ซิกเว่ เบรกเก้ โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ

0

Sigve CEO DTAC

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากช่องสามจะจอดำหรือไม่ดำแล้ว คงไม่มีข่าวธุรกิจไหนฮือฮาไปกว่าการปลดซีอีโอดีแทคและการกลับมาของ คุณซิกเว่ เบรกเก้  บนไทม์ไลน์ของโซเชียลมีเดียของทั้งพนักงานและลูกค้าได้พูดถึงซิกเว่อย่างตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา พร้อมความหวังอันยิ่งใหญ่ที่ซิกเว่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและนำพาดีแทคเข้าสู่ยุครุ่งโรจน์อีกครั้งเหมือนที่เขาเคยทำเมื่อหกปีก่อน…


“ซิกเว่ เบรกเก้” เป็นชาวนอร์เวย์โดยกำเนิด ก่อนที่จะรับตำแหน่งซีอีโอดีแทค ซิกเว่มีอาชีพหลากหลายมาก ตั้งแต่เป็นดีเจ เป็นครู เป็นผู้นำกรรมกร เป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐมนตรีช่วยกลาโหม ซิกเว่มารับตำแหน่งในดีแทคในฐานะซีอีโอร่วมคู่กับคุณวิชัย เบญจรงคกุล ในช่วงที่ดีแทคตกต่ำถึงขีดสุด โดยเขาสามารถพลิกฟื้นดีแทคให้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ผ่านกระบวนการทางการตลาดที่แหวกแนว

 

การนำตัวเองเข้าสู่การเป็น “ซีอีโอ” ขวัญใจมหาชนอย่างน่าทึ่ง ถ้านึกถึงว่าเขาเป็นฝรั่งที่พูดไทยได้ไม่กี่คำ แต่ทำให้ชาวบ้านร้านตลาดรู้จัก จดจำและรักเขาได้ แต่ที่คนดีแทคดีใจที่สุดที่เขากลับมาอีกครั้ง ก็คือความเป็นผู้นำของเขาที่ทุกคนนับถือและพร้อมที่จะทุ่มใจให้อย่างเต็มที่

ผมเคยทำงานกับซิกเว่ในช่วงที่พลิกฟื้นดีแทคอยู่ 5-6 ปี หลังจากต่างคนต่างแยกย้ายไป ก็ยังติดต่อพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกันเป็นระยะ

ซิกเว่ไปผจญความท้าทายใหม่ ๆ ที่ยากขึ้นและสูงขึ้นด้วยการเป็นซีอีโอของเทเลนอร์ที่อินเดียควบกับเป็นหัวหน้าใหญ่ของเทเลนอร์ภาคพื้นเอเชีย และเขาก็ทำได้ดีอย่างสุดขั้วด้วยการนำพาบริษัทที่อินเดียที่ไม่น่าจะมีทางรอด เพราะเป็นเจ้าใหม่เล็ก ๆ รายที่สิบสาม แถมถูกมรสุมการเมืองยึดใบอนุญาต แต่ก็ใช้ศักยภาพความเป็นผู้นำของเขาอย่างเต็มที่ จนบริษัทที่อินเดียพลิกฟื้นและอยู่รอดได้อย่างสง่างาม

ซิกเว่กลับมาเที่ยวนี้จึงน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาผ่านการเคี่ยวกรำศึกหนักจากที่อินเดียและเพิ่มพูนประสบการณ์จากการบริหารในอีกหกประเทศทั่วเอเชียมาจนเรียกได้ว่าเป็น “ซิกเว่เวอร์ชั่นใหม่” ที่เก๋ากว่าและรอบด้านกว่าเดิม รวมถึงการตกผลึกเรื่องวิชาการเป็นผู้นำที่เขาได้ใช้มาตลอดและคงจะเอามาใช้กับดีแทคในรอบนี้อีกครั้ง

ซิกเว่เพิ่งมาพูดให้กับหลักสูตร ABC เรื่องภาวะผู้นำ เขาสรุปกฎแห่งผู้นำไว้เจ็ดข้อจากประสบการณ์ที่ตกผลึกของเขา ผมเลยคิดว่าอยากจะเอามาเล่าในที่นี้ เพื่อที่จะได้เห็นว่าเขาจะเริ่มการเปลี่ยนแปลงดีแทคในวิธีของเขาอีกครั้งอย่างไร

