4 บทเรียน ที่เหล่า PR ทั้งหลาย ควรเรียนรู้จาก เจ้าหญิงดิสนีย์

    0

    4LessonsFormPrincess

    เราทั้งหลายต่างคุ้นชินกับภาพอันสวยงามและเนื้อเรื่องอันชวนฝันจากหนังและการ์ตูนจากดิสนีย์ เราจำชื่อตัวละครได้ จำมุกเด็ด หรือแม้กระทั่งบางคนร้องเพลงได้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกินคาดคือ แท้จริงแล้วหนังหลายเรื่องของดิสนีย์แฝงแนวคิดการเป็น PR บางอย่างเอาไว้

    ลองมาดูตัวอย่างกันซัก 4 ข้อจากเจ้าหญิงดิสนีย์ แล้วคุณจะรู้สึกว่ามันวิเศษมาก ที่เทพนิยายเหล่านี้ซ่อนข้อคิดที่คุณสามารถเอาไปใช้ในชีวิตการทำงานประจำวันด้าน PR ได้

    1. โฉมงามกับชื่อเสียงของแบรนด์ (Beauty and the Brand Reputation)

    ความดี ความชั่ว และความน่าเกลียด เป็นสิ่งที่เราคุ้นชินกันดียิ่งเมื่อนำมาโยงกับการบริหารจัดการแบรนด์ ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบแบรนด์ของคุณตั้งแต่แวบแรกที่เห็น แต่การเชิญชวนและปรุงแต่งให้ชื่อเสียงแบรนด์ดีขึ้น สามารถเปลี่ยนการรับรู้ของผู้บริโภคได้

    เหมือนกับการเปลี่ยนใจเบลล์ ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าเบลล์จะประทับใจในตัวอสูร เราจึงต้องให้ข้อมูลกับผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการตัดสินใจว่าสินค้าหรือบริการของเราคุ้มค่ากับเงินของเขา ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่เบลล์จะให้โอกาสอสูร แต่นั่นจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากอสูรไม่เปิดใจของเขาให้กับเบลล์ เช่นเดียวกัน แบรนด์จำเป็นต้องเป็นฝ่ายเริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภคของเราก่อน

    2. การกระทำเล็กๆ เสียงดังกว่าคำพูด

    นักประชาสัมพันธ์หลายคนใช้คำพูดและภาษาโน้มน้าวใจคนได้เก่งมาก อย่างไรก็ตาม การแสดงออกบางอย่างเพียงเล็กน้อย กลับนำพาสิ่งที่ต้องการสื่อไปได้กว่า โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุวิกฤติ เปรียบเหมือนคุณเป็นเงือกน้อยที่ได้ยอมมอบเสียงให้กับแม่มดทะเลไปแล้ว ท่าทางและการแสดงออกของคุณจะเป็นสิ่งที่สามารถสื่อสารจุดยืนของแบรนด์ต่อสื่อ ต่อลูกค้า ต่อผู้ถือหุ้น และส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ดีที่สุด เพราะการการะทำเสียงดังกว่าคำพูด ท่าทางจึงสื่อสารตรงประเด็นดีกว่าการสื่อสารแบบภาษาทั่วไปด้วยซ้ำ

    แม้การกระทำที่อาจมองว่าเล็กน้อยมากๆ เช่น การกดไลค์โพสต์หรือคอมเมนท์ของลูกค้า ให้ความสนใจในข้อมูลส่วนตัวที่เขาต้องการบอก ใส่ใจในการให้ความช่วยเหลือเหมือนที่เจ้าชายอีริกมีให้เงือกน้อยก็สร้างผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ได้ เพราะการรับฟังเสียงของลูกค้า ก็เป็นกลยุทธ์ PR ที่สำคัญมากอย่างหนึ่งที่หลายคนละเลย

    giphy

    3. สโนว์ไวท์กับลูกค้าทั้ง 7

    ชาว PR รู้ดีว่าหน้าที่ของพวกเขาคือต้องดูแลลูกค้าหลายรายในเวลาเดียวกัน และทำให้พวกเขามีความสุข เพราะเราต้องทำหน้าที่ทั้งการเข้าใจเสียงของแบรนด์ ทำให้แน่ใจว่าไอเดียของพวกเขาสามารถกลายเป็นจริงได้ และช่วยให้พวกเขาผ่านเวลาที่ยากลำบาก ความยากคือเราต้องเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการที่แตกต่าง และหาให้เจอว่าอะไรกันแน่ที่เขาต้องการจริงๆ

    เหมือนที่คนแคระของสโนว์ไวท์ 7 คนก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป นัก PR โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในเอเจนซี่จึงจำเป็นที่จะต้องทำอะไรได้หลายอย่าง พร้อมที่จะสลับจากงานหนึ่งไปทำอีกงานหนึ่งด้วยความเชี่ยวชาญ เหมือนเวลาสโนว์ไวท์เปลี่ยนคู่เต้นรำกับคนแคระไปเรื่อยๆอย่างร่าเริง

    SnowWhite

    4. Pitcherella

    ฝันอย่างหนึ่งของชาว PR คือการที่เห็นโปรเจคในมือที่ลงแรงไปเป็นข่าวใหญ่น่าชื่นชมบนจอทีวี แม้เราจะถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เราก็ไม่เคยหยุดฝันว่าอย่างน้อยก็จะได้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ก็ยังดี

    ซินเดอเรลล่าก็มีความฝัน และเธอไม่เคยหยุดที่จะทำให้มันเป็นจริง นัก PR ก็ควรมีความพยายามในข้อนี้ และแม้ว่าเราทุกคนจะชอบตอนจบที่สวยงาม แต่ความล้มเหลวก็สอนให้เรารู้จักกับความเป็นผู้นำและนวัตรกรรมใหม่ๆ ในวงการ

    Source