วลีฮิตติดปาก “คิดแล้วต้อง… WeAre…” ที่เป็นกระแสดังในโซเชียล ที่แท้มาจากอะไร?!

thumbnail_content3

เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่เมื่อมีวลีสุดฮิตกลายเป็นเทรนด์ในสังคมโซเชี่ยล ก็มักจะถูกนำมาตัดต่อ หรือทำภาพล้อเลียนกันบนโลกออนไลน์จนกลายเป็นกระแส  อย่างล่าสุดมีวลีฮิตที่เห็นคนดังหลายคนนำมาล้อเลียน  คงหนีไม่พ้นแฮชแท็ก “#คิดแล้วต้อง…และ #WeAre…” เรียกว่าเป็นกระแสขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืน ในทวิตเตอร์หลังจากที่มีการนำแฮชแท็ก “#คิดแล้วต้อง…และ #WeAre…” มาล้อเลียนกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ากับคาแร็คเตอร์ของตัวเอง  จนกลายเป็นเอกลักษณ์การสร้างแฮชแท็กประจำตัวของแต่ละคนไปเลย แม้แต่ในเฟสบุ๊กและอินสตาแกรมเองก็มีหลายคนที่นำประโยคนี้ มาแต่งและแชร์กันอย่างครึกครื้นเลยทีเดียว

we are leo 2a

we are leo a

แต่ยังหลายคนสงสัยว่าแฮชแท็กอินเทรนด์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?  จริงๆแล้วที่มาของแฮชแท็กนี้ มาจากแคมเปญ #คิดแล้วต้องทำ WE ARE LEO  ที่ต้องการปลุกให้คนก้าวออกจากกรอบเดิมๆ ลุกขึ้นมาทำตามฝัน และยังเปิดประสบการณ์มุมมองใหม่ๆให้วัยรุ่นไทยได้เห็นผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้ง 7 คน จาก 7 สาขาอาชีพ ที่มีมุมมองในการดำเนินชีวิตที่น่าสนใจ  ซึ่งบุคคลเหล่านี้ได้ออกมาเล่าถึงจุดเปลี่ยนในเส้นทางชีวิตการทำงาน และแรงบันดาลใจต่างๆ ที่ทำให้พวกเขากล้าลงมือทำตามฝัน

content3_4

ซึ่งในแคมเปญนั้น มีการปล่อยคลิปวีดีโอของหนุ่มสาวทั้ง 7 คนนี้ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าเดินออกไปทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งถ้าใครได้ดูคลิปนี้แล้วคงจะคุ้นเคยกับประโยคสุดท้ายที่ว่า “ก็พวกเราเป็นคนแบบนี้แหละ คิดแล้วต้องทำ We Are Leo” และนี้แหละคือจุดกำเนิดของวลีฮิต จากประโยคที่อยู่ในคลิปกลายเป็นที่มาของแฮชแท็ก “#คิดแล้วต้อง… #WeAre…”

โดยทาง LEO ผู้สร้างสรรค์แคมเปญ We Are LEO” นี้  เผยว่า รู้สึกดีและสนุกไปกับเทรนด์การตั้งแฮชแท็กล้อเลียนประโยค “คิดแล้วต้องทำ WeAreLeo”  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่อย่างน้อยได้เป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนกล้าคิด กล้าแสดงออกและเป็นเรื่องดีที่มีการพูดถึงวลีและแชร์ต่อกันมากมายจนแคมเปญกลายเป็นจุดสนใจ ทำให้มีหลายคนหันมาสนใจและมองเห็นคุณค่าของความฝันของตัวเองมากขึ้น

content3_5

ส่วนใครที่อยากติดตามความฮาอย่างต่อเนื่องแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่แฮชแท็ก #คิดแล้วต้อง ในโซเชียลได้ ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก และอินสตาแกรม ที่มีแคปชั่นสุดฮาให้คุณได้อารมณ์ดีแถมยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมายด้วย

และถ้าหากใครสนใจอยากรู้เรื่องราวของทั้ง 7 คนเพิ่มเติม สามารถติดตามกันต่อได้ที่ www.weareleo.com

[Advertorial]