5 วิธีทำงานที่บ้านบนความขี้เกียจ แต่ผลงานยังเปี่ยมประสิทธิภาพ

0

WorkAtHome-Head

ปัจจุบันการทำงานที่บ้านเป็นเรื่องปกติสำหรับหลายๆ บริษัท หรือชาวฟรีแลนซ์ทั้งหลาย เชื่อว่าหลายคนก็คงเคยมีประสบการณ์การทำงานจากที่บ้านและปัญหาอย่างหนึ่งที่เรามักพบเหมือนๆ กันคือ ความสบายของบ้านเราช่างเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพของงานซะเหลือเกิน ด้วยบรรยากาศแห่งการพักผ่อนบนโซฟาตัวโปรด สัตว์เลี้ยงที่เหมือนเพื่อนตัวน้อยคอยก่อกวน ขนมอร่อยๆ หรือแม้แต่สิ่งล่อใจใกล้มือ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, IG หรือกระทู้เด็ดในเว็บไซต์ดัง บางคนพยายามหาทางหลีกหนีภาวะขี้เกียจนี้โดยการออกไปนั่งร้านกาแฟร้านโปรด แต่ก็นั่นแหละ ทำทุกวันก็เปลืองตังค์ใช่เล่น วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการที่เรายังสามารถทำงานที่บ้านอย่างสบายใจพร้อมกับได้งานดีๆ ออกมา แม้จะดูยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ยังพอมีทางออกอยู่บ้าง

Tricia Sciortino, President ของเว็บไซต์ eaHELP เว็บไซต์ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว ช่วยจัดการตารางงานและอื่นๆ ของบริษัทต่างๆ มีเคล็ดลับมาแนะนำ Tricia เองมีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการชีวิตการงานและเรื่องส่วนตัวของเธออย่างสูง สามารถแยกทั้ง 2 เรื่องออกจากกันและจัดการรับมือได้อย่างเป็นระบบแม้ทั้ง 2 เรื่องจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน และยังมีประสบการณ์ในการทำงานจากนอกออฟฟิศอย่างเชี่ยวชาญ Tricia แนะนำเรา 5 ข้อ กับทริคดีๆ ที่จะทำให้คุณสามารถทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะถูกยั่วยวนด้วยโพสต์ต่างๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

1. สื่อสารเข้าไว้!
ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้เราไม่มีขวัญกำลังใจในการทำงานคือการที่ไม่มีเพื่อนร่วมงานอยู่รอบตัว ดังนั้นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเวลาที่เราทำงานที่บ้านคือการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น สื่อสารเข้าไว้ในทุกช่องทางที่ทำได้ เช่น ส่งอีเมล์อัพเดตงานบ่อยๆ พิมพ์แชทคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือพิมพ์คุยกับตัวเอง โทรศัทพ์ติดต่องาน ไปจนถึงสื่อสารแบบเห็นหน้าอย่าง Video Conference เพราะการสื่อสารจะทำให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยว Tricia ย้ำกับทีมของเธอเสมอถึงความสำคัญของการติดต่อและการตอบกลับ เพราะการสื่อสารเป็นกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ที่ดี

2. กำหนดเวลาเริ่มงานและเลิกงานที่ชัดเจน

การทำงานที่บ้านนั้น การเริ่มก็ยากพอๆ กับการเลิก ยิ่งเราผัดวันประกันพรุ่งมากเท่าไหร่ งานที่เพิ่มพูนในแต่ละวันยิ่งมากมายและท่วมท้นจนยากที่จะหยุดงานทำงานได้ง่ายๆ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อคุณกำหนดเวลาที่แน่นนอนให้กับตัวเองว่าจะเริ่มงานกี่โมง และเลิกงานกี่โมง อย่าลืมกำหนดเวลาพักกลางวัน และลุกออกจากที่นั่งทำงานไปหาอะไรกิน หรือจะดีมากถ้าออกจากบ้านไปได้เลย แล้วค่อยกลับมาเมื่อหมดเวลาพัก อย่าลืมให้ความสำคัญกับคนในบ้าน เช่น ถ้าคุณเป็นคุณพ่อที่ต้องทำงานที่บ้าน เมื่อลูกๆของคุณกลับจากโรงเรียน คุณก็ละจากงานไปทักทายพวกเขาได้ตามปกติ และกลับมาทำงานต่อจนถึงเวลาเลิกงาน ก็จงหยุดทำงาน และไปพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

