งบลงทุนเพื่อลุยศึก 4G 70,000 ล้าน ของดีแทค ทำอะไรบ้าง

0

DTAC-Super4G

ในการประมูลคลื่น 900 MHz บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เสนอราคาคลื่นความถี่ชุดที่ 1 ด้วยราคาสุดท้ายที่ 70,180 ล้านบาท และนั่นก็หมายความว่าตัวเลขประมาณ 70,000 ล้านบาทเป็นตัวเลขที่ ดีแทค คิดว่าเหมาะสมกับการลงทุนเพื่อต่อสู้ในตลาดโทรคมนาคมในประเทศไทย ดังนั้นเมื่อไม่ได้คลื่น 900 MHz มาครอบครอง ดีแทค จึงนำเอางบประมาณก้อนนี้ มาลงทุน โดยเน้นไปที่การพัฒนาเครือข่าย และสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี ภายใต้แคมเปญ Super 4G แต่งานนี้ ลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวในงานแถลงข่าวว่า แคมเปญที่ Beyond Super ดังนั้นจึงต้องเป็น SuperSSSSS  และ S ทั้ง    5 ตัวประกอบไปด้วย

Super Network

ประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี ของดีแทค อธิบายถึง แบนด์วิธที่ดีแทคมีอยู่ในตอนนี้ว่า เป็นเพียงรายเดียวที่มีแบนด์วิช 4G จำนวน 20 MHz เพียงรายเดียว ขณะที่คู่แข่งรายอื่นต้องใช้คลื่นความถี่ทั้ง 2100 MHz, 1800 MHz  หรือ 900 MHz มาต่อกันเพื่อให้ผู้บริโภคใช้งาน ซึ่งในความเป็นจริงดีไวซ์ของผู้บริโภคที่จะทำให้เกิดการใช้งานในลักษณะนี้ราบรื่นจะต้องเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ตัวท็อปของแบรนด์ดังเท่านั้น เช่น iPhone 6S, Samsung S6 ขณะที่ดีแทค สามารถให้บริการบน Single Carrier ดังนั้นโทรศัพท์มือถือที่ราคาหลักพันกลางๆ ที่รองรับ 4G ก็สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน 4G ของดีแทคได้แล้ว

และงบ 70,000 ล้านบาทที่ดีแทควางแผนในระยะยาว 3 ปีนับจากนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนด้านเครือข่าย จากที่ตอนนี้ 4G Based Station อยู่ราว 2,000 กว่าไซต์ เน้นหนักที่กรุงเทพมหานคร ก็จะลงทุนเพิ่มเป็น 6,000 ไซต์ เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในกลางปีนี้ รวมทั้งพัฒนา  3G Based Station ที่มีอยู่ 14,000 ไซต์ต่อไป

Super Love& Roll Non-Stop

นำเสนอราคาแพ็กเก็จโทรศัพท์สำหรับลูกค้า Post-Paid แบบ Non-Stop ถ้าหากว่าใช้ไม่หมดสามารถทบไปเดือนต่อไปได้ ซึ่งแพ็กเก็จราคา 499 บาท ก็ให้ใช้ดาต้า 10 GB ซึ่งถือว่าสูงกว่า ค่าเฉลี่ยการใช้งานของลูกค้าดีแทครายเดือนจะใช้ปริมาณดาต้าอยู่ที่ 3 GB และมีแนวโน้มจะขยับเป็น 4-5  GB เมื่อมี 4G โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคอนเทนท์รองรับทั้ง Ecosystem ดีแทคจึงจัดแพ็กเก็จที่ใช้งานได้แบบจุใจ โดยการใช้งานจะใช้ได้ทั้ง 3G/ 4G เพื่อที่ลูกค้าจะได้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อเนื่องไม่ว่าจะไปในที่ๆ ที่สัญญาณ 3G หรือ 4G

Super Topping

สำหรับลูกค้าเติมเงิน ก็มีแพ็กเก็จที่คุ้มค่า 19 บาท เล่นได้ 24 ชั่วโมง โดยมีความเร็ว 100 Mbps ถึง 500 MB โดยพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเติมเงินจะอยู่ที่เฉลี่ยนวันละ 300 MB การให้ถึง 500 MB จึงเพียงพอกับการใช้งานแน่นอน

โดยราคาค่าบริการไม่ว่าจะเป็นรายเดือนหรือเติมเงิน ซิกวาร์ท โวส เอริคเซน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด ดีแทค ประกาศว่าค่าบริการของดีแทคจะต้องเป็น Best Deal in the Market และถ้าหากว่าคู่แข่งลงมาต่อสู้ ดีแทคก็พร้อมจะสู้กลับในทันที

Super Sale

จะมีการนำเอาสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 4G มาทำแคมเปญทั้งส่วนลด หรือให้ใช้ฟรี เช่น Samsung Galaxy J2 เมื่อสมัครแพ็กเก็จตามที่กำหนด

Super Device

ในเมื่อคู่แข่งในตลาดเดินหน้าแจกโทรศัพท์เพื่อดึงลูกค้าในระบบ 2G ให้มาใช้ 3G/ 4G ดีแทคก็จะทุ่ม 2 พันล้านบาทเล่นในเกม เดียวกัน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดสรรดีไวซ์ให้มีคุณภาพใช้งานได้จริง จึงอาจจะออกตัวช้ากว่าคู่แข่งไปบ้าง แต่ก็เชื่อว่าลูกค้า 2G ของดีแทค ที่มีอยู่ประมาณ 3 ล้านราย จะทะยอยเปลี่ยนมาใช้ 3G/ 4G มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเปลี่ยนแปลงถึงแม้ว่าจะรวดเร็วเพราะการเติบโตของการใช้งานดาต้า แต่ในตลาดก็จะยังคงมีลูกค้า 2G  หลงเหลืออยู่ในอีกระยะเวลาหนึ่ง

ลาร์ส นอร์ลิ่ง ย้ำว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันเท่านั้น และดีแทคจะทำทุกวิถีทางที่จะต่อสู้ เพื่อไม่ให้เสียมาร์เก็ตแชร์ รวมทั้งรักษาฐานลูกค้าและรายได้ให้เติบโตต่อไป

[xyz-ihs snippet=”LINE”]