พ่อขุนรามฯ สุดสะดุ้ง “ช.ช้าง หายไป” สื่อทั่วไทยระดมพลังตามหา

WWF chor Chang

เกิดอะไรขึ้น ทำไม “ช.ช้าง” ถึงถูกลบออกจากชื่อของเซเลบบริตี้ทั้งหลาย??? นี่คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย Brand Buffet ไปหาคำตอบมาให้แล้วพบว่า เหตุผลก็เพราะ วันที่ 12 มกราคม เป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญ “ช.ช้าง ช้วยช้าง” ที่ โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ สร้างสรรค์แคมเปญให้กับ WWF รณรงค์เรื่องการค้าสินค้าที่มาจากช้าง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปริมาณการฆ่าช้างจากการสร้างจิตสำนึกของผู้ซื้อและผู้ขาย

African elephants (Loxodonta africana sp.); Amboseli National Park, Kenya
ช้างแอฟริกาที่ถูกฆ่าถึง 20,000 ตัว

ความจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ก็คือ ในแต่ละปีมีช้างแอฟริกาที่ถูกฆ่าถึง 20,000 ตัว และประเทศไทยนี่แหละ ที่เป็นตลาดค้างาช้างที่สำคัญ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ค้างาช้างผิดกฎหมายเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงประเทศจีนเท่านั้น และยิ่งน่าเศร้าเพราะการฆ่าช้างมนุษย์เราไม่ได้ฆ่าเพราะความอยู่รอด หรือนำมาเป็นอาหาร แต่มนุษย์ฆ่าช้างเพียงเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ เครื่องเสริมบารมีโชคลางเท่านั้นเอง แคมเปญ “ช.ช้างช่วยช้าง” จึงมุ่งเน้นที่จะสื่อสารไปสู่ผู้ซื้อทั้งหลาย ให้คนในสังคมช่วยกัน ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ส่งเสริมให้วงจรธุรกิจนี้ดำเนินต่อไป

วิธีการก็คือ ระดมพลังของสื่อมวลชนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนชั่น, ไทยรัฐ และเซเลบบริตี้จำนวนหนึ่ง ให้เอา “ช.ช้าง” ออกจากชื่อ นามสกุล หรือสถานที่ต่างๆ ที่ตัวเองไป เช่น “ณเด_น์ คูกิมิยะ” หรือ ลายเซ็นต์ของนักเขียนการ์ตูน “_ย ราชวัตร” เป็นต้น เพื่อทำให้เกิดการรับรู้ว่า “ช.ช้าง” กำลังหายไป แล้วเราจะทำอย่างไรถ้าหากประเทศไทยไม่มี “ช.ช้าง” นาน 1 สัปดาห์ แคมเปญนี้จะเริ่มต้นด้วยโทรทัศน์ที่มีบทสัมภาษณ์ของนักข่าว 3 คน ประกอบด้วย ชัยรัตน์ ถมยา, ฐปณีย์ เอียดศรีไชย และนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ เพื่อสร้างความใจเรื่องการค้างาช้าง อธิบายตามหลักวิชาการและประสบการณ์ของนักข่าวแต่ละท่านที่เกาะติดสถานการณ์เรื่องการล่าช้างเอางาหรือประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้เจอะเจอเรื่องของช้าง

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=oYntwHbxp9U[/youtube]

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=DGRHjCwNZ7Y[/youtube]

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=tLqBOZ1xbmA[/youtube]

