ออนดีมานด์ อินเตอร์ แนะแนวการเรียนอินเตอร์ สร้างโอกาสใหม่ให้กลุ่มเจนแซด [PR]

ondemand

เทคโนโลยีมีส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถสื่อสารกันได้แบบไร้พรมแดน ส่งผลให้ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลที่ใช้ในการสื่อสารมีบทบาทมากขึ้น รวมทั้งการเรียนการสอนหลักสูตรอินเตอร์ก็ทวีความสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ โรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ ซึ่งมองเห็นกระแสดังกล่าว จึงได้เปิดตัว ออนดีมานด์ อินเตอร์ เพื่อตอบโจทย์น้องๆ ที่ต้องการเรียนต่อหลักสูตรอินเตอร์ พร้อมกันนี้ได้จัดกิจกรรม “Let’s go Inter By OnDemand Inter”เพื่อแนะแนวให้น้อง ๆ เห็นโอกาสที่ดีในการเรียนอินเตอร์ และเข้าใจเกี่ยวกับการสอบอย่างถูกต้อง

นายสุธี อัสววิมล ผู้ก่อตั้งโรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ กล่าวว่า เทรนด์การสอบหลักสูตรอินเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ออนดีมานด์ อินเตอร์ จึงได้พัฒนาหลักสูตรและเทคนิคการเรียนการสอน อีกทั้งนำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนการสอน    เพื่อมุ่งเน้นให้น้อง ๆ แสวงหาความรู้ เปิดพื้นที่ให้ได้แสดงออก แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลใหม่ ๆ    ที่จะช่วยให้น้องสอบเข้าเรียนหลักสูตรอินเตอร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ตามที่ฝัน ซึ่งนอกจากจะมีโอกาสได้งานที่ดี มีอนาคตที่ดีแล้ว ยังเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาน้อง ๆ ให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป นอกจากนี้ การสอบหลักสูตรอินเตอร์ยังนับเป็นการขยายโอกาสให้กับน้อง ๆ ด้วย เพิ่มเติมจากการสอบรับตรงภาคไทย แอดมิชชั่นกลางภาคไทย“วิชาภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสอบเข้าหลักสูตรอินเตอร์มักไม่ใช่ปัญหา เพราะแทบทุกโรงเรียนมีห้องเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษ แต่ปัญหาคือวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่มีข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเด็กทำไม่ได้ หลักสูตรอินเตอร์ของออนดีมานด์จึงมุ่งแก้ปัญหาดังกล่าว” นายสุธี กล่าว

ทางด้าน นายภัทร์ ลิ้มปวงทิพย์ อาจารย์จากออนดีมานด์ อินเตอร์ บอกว่าน้อง ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการสอบหลักสูตรอินเตอร์ การสอบส่วนใหญ่จะสอบเพียง 2 วิชา คือคณิตศาสตร์ กับอังกฤษ ที่เรียกว่า SAT (Scholastic Assessment Tests) ซึ่งออนดีมานด์จึงคิดเทคนิค SAT TRICK ขึ้นมา โดยเน้นว่าต้องได้คณิตศาสตร์ แปลโจทย์ให้ออกและทำให้เร็ว ซึ่งการสอบนี้ไม่จำเป็นต้องสอบตอน ม.6 สามารถเตรียมตัวได้ตั้งแต่ ม.4 สอบได้ถึง 6 ครั้ง และเก็บคะแนนได้ 2 ปี สำหรับการสอบบางคณะ   เช่น วิศวกรรมศาสตร์ อินเตอร์ จุฬาฯ จะให้ความสำคัญกับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ถึง 2 ใน 3 ดังนั้นน้อง ๆ จะสนใจภาษาอังกฤษอย่างเดียวไม่ได้

ส่วน นางสาวกิรัฐา เกษมนวการ ผู้ดูแลแบรนด์ MCM จากประเทศเยอรมนีในประเทศไทย ซึ่งเรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ อินเตอร์ ธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประสบการณ์การเรียนว่า บรรยากาศในห้องเรียนจะเป็นแบบต่างประเทศ อาจารย์เป็นชาวต่างชาติ เน้นการปฏิบัติ พอขึ้นปี 3 ถ้าได้เกรดตามที่กำหนดก็สามารถไปเรียนต่อหรือฝึกงานที่ต่างประเทศได้ไม่ยาก นอกจากนี้ โอกาสในการทำงานกับบริษัทใหญ่รวมถึงรายได้จะสูงกว่าปกติ ชีวิตในมหาวิทยาลัยจะได้มากกว่าวิชาชีพ เพราะได้ฝึกเตรียมตัวในการทำงานกับชาวต่างชาติเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยด้วย

ขณะเดียวกัน นายคาสิด ป้อมขุนพรม นักเรียนจากโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยหนึ่งในนักเรียนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ บอกว่าสนใจเรียนภาคอินเตอร์ เพราะชอบวิชาภาษาอังกฤษและทำคะแนนได้ค่อนข้างดี การมาฟังการแนะแนวในงานนี้ถือว่าได้ประโยชน์มาก เพราะทำให้ทราบเทคนิคในการสอบ แม้ว่าจะใกล้ขึ้นม.6 แล้ว แต่ได้เทคนิคจากงานนี้ก็ทำให้มีเวลาเตรียมตัวสอบทัน

ส่วน นางสาวพิมพ์พิศฎา เพชรรัตน์ นักเรียนโรงเรียนวารีเชียงใหม่ กล่าวว่า พี่ทั้งสองคนเรียนอยู่ต่างประเทศ ทำให้ตนเองอยากไปเรียนต่างประเทศเช่นกัน แต่เนื่องจากคุณแม่อยากอยู่เมืองไทย จึงคิดว่าการเรียนอินเตอร์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี จึงมาร่วมงานนี้ เพื่อเป็นข้อมูลในการสอบ ตอนนี้เรียนอยู่ ม.3 แต่คิดว่าการวางแผนเตรียมตัวไว้ก่อนจะทำให้มีความพร้อมมากกว่า

แม้ว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์มากขึ้น แต่แน่นอนว่าความต้องการของเยาวชนกลุ่มเจนเนอเรชั่นแซด (Z) ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่าคนที่พร้อมมากกว่าย่อมมีโอกาสที่จะได้เข้าไปเรียนมากกว่า หากน้อง ๆ คนไหนที่ต้องการเรียนหลักสูตรอินเตอร์ ลองนำเทคนิคที่อาจารย์จากออนดีมานด์แนะนำไปใช้น่าจะเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะการแปลโจทย์วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้ได้และทำให้เร็ว ที่สำคัญเลือกคณะที่ใช่ เพื่อให้การเรียนตลอด 4 ปีของน้อง ๆ มีความสุขมากที่สุด ก่อนที่จบออกมาเพื่อเปิดรับโอกาสที่ดีกว่า