AdFest2016: 2 บทสรุปจาก AdFest “ซามูไร” ครองโลกโฆษณาเอเชีย และวิถีท้องถิ่นเด็ดไม่แพ้ใคร

0

downloads_wallpaper_samurai_800

AdFest มหกรรมโฆษณาภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก จบสิ้นลงไปแล้วในปีนี้มีผลงานที่น่าชื่นชมมากมาย และปรากฏการณ์  แนวโน้มที่พลาดไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูดถึงบนเวทีเสวนา, งานเวิร์คช็อป ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันภายในงาน 4 วัน และมี 2  เรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญของงานในครั้งนี้ นั่นก็คือ

“ซามูไร” ครองโลกโฆษณาเอเชีย

นับเป็นอีกปีที่ผลงานจากญี่ปุ่นแสดงความยอดเยี่ยมบนเวทีแอดเฟสด้วยการกวาดรางวัลมากที่สุด จากผลงานที่ร่วมประกวดทั้งหมด 3,112 ชิ้น จาก 39 เมือง โตเกียวกวาดรางวัลไปมากที่สุุด 87 รางวัล ตามมาด้วยกรุงเทพ 49 รางวัล และซิดนี่ย์ 37 รางวัล ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าอันดับ 2-3 รวมกันถึงจะใกล้เคียงกับอันดับ 1 โดยโตเกียวเป็นประเทศที่ส่งผลงานเข้ามามากที่สุดเช่นกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากจะมีในเรื่องปริมาณแล้วแคททริกอรี่ที่เอเยนซี่โฆษณาจากญี่ปุ่นช่วยกันโกยกลับไปนั้น มีความหลากหลายตั้งแต่งานดั้งเดิมเช่น Outdoor, Film ไปจนถึงงานที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบ Interactive และ Mobile รวมทั้งงาน Design (อ่านบทความเรื่องผลรางวัล Interactive และ Outdoor )

สรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว, Managing Director, Dentsu Media(Thailand)
สรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว, Managing Director, Dentsu Media(Thailand)

สรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว, Managing Director, Dentsu Media(Thailand) แสดงความคิดเห็นว่า “ก็ต้องให้เครดิตกับคนญี่ปุ่นที่เขาทำอะไรแล้วทำจริง จริงจัง ถ้าใส่ใจอะไรแล้วลงลึกเลย ผลงานของเขามันจะเป็นอะไรที่ลึกกว่าแค่ Solution ไปอีกระดับหนึ่ง และหยิบมาใช้ได้ผสมผสานกันอย่าลงตัว มีวิธีการนำเสนอที่ Craft มาก แต่ขณะเดียวกันก็ Simplify  คือเราดูรู้เรื่องภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว”

งานไอเดียท้องถิ่นจุดเด่นของ AdFest

Jeremy Craigen, Global Chief Creative Office of Innocean Worldwide
Jeremy Craigen, Global Chief Creative Office of Innocean Worldwide

 Jeremy Craigen, Global Chief Creative Office of Innocean Worldwide ซึ่งมาที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก และรวมงานแอดเฟสเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นกับผลงานที่เปี่ยวไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละท้องถิ่นอย่างมาก

“ในฐานะที่ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของ Asian Community ของคนโฆษณาแล้ว ผมไม่แคร์ว่างานที่ได้รางวัลจากที่นี้อาจจะไม่ได้รางวัลที่ Cannes หรือที่อื่นใดในโลก แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงที่ผมต้องการก็คือความ Unique ที่บ่งบอกความเป็นภูมิภาคนี้”

“ผมเคยเป็นกรรมการที่การประกวดอื่นมาบ้าง ที่นี่มีความหลากหลาย(Diversity) มาก บางโชว์ตัดสินไปในทางเดียวทั้งหมด แต่ที่นี่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน พวกเราเหมือนมาเรียนรู้อีกครั้ง และสิ่งที่ผมบอกก็คืออยากให้เคารพความคิดเห็นของแต่ละคน เรามาเพื่อพูดคุยกันไม่ได้มาเพื่อตัดสินงาน”

Jeremy ยังแสดงความประทับใจในไอเดียท้องถิ่นหลายๆ ชิ้น และหนึ่งในนั้นก็คืองาน #ช.ช้างช่วยช้าง จาก โอกิลวี่ ประเทศไทย ที่เขาชอบเพราะช้างมีความสำคัญกับคนไทยมานาน และยังเป็นหนึง่ในตัวอักษร การทำให้เห็นว่า ถ้าหากว่า ช. ช้าง หายไปในสื่อ เป็นวิธีการที่ฉลาดและทำให้คนเห็นถึงความสำคัญของช้างได้เลย

(อ่านบทความผลรางวัล Lotus Root ซึ่งมอบให้กับผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเอเชียแปซิฟิค ที่นี่)