นิตยสารฟอร์บส ไทยแลนด์ ดึง 3 ราชินีค้าปลีกไทย เผยปรากฏการณ์ระดับชาติ !!!

 

queen retail thailand

นับจากนาทีนี้จนถึงปี พ.ศ.2563 เม็ดเงินอย่างน้อย 3 แสนล้านบาท จะถูกทุ่มลงในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ทั้งโครงการปลีกอเนกประสงค์ขนาดนับแสนตารางเมตร ทั้งจากผู้เล่นหน้าเดิมและผู้เล่นหน้าใหม่ ต่างดาหน้าเขามาสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจที่มีมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้เป็นอันดับสองของประเทศ สร้างงานภาคบริการใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยจำนวนผู้เกี่ยวข้องถึง 6.2 ล้านคน

จากปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นภาวะการแข่งขันที่มั่นใจได้ว่าดุเดือนไม่แพ้สนานรบ นิตยสารชั้นนำระดับโลก Forbes Thailand (ฟอร์บส ไทยแลนด์) ภายใต้การบริหารของ บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด จึงไม่พลาดหยิบยกประเด็นนี้มาเจาะลึกชนิดถึงแก่น ตั้งแต่ย้อนรอยเส้นทางค้าปลีกของไทยกว่า 70 ปี ตีแผ่เรื่องราวทุกรายละเอียด พร้อมรายงานแนวโน้มการเติบโตวงการค้าปลีกจากกูรู-นักวิเคราะห์หลากสำนัก ระบุศูนย์การค้าไทยครองแชมป์ลงทุน พร้อมติดปีกสร้างปรากฏการณ์ศูนย์กลางช้อปปิ้งระดับชาติในปี 2563 ผ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาอ่านได้ยาก จากการโคจรมาพบกันของ 3 ราชินีแห่งวงการค้าปลีกไทย อย่าง ศุภลักษณ์ อัมพุช ราชินีแห่งเครือ The Mall Group, ยุวดี จิราธิวัฒน์ ทัพหน้าแห่ง Central Department Store Group (CDG), ชฎาทิพ จูตระกูล หญิงเหล็กแห่งสยามพิวรรธน์ พร้อมดีเดย์ทุกแผงใน Forbes Thailand ฉบับมีนาคม 2558 นี้

นายนพพร วงศ์อนันต์ บรรณาธิการบริหาร Forbes Thailand  เผยว่า จากจำนวนพื้นที่ค้าปลีกที่จะเพิ่มขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า ทำให้เกิดคำถามว่าห้างจะท่วมไทยหรือไม่ แต่จากการรวบรวมข้อมูลของ Forbes Thailand ตัวเลขจากนักวิเคราะห์หลากสำนักต่างคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นใจของผู้เกี่ยวข้องกลับไม่คิดเช่นนั้น จากข้อมูลของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่าทิศทางเศรษฐกิจปลีก-ค้าส่ง ในปี 2558 จะปรับตัวดีขึ้น โดยช่วงปี 2558-2562 ธุรกิจนี้จะมีมูลค่าตลาดรวม 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นการขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8% ต่อปี เปรียบเทียบจากอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปีในช่วงปี 2553-2557 ซึ่งอยู่ที่ 5% ต่อปี โดย PricewaterhouseCoopers (PwC) บริษัทให้คำปรึกษาและบริการทางธุรกิจชั้นนำ มองว่าการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปีนี้ จะเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยเร่งพัฒนาศักยภาพ ทำให้ธุรกิจมีความน่าสนใจและช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวยิ่งขึ้น อีกทั้งระบุว่ากำลังซื้อของผู้ที่มีรายได้ระดับปานกลางในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และทวีปเอเชีย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 20% จากปี 2543 และผู้ที่มีกำลังซื้อนี้มาจากเอเชียมากกว่า 30% เมื่อเทียบสัดส่วนจากทั่วโลก ขณะเดียวกันยังเห็นการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกกระจายออกไปยังนอกเขตกรุงเทพฯ ตามแนวโน้มการกระจายตัวของประชากร จากสมมติฐานดังกล่าว PwC จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายในธุรกิจค้าปลีก

นอกจากนี้ บริษัท คอลิเออร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ยังประเมินว่าจะมีถึง 28 ศูนย์การค้าชุมชนใหม่เปิดตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในระหว่างปี 2558-2559 เฉพาะปีแพะจะเปิดให้บริการถึง 25 โครงการ รวมพื้นที่ 320,000 ตร.ม.เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวจากปีที่แล้ว โดยจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2560 จาก 2 โครงการระดับชาติของกลุ่มเดอะมอลล์ (คือ BLU PORT, HUA HIN Resort Mall และ The EmSphere) และเซ็นทรัลเฟสติวัลเฟส 3 ที่ภูเก็ต