3. กำหนดเวลาในการใช้โซเชียลมีเดีย

คนส่วนใหญ่ติดโซเชียลมีเดีย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจให้เราละสายตาจากการทำงานเป็นอย่างมาก Tricia ใช้วิธีควบคุมตัวเองโดยการตั้งเวลากำหนดว่าวันหนึ่งจะเข้าใช้งานโซเชียลมีเดีย 3 ครั้งต่อวันคือหลังตื่นตอน พักทานข้าวกลางวัน และก่อนนอน นอกจากเวลาเหล่านี้เธอจะทิ้งมันไว้เฉยๆ หรือจนกว่าจะเบรคแล้วค่อยเข้าไปเช็คบ้างเป็นครั้งคราว แต่หากงานของคุณเป็นงานที่ต้องใช้โซเชียลมีเดียตลอดเวลาก็จงนึกไว้เสมอว่า “งานต้องมาก่อน” เราไม่ได้บอกให้คุณออฟไลน์ซะทีเดียว จริงๆแล้วอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการทำงานอย่างมาก มีหลากหลายเว็บไซต์ที่เป็นเอื้ออำนวยต่อการทำงานทั้งในและนอกออฟฟิศ อยู่ที่ว่าคุณต้องใช้มันให้ถูกต้อง

4.สร้างบรรยากาศรอบตัวให้เหมือนออฟฟิศที่สุด

การทำงานในที่ที่สะอาดและเงียบสงบมีผลต่องานที่ออกมา เราจึงควรนั่งทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดูโปร่งโล่งสบาย มีสิ่งจำเป็นใกล้มือ ไม่มีใครรบกวน บางคนอาจไม่มีโต๊ะทำงานหรือห้องทำงานส่วนตัวที่บ้าน แต่นั่งทำงานบนโต๊ะกินข้าว โซฟา หรือโต๊ะเล็กๆในห้องนอน ก็ควรแน่ใจว่าขณะที่คุณทำงาน บรรยากาศโดยรอบเอื้ออำนวยต่อการทำงาน แค่ทำให้มันสะอาดและเป็นระเบียบก็ช่วยจัดระเบียบความคิดของคุณได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าคุณไม่มีพื้นที่แบบนี้อยู่ในบ้านเลยล่ะก็ จงออกไปหาที่อื่นนั่งทำงานดีกว่า เพราะจริงๆแล้วสภาพแวดล้อมสำคัญอย่างมากต่อการทำงาน แม้ว่าจะแค่ 2 ชั่วโมง หรือหลายวันก็ตาม คุณควรมีพื้นที่ดีๆ ในการทำงานเพื่อเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าคุณกำลังทำงาน และจะช่วยให้ผลงานที่ออกมาดีที่สุด

5. จัดตารางล่วงหน้ายาวๆ

การจัดตารางล่วงหน้าทำให้คุณรู้ว่าคุณต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน และมีเวลาเหลือสำหรับอะไรบ้าง Tricia จัดตารางล่วงหน้ายาวที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้โดยเริ่มจากตารางปฏิทินที่โรงเรียนของลูกสาว วันไหนเธอต้องไปโรงเรียนลูก วันไหนลูกเธอมีกิจกรรมสำคัญ วันที่เหลือจากนั้นจึงเป็นเวลาทำงาน นอกจากนี้มันยังช่วยให้คุณจัดการกับวันพักผ่อนต่างๆได้ดีขึ้น เช่นการวางแผนไปเที่ยวทะเลในช่วงหน้าร้อน การพักผ่อนหยุดยาวในช่วงปีใหม่ วันเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ และอย่าให้ใครมาเอามันไปจากคุณ วางแผนล่วงหน้ายาวๆ แล้วจงทำตามแผนนั้น ให้เวลากับครอบครัวและวันพักผ่อน จากนั้นจึงลงวันที่เหลือไปกับงาน แล้วคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ Balance เรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

Source

[xyz-ihs snippet=”LINE”]