“เทสโก้” เปิดแผน “กู้วิกฤต” ขายธุรกิจ หั่นทิ้งงบฯลงทุน

tesco

ยังคงเป็นที่จับตามองของทั้งนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องในวงการค้าปลีกสำหรับ “เทสโก้” ที่กำลังเผชิญวิกฤตหนักสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมากว่า 95 ปี แม้ผลงานในช่วงคริสต์มาสจะดีกว่าที่คาดไว้ แต่ก็ช่วยภาพรวมของบริษัทได้ไม่มากนัก

ล่าสุด “เดฟ ลูอีส” ซีอีโอของเทสโก้ได้ประกาศแผนฟื้นฟูบริษัทออกมาแล้ว ซึ่งใจความหลักของแผนนี้จะเป็นการรัดเข็มขัดครั้งมโหฬาร ด้วยเป้าที่จะลดรายจ่ายการลงทุนในปี 2558 ลงกว่าครึ่งจาก 2.1 พันล้านปอนด์ เหลือเพียง 1 พันล้านปอนด์ รวมถึงลดรายจ่ายประจำปีลง 250 ล้านปอนด์ ผ่านมาตรการต่าง ๆ

โดยสำนักข่าว “บีบีซี” ของอังกฤษ รายงานว่า ในบรรดามาตรการรัดเข็มขัดเหล่านั้นประกอบด้วย การปิดสำนักงานใหญ่และสาขาในประเทศอังกฤษที่ไม่ทำกำไรอีก 43 สาขา ยกเลิกการจ่ายปันผล ยกเลิกเงินบำนาญพนักงาน ขายธุรกิจบรอดแบนด์และธุรกิจสื่อบันเทิงออนไลน์ Blinkbox ให้แก่ บริษัท TalkTalk รวมถึงพิจารณาขายธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล “Dunnhumby” พร้อมทั้งพับแผนที่จะเปิดสาขาขนาดใหญ่อีก 49 สาขาไปก่อน

ซีอีโอของเทสโก้อธิบายว่า หลังจากปิดสำนักงานใหญ่เดิมใน Cheshunt แล้ว บริษัทจะย้ายไปที่ Welwyn Garden City ซึ่งอยู่ใน Hertfordshire เช่นกัน สำหรับ 43 สาขาที่จะปิดนั้นเป็นส่วนใหญ่จะเป็นโมเดล Tesco Express ส่วนการขาย “Dunnhumby” บริษัทให้ Goldman Sachs เป็นผู้พิจารณาตัวเลือกต่าง ๆ อยู่ นอกจากนี้จะยังมีการลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางลง 30% และลดจำนวนทีมผู้บริหารลงจาก 17 คนเหลือ 13 คน

ทั้งนี้แม้เทสโก้จะไม่เปิดเผยมูลค่าของธุรกิจบรอดแบนด์และธุรกิจสื่อบันเทิงออนไลน์ Blinkbox ที่ขายให้แก่ บริษัท TalkTalk แต่สำนักข่าว “เดอะ เทเลกราฟ” คาดว่าจะมีการจ่ายเงินสดอย่างน้อย 5 ล้านปอนด์ในดีลนี้ หลังจากประกาศแผนกู้วิกฤตนี้ออกมาราคาหุ้นของเทสโก้เพิ่มขึ้นทันที 5% สะท้อนว่าเหล่านักลงทุนของอังกฤษถูกใจแผนนี้อยู่ไม่น้อย

“ผมทราบดีว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทแต่เราจำเป็นต้องเผชิญกับความเป็นจริงของสถานการณ์ซึ่งนี่เป็นเพียงก้าวแรกที่จะนำบริษัทไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องและยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องทำหลังจากนี้”
เดฟลูอีส กล่าว

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเทสโก้อาจมีความหวังอยู่บ้างด้วยยอดขายช่วง 6 สัปดาห์ก่อนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2558 ที่ลดลง 0.3% และลดลง 2.9% ในช่วง 19 สัปดาห์ ซึ่งน้อยกว่ายอดไตรมาส 3 ที่ลดลงถึง 5.4% และยังเป็นผลประกอบการที่ดีกว่าคู่แข่งอย่าง Sainsbury อีกด้วย แต่ยังต้องเผชิญกับร้านลดราคาจากเยอรมันอย่าง Lidl และ Aldi ที่เข้ามาเขย่าตลาดค้าปลีกอังกฤษอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่านโยบายของเทสโก้จะส่งผลต่อการดำเนินงานของ”เทสโก้โลตัส”ในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร

 

Partner : ประชาชาติธุรกิจ