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวผู้บกพร่องทางสายตา และผู้ที่ไม่สามารถอ่านหนังสือได้อีกด้วย กรณีที่ต้องการปรับปรุงข้อมูลต่างๆ ให้ทันสมัยก็สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งนอกจากจะสะดวกและรวดเร็วแล้วยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดทำป้ายและติดตั้งป้ายใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับสแกน QR Code อื่นๆ สแกนที่ป้ายได้เช่นเดียวกัน”

การดำเนินการในปีแรกนี้ กรมการท่องเที่ยววางแผนการติดตั้งป้ายจำนวน 300 ป้าย ในแหล่งท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 60 แห่ง โดยแบ่งเป็นพื้นที่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด!! 57 แหล่ง จำนวน 253 ป้าย พื้นที่มรดกโลก 6 แหล่ง จำนวน 30 ป้าย และพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 13 แหล่ง จำนวน 28 ป้าย  โดยจะสังเกตได้ว่ารูปแบบป้าย QR Code แต่ละจังหวัดเป็นการออกแบบใหม่ให้มีความทันสมัยควบคู่ไปกับการนำเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของป้าย ซึ่งได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในแต่ละพื้นที่เพื่อให้การออกแบบตรงกับความต้องการของประชาชนในแหล่งท่องเที่ยวนั้น และสื่อความหมายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจได้ชัดเจนด้วย หรือจะเข้าไปดูเพิ่มเติมโดยตรงได้ที่เว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว www.tourism.go.th โดยจะแปลงข้อมูลเป็นภาษาต่างประเทศด้วย ขณะนี้มี 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แต่ต่อไปจะทำเพิ่มอีก 5 ภาษา คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม และบาฮาซา มลายู (ภาษามาเลย์)

ทั้งนี้นางกอบกาญจน์ กล่าวเสริมว่า “โครงการนี้เป็นโครงการนำร่อง โดยเริ่มจากสถานที่ท่องเที่ยวอันดับรองก่อน 12 จังหวัด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้กระจายไปทั่วทั้งประเทศ และนักท่องเที่ยวที่มาส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็จะเป็นแบบมาเที่ยวเอง หรือเรียกว่า FIT (Free Independence Traveller) มากกว่าที่จะมาแบบกรุ๊ปทัวร์ และ 70% จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาซ้ำ กรมการท่องเทียวต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวส่วนท้องถิ่นให้สามารถดูแลตัวเองได้ แต่ก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานและปลอดภัยด้วย โดยในขณะนี้จังหวัดจันทบุรีเองก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเพิ่มขึ้น 14% ต่อปี สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 18% ซึ่งเป็นแนวโโน้มที่ดี”

สำหรับจังหวัดจันทบุรี ออกแบบป้ายเป็นอัญมณี โดยมีการติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ QR Code จำนวน 29 ป้าย ใน 8 แหล่งท่องเที่ยว ได้แก่

1. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 4 ป้าย

2. หาดแหลมสิงห์ จำนวน 5 ป้าย

3. หาดคุ้งวิมาน จำนวน 4 ป้าย

4. ชุมชนริมน้ำจันทบูร จำนวน 5 ป้าย

5. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จำนวน 2 ป้าย

6. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จำนวน 1 ป้าย

7. สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จำนวน 5 ป้าย

8. อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จำนวน 3 ป้าย

22