หลังจากนั้นก็ใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียของเซเลบบริตี้ทั้งหลายช่วยกันกระจายการรับรู้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากเซเลบบริตี้หลากหลายวงการที่เห็นความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น อ.ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ, นักข่าวรุ่นใหญ่ สุทธิชัย หยุ่น กับเทพชัย หย่อง, ดาราที่ทำงานเรื่องสิทธิของสัตว์มาโดยตลอดอย่าง เก๋-ชลลดา หรือเน็ตไอด้อลตัวพ่อ-ตัวแม่ของวงการ เช่น ปลื้ม และ ทับทิม VRZO บิวตี้ bloggersและ แฟนเพจโซเชียลมีเดียเช่น ทูนหัวของบ่าว, มะขวิด,จอนนี่แมวศุภลักษณ์, เบ๊นอาปาเช่, คนอะไรเป็นแฟนหมี เป็นต้น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะของจริงมีคนดังที่ตอบรับเข้าร่วมแคมเปญโดยตรงมากกว่า 30 ราย  ยังไม่รวมกับกระแสกระเพื่อมจนเหล่าคนดังอีกหลายคนทำตาม แล้วในที่สุดก็เป็นแฟชั่นที่คนดังและคนทั่วไปทำตามจน “ช.ช้าง” หายไปจากประเทศไทย  ภายใต้แฮชแท็ก #ชช้างช่วยช้าง และ #wwfthailand ในเฟซบุ๊ค, ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม

ตัวอย่างเข้าร่วมแคมเปญ_Example-of-Participation-in-Chor-Chaang-Campaign

Thairath TV_CG2

จิระนันท์ พิตรปรีชา

แพนเค็ก Khemnich 2

KingdomofTigers 12

จุดมุ่งหมายของแคมเปญก็คาดว่าจะทำให้ให้ความรู้กับประชาชน เพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องและให้คนไทยร่วมกันแสดงความรักช้างและไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกงาช้างผิดกฎหมายอีกต่อไปโดยร่วมต้านการฆ่าช้างเอางา โดยเอาควมรักและความผูกพันที่คนไทยมีต่อช้างมาเป็นตัวกระตุ้น

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=Nxvb4BTJ-mM[/youtube]

ปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับงาช้าง เช่น งาช้างสามารถงอกใหม่ได้ตลอด หรือการตัดงาไม่ทำให้ช้างตาย แต่แท้ที่จริงเเล้วการฆ่าช้างเพื่อเอางาจำเป็นต้องผ่ากระโหลกช้างและถอดงาทั้งกิ่งเพื่อให้ได้ราคาดี งาช้างสามารถงอกใหม่หากถูกถอดงาและมีคุณสมบัติทางเคมีไม่ต่างอะไรกับฟัน “สิ่งที่คนไทยทุกคนท ำได้ คือ หยุดคิดว่าเราเป็นแค่คนตัวเล็กๆ จะสามารถแก้ปัญหาระดับโลกอย่างนี้ได้อย่างไร ทุกคนต่างก็ช่วยได้ ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนแสดงพลังผ่านแคมเปญ ช.ช้าง ช่วยช้างนี้ และแสดงออกถึงความรักที่มีต่อช้างที่เป็นสัตว์ สัญลักษณ์ของคนไทยทุกคน โดยการให้คำมั่นว่าจะไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากงาช้าง และบอกต่อไปยังเพื่อนและครอบคัวว่า การักช้างให้ถูกวิธี คือ การให้งาอยู่ที่ตัวช้าง” จันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการโครงการรณรงค์การต่อต้านการค้างาช้าง, WWF-ประเทศไทย กล่าว

การรณรงค์เรื่องงาช้างด้วยวิธีการแบบนี้ดูจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงแล้วเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ ในวันที่ 15 มกราคม ที่จะถึงนี้ประเทศไทยจะต้องส่งรายงานความคืบหน้าตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติต่อคณะกรรมาธิการไซเตส หลังจากที่ได้ยื่นเสนอแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทยต่อคณะกรรมาธิการไซเตส เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยมีเวลาถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 ในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอย่างเข้มข้น มิฉะนั้นประเทศไทยจะเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรทางการค้าในกลุ่มสินค้าภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora: CITES) อันนำรายได้มาสู่ประเทศ เช่น กล้วยไม้และหนังจระเข้