อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ โชว์แผนลงทุนปี ’58 ผ่าแผน 4 ด้าน ดันเป้าหมายหมื่นล้าน

03_คุณกฤชนก-ปัทมสัตยาสนธิ

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ตั้งเป้าหมายในปีที่ครบรอบ 12 ปีของการสร้างแบรนด์เอาไว้ว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดสาขาใหม่ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในต่างประเทศ รวมแล้วใช้งบประมาณทั้งปี 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนและแผนการตลาดที่น่าสนใจ  4 ด้านดังนี้

1. การลงทุนเปิดสาขาใหม่ปี  2015 อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ วางแผนเปิดตัวอีก 4 สาขา เน้นภาคใต้ 2 สาขา ประกอบด้วย สงขลา และสุราษฎร์ธานี ส่วนอีก 2 สาขา แบ่งเป็นที่ ภาคตะวันออก 1 แห่ง ภายในช่วงไตรมาส 3 และที่กรุงเทพหรือภาคใต้ ยังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ โดยปีที่ผ่านมา ทางอินเด็กซ์ฯ ได้ลงทุนเปิดสาขา 4 แห่ง เช่นเดียวกัน ประกอบด้วย 1. สาขานครสวรรค์ ซึ่งมีห้าง The Walk ด้วย 2.สาขาโคราช3. สาขาพัทยา 4. สาขามหาชัย

2. ในต่างประเทศปี 2014 อินเด็กซ์ฯ ลงทุนเปิดสาขา 2 แห่ง ที่ รัสเซีย ในลักษณะแฟรไนชส์ และมาเลเซียเป็นมาร่วมทุนกับอิออน ซึ่งผลตอบรับอยู่ในเกณฑ์ดี จึงตั้งเป้าว่าภาพยในปลายปีนี้น่าจะมีสาขาที่มาเลยเซียเพิ่มเติมอีก 1 สาขา รวมทั้งขยายกำลังไปบุกประเทศอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ ที่ตอนนี้กำลังเจรจากับกลุ่ม SM Group  ผู้เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจรีเทล ไฮเปอร์มาร์เก็ตและธุรกิจอสังหารายใหญ่ของฟิลิปปินส์ ส่วนที่อินโดนีเซียกำลังอยู่ในระหว่างการหาพาร์ตเนอร์ ที่เวียดนามยังอยู่ในช่วงมองหาพันธมิตรธุรกิจสำหรับประสบการณ์การเปิดสาขาที่มาเลเซีย ทำให้รู้ว่าผู้บริโภคในกลุ่มประเทศอิสลามมีความต้องการสีสันของเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านแตกต่างจากประเทศไทย นิยมมีแดง สีส้ม โดนสีร้อน จัดจ้าน ขณะที่สินค้าสีฟ้าซึ่งขายได้ดีในประเทศไทยกลับไมไ่ด้รับความนิยมที่นั่น

3. ปี 2014 อินเด็กซ์ได้เปิด Business Unit ใหม่ ภายใต้ชื่อแบรนด์ Power One จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เหตุผลที่เปิดธุรกินี้ขึ้นมาควบคู่กับอินเด็กซ์ฯ ก็เพราะหวังตอบสนองความต้องกรของลูกค้าที่ช็อปปิ้งที่เดียวก็ได้สินค้าแบบครบวงจร ซึ่งสาขาใหม่ๆ ของอินเด็กซ์ที่เปิดขึ้นมาก็จะมี Power One ควบไปด้วยเลย ส่วนสาขาเดิมที่มีพื้นที่ก็ค่อยๆ ปรับเพิ่มพื้นที่เข้าไป โดยรวมแล้วตอนนี้มี 17 สาขา ปีที่ผ่านมาสร้างรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย จากการที่อุตสากรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในภาพรวมไม่เติบโต มาปีนี้ก็ตั้งเป้าว่าน่าจะสร้างรายได้ได้ราว 7.5% ของพอร์ตโดยรวม และภายใน 5 ปี น่าจะสร้างราไยด้ให้อินเด็กซ์ได้ถึง 15%

4. เรื่องของแคมเปญการตลาดในปีนี้ อินเด็กซ์มองไปที่การทำการตลาดทั้ง Above และ Below the Line โดยแคมเปญที่ไม่เคยทำมาก่อนแต่จะทดลองให้มากขึ้นในปีนี้คือการทำตลาดจับกระแส Seasonal Campaign เช่น วาเลนไทน์ก็มีการจับคู่สินค้าสีชมพูหรือตรุษจีนก็มีสินค้าสำหรับทำความสะอาดบ้านออกมาเพื่อสร้างสีสันและเน้นการเลือกสินค้าเข้ามาแบบไม่ต้องใช้งบการตลาดเยอะ

กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด แสดงความคิดเห็นเรื่องเทรนด์การตกแต่งบ้านเพิ่มเติมว่า ยังอยู่ที่การใช้ของแบบเน้นไปที่ฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อให้เข้ากับการใช้พื้นที่น้อยๆ (Space Saving) ส่วนเรื่องที่คอนโดมิเนียมเกิดใหม่มากมายแต่ก็มีปัญหาเรื่องการส่งมอบ ทางอินเด็กซ์ฯ มองว่าปีที่แล้วมีปัญหาและบางส่วนก็น่าจะกระทบถึงปีนี้ และผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอสังหาริมทัพย์ก็น่าจะยังอยู่ได้ ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กก็จะออกจากสนามการแข่งขันไปเอง อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าไม่มีบ้านใหม่เกิดขึ้น อินเด็กซ์ฯ ก็ยังมีตลาดบ้านเก่าที่เน้นการซ่อมแซม รวมทั้งการบุกไปที่สาขาต่างจังหวัดที่ปัจจุบันสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น กรุงเทพ 50% และต่างจังหวัด 50% แล้ว โดยที่สาขาในต่างจังหวัดมีอัตราการเติบโตเร็วกว่า