“ยาคูลท์” พลิกเกมวางขายเซเว่น! กินรวบขายตรง-ขายปลีก 8 พันล้าน

0

ยาคูลท์

“ยาคูลท์” เขย่าตลาดนมเปรี้ยว 8,000 ล้าน แตกโมเดลธุรกิจใหม่ ผนึก 7-11 บุกช่องทางขายค้าปลีก นำร่องให้สาวยาคูลท์ป้อนสินค้า พร้อมตั้งราคาขายปลีกหน้าร้าน 8 บาท แพงกว่าขายตรง 1 บาท ด้าน “บีทาเก้น-เมจิ” เร่งเพิ่มทีมขายตรงเท่าตัว หวังช่วยหนุนช่องทางโมเดิร์นเทรด

นมเปรี้ยวที่มีมูลค่าตลาดรวม กว่า 8,000 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยกว่า 8% ต่อปี ส่งผลให้การแข่งขันดุเดือดและร้อนแรง ทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศ รวมถึงแบรนด์ต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาชิงตลาดที่ดีมานด์มหาศาลนี้

ล่าสุด “ยาคูลท์” เจ้าตลาดที่ครองส่วนแบ่งมากกว่าครึ่ง มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ด้วยการส่งสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เสริมทัพกับทีมสาวยาคูลท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เซเว่นอีเลฟเว่นได้เริ่มวางขายยาคูลท์ระยะหนึ่งแล้ว เริ่มจากสาขาในต่างจังหวัด ในราคาขวดละ 8 บาท จากปกติสาวยาคูลท์ส่งให้สมาชิกตามบ้าน และสำนักงานทั่ว ๆ ไปขวดละ 7 บาท

ขณะที่แหล่งข่าวในบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เป็นความร่วมมือของทั้ง 2 ฝ่าย ในการพัฒนาและขยายตลาดร่วมกัน เบื้องต้นเริ่มทดลองด้วยการทยอยวางขายในสาขาตามต่างจังหวัดก่อน และจะกระจายไปยังสาขาอื่น ๆ ต่อไป

ปัจจุบันเซเว่นอีเลฟเว่นมีสาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมแล้วกว่า 8,500 สาขาทั่วประเทศ

รายงาน ข่าวจากบริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทมอบหมายให้สาวยาคูลท์ในแต่ละพื้นที่เป็นคนส่งสินค้าเข้าไปยังสาขาของ เซเว่นฯ เนื่องจากแนวทางของบริษัทไม่ต้องการแย่งรายได้กับสาวยาคูลท์ รวมถึงการตั้งราคาที่แตกต่างกันใน 2 ตลาด คือ สาวยาคูลท์ในราคา 7 บาท ส่วนร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 8 บาท

“ที่ผ่านมาเราเติบโตมาด้วยกัน บริษัทเป็นผู้ผลิต สาวยาคูลท์คือกลไกในการจัดจำหน่าย เมื่อมีช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ เกิดขึ้น นโยบายผู้บริหารก็ยังยึดแนวทางนี้ต่อไป” รายงานข่าวระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ยาคูลท์มีความแข็งแกร่งในตลาด รวมถึงมีแบรนด์ลอยัลตี้สูงมาก สะท้อนจากเมื่อปี 2555 ยาคูลท์ได้ปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นเป็น 7 บาท ปรากฏว่ามีผลกระทบด้านยอดขายในระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้นพบว่าตลาดเติบโตมากกว่าเดิมเสียอีก แม้ว่าจะปรับราคาขายปลีกสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในบริษัทยาคูลท์อีกรายหนึ่งยอมรับว่า มีสาวยาคูลท์จำนวนหนึ่งกังวลว่า ช่องทางค้าปลีกจะเข้ามาแย่งลูกค้า และอาจทำให้รายได้ลดลง ดังนั้นบริษัทจะประชุมชี้แจงในเร็ว ๆ นี้

“การส่งสินค้าให้สมาชิกตามบ้าน หรืออาคารสำนักงานต่าง ๆ สาวยาคูลท์จะมีส่วนแบ่งขวดละ 1.50 บาท แต่การส่งสินค้าเข้าไปขายในเซเว่นฯจะมีส่วนแบ่งขวดละ 75 สตางค์”

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากการส่งสินค้าเข้าไปในช่องทางค้าปลีกแล้ว บริษัทยังเปิดรับสมัครสาวยาคูลท์อย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 4,500-5,000 คนทั่วประเทศ เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มีความครอบคลุมมากขึ้น

นายสมยศ อรรถสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทาเก้น จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ก่อนหน้านี้ว่า บีทาเก้นมีเป้าหมายเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับช่องทางไดเร็กต์เซลมากขึ้น จากปัจจุบันมีความแข็งแกร่งในช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 62% โดยต้องการเพิ่มสาวบีทาเก้น จากปัจจุบัน 2,700 คน เป็น 3,000 คน

“ยาคูลท์แข็งแกร่งในช่องทางไดเร็กต์เซลเป็นพิเศษ โดยที่ยาคูลท์กับบีทาเก้นมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 80% ส่วนค่ายใหญ่อื่น ๆ ทั้งดีไลท์ของดัชมิลล์ เมจิไพเก้นของซีพี-เมจิ และแอคทีเวียของเบอร์ลี่

ยุคเกอร์ ยังคงมีความเคลื่อนไหวกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันเรื่องสูตร และไซซ์ที่หลากหลาย รวมทั้งโปรโมชั่นราคา”

ในระยะยาวบีทาเก้นมีเป้าหมายเป็นนมเปรี้ยวเบอร์หนึ่งของตลาดอินโดจีน ซึ่งตลาดยังมีการแข่งขันไม่สูง และบริษัทได้เข้าไปบุกตลาดแล้วในลาว กัมพูชา และเวียดนาม และตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจะขยายตลาดไปเมียนมา

ขณะที่นายสุจริต มัยลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวว่า ตลาดนมเปรี้ยวในประเทศมีทิศทางเติบโตสูงขึ้น ตามดีมานด์ของตลาด นอกจากการเพิ่มงบฯการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ไปยังผู้หญิงที่เป็นผู้บริโภค ฐานใหญ่ของตลาดแล้ว บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการขยายทีมขาย (สาวไพเก้น) จาก 900 คนเป็น 1,800 คน เพื่อกระจายสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเป็นการช่วยเสริมช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต

แหล่งข่าวในวงการนมเปรี้ยวตั้งข้อสังเกตว่า ความเคลื่อนไหวของยาคูลท์ในร้านเซเว่นฯถือเป็นการปิดจุดบอดช่องทางร้านขาย ปลีก และเสริมจุดแข็งให้กับยาคูลท์ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว เนื่องจากเซเว่นฯมีเครือข่ายสาขามากกว่า 8,500 แห่งทั่วประเทศ

Source

Content Partner

logo_prachachat