อย่างไรก็ตามจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาสประชันเวทีโลก จะขาดราชินีแห่งวงการค้าปลีกเมืองไทยทั้ง 3 ท่านนี้ไม่ได้ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Forbes Thailand  ในฉบับเดือนมี.ค.2558 ถึงกำลังรบเต็มอัตราศึกพร้อมลงสู้ศึกในสมรภูมิค้าปลีกโลก ได้แก่ ศุภลักษณ์ อัมพุช ผู้ก่อตั้งสยามพารากอนให้เป็น”โครงการแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย” หลังออกท่องสมรภูมิค้าปลีกเมืองไทยเมื่อ 3 ทศวรรษก่อน โดยมีพ่อชี้ช่องขยายธุรกิจต่อกรกับคู่ต่อสู้ยักษ์ใหญ่จากทั้งในและต่างประเทศ ถึงวันนี้เธอคือฉลามผู้ปราดเปรียวแห่งทะเลเลือดพร้อมชนปลายักษ์ในทุกน่านน้ำ กับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยริเริ่ม ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ พร้อมตั้งเป้าหลักชัยต่อไป คือ เพิ่มยอดขายของ The Mall Group อีกเท่าตัวเป็น 1 แสนล้านบาท ในอีก 8 ปี

“โครงการที่แอ๊วทำขึ้นมา แอ๊วไม่หาพลอย เราหาแต่เพชร ก็คือ โลเคชั่นต้องเป็นเพชร พอเราได้ที่ที่เป็นเพชรแล้ว เราทำโครงการให้ดี มันก็ชนะได้ ไม่  waste…เราไม่สามารถเจ็บตัวได้ เพราะเราไม่ได้มีโครงการเยอะ…เราเอาแข็งแรง คนต้องอยู่ได้ ค้าขายกับเราแล้วทุกโปรเจ็คต์กำไร ไม่ใช่ตรงนี้กำไร ตรงนี้ขาดทุน เราไม่เอา เราเอา Win นี้ก็คือสนามรบที่เราขอ win”

ยุวดี จิราธิวัฒน์ หญิงเก่งทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง “จิราธิวัฒน์” สานต่อตำนานความยิ่งใหญ่ของเซ็นทรัล เดินหน้ารุกสมรภูมิค้าปลีกแบบไม่หวั่น สร้างเครือข่ายขยายสาขาทั้งในประเทศบ้านเกิด อาเซียน และยุโรป ตั้งเป้ายอดขาย 5 ปีข้างหน้า เติบโตกว่า 60% จากปัจจุบันที่ 9 หมื่นล้านบาท ควบคู่ภารกิจสร้างห้างให้เป็นประสบการณ์ความสุขของทุกคน

“เราไม่ได้เป็นแค่สถานที่ขายของ แต่เราเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาใช้ชีวิตประจำวัน เป็นที่ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ห้างเซ็นทรัลเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของลูกค้าของเรา ซึ่งความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าขาดทีมงานที่ดีและการสนับสนุนที่ดีจากลูกค้า รวมถึงคู่ค้า เรามีความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันเป็นทีม จนทำให้เซ็นทรัลเติบโตได้ทุกวันนี้”

ชฎาทิพ จูตระกูล ทายาทสาวคนเล็กของผู้ก่อตั้ง “สยามพิวรรธน์” ให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความทันสมัยของ “สยาม” ผู้หาญข้ามแม่น้ำมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนฝั่งตะวันตกริมฝั่งเจ้าพระยา ด้วย IconSiam โครงการมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท จากวันที่น่านน้ำไร้คู่แข่ง ถึงวันที่กลายเป็นทะเลเลือด ชฎาทิพไม่เคยหวั่นเกรงต่อการแข่งขัน

“แป๋มจะยกตัวอย่างปลา เราขอแค่เป็นปลาที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่พันธุ์ที่มีเป็นล้านตัวในทะเล เราไม่จำเป็นต้องเป็นปลาตัวใหญ่ในมหาสมุทร แต่เราจะเป็นปลาที่อยู่ในมหาสมุทรได้อย่างยั่งยืน หมายความว่าถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งในวงการค้าปลีก และ retail development เราก็ขอเป็นคนแรกที่ทำอะไรไม่เหมือนใคร แต่แตกต่างและโดนใจลูกค้า เป็นความแตกต่างที่ทำให้เราประสบความสำเร็จสูงสุด แต่ขณะเดียวกันเราจะเป็นจุดที่ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดที่โดดเด่นในเวทีโลก”

ติดตามการพลิกหน้าประวัติศาสตร์แห่งวงการค้าไทย ผ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของ 3 ราชินีชนิดเจาะลึกที่โคจรมาพบกันแบบหาอ่านที่ไหนไม่ได้ รวมถึงเนื้อหาเชิงวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสำนักได้ที่ Forbes Thailand  ฉบับเดือนมี.ค.2558 พร้อมวางแผนทั่วประเทศ ต้นเดือนมี.ค.2558 นี้