 

Rule 1 Leaders are chief storyteller “ซิกเว่” เชื่ออย่างมากว่า ผู้นำต้องเป็นคนเล่าเรื่องของบริษัทเองว่าบริษัทคือใคร ทำอะไรและมีเป้าหมายอย่างไร เขาเดินสายเล่าเรื่องด้วยตัวเองกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่พนักงาน ผู้คุมกฎระเบียบ จนถึงลูกค้าที่อยู่ห่างไกล

Rule 2 A strategy can not be too simple too focused or too actionable
 กลยุทธ์บริษัท ไม่มีอะไรที่แคบไปง่ายไป หรือตรงเกินไป เขาเชื่อว่าการทำกลยุทธ์บริษัทต้องเป็นกลยุทธ์ที่เข้าใจง่าย ๆ จนถึงระดับล่างสุดขององค์กร และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างง่าย ๆ เขาชอบใช้กฎง่าย ๆ 3-4 ข้อในการเขียนกลยุทธ์ เช่น ที่อินเดียซึ่งเป็นรองคู่แข่งทุกอย่าง เขาตั้งกลยุทธ์ง่าย ๆ ว่า ต้อง Best in Basic, Best in Distribution และ Best in Cost

แค่สั้น ๆ แต่จำได้จนถึงพนักงานที่ตัวเล็กที่สุดขององค์กร โดยเขาทำหน้าที่เดินสายเล่าที่มาที่ไปและความสำคัญของกลยุทธ์ที่ง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพ

Rule 3 What gets measured get done อะไรที่วัดได้ จะทำได้ เขาให้ความสำคัญกับการวัดผลในรูปแบบต่าง ๆ อย่างมาก “ซิกเว่” จะพยายามวัดตั้งแต่เรื่องปกติ อย่างรายได้ หรือต้นทุน จนถึงการวัดเรื่องแบรนด์ เรื่องการให้บริการ อีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าอะไรที่วัดไม่ได้ ก็จะปรับปรุงไม่ได้

Rule 4 Stay honest ซิกเว่เป็นคนที่พูดตรง ๆ และเปิดเผยสถานะของบริษัทให้พนักงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้กระทั่งในช่วงวิกฤต เขาจะไม่พูดคำหวานหรือให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะเขาเชื่อว่าคนเราสามารถรับความจริงได้มากกว่าที่คนอื่นคิด ถ้าเขารู้สึกว่าไม่มีอะไรปิดบัง ในทางตรงกันข้าม ถ้าเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้บริหารพูดและเกิดความไม่ไว้วางใจแล้ว ปัญหานั้นจะบานปลายและแก้ไขไม่ได้

Rule 5 Leaders walk the Talk ผู้นำใช้เท้าทำงาน ตอนที่ซิกเว่ทำงานที่ดีแทค เขาไปมามากกว่า 60 จังหวัด เดินสายพูดคุย เยี่ยมพนักงาน ลูกค้า ดีลเลอร์อย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ซิกเว่ได้จากการเดินก็คือข้อมูล ไอเดีย และการสร้างแบรนด์ไปในตัว และที่มากกว่านั้นคือการเป็นตัวอย่างให้พนักงานเห็นและทำตาม จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญที่สุด

Rule 6 Remember to Celebrate ซิกเว่บอกว่า คนในวงการธุรกิจฉลองกันน้อยเกินไป เพราะความซีเรียสของตัวธุรกิจเอง เราก็เลยเข้าใจไปอย่างนั้น แต่ซิกเว่บอกว่าการให้ความสำคัญกับการฉลองหรือการให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทางก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการฉลองใหญ่ตอนสิ้นปี เพราะเขาบอกว่ามันเป็นการบอกพนักงานหรือคู่ค้าว่ามาถูกทางแล้ว และเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญกับทัศนคติที่ถูกต้อง

Rule 7 Everyone is Important ซิกเว่เล่าว่า ผู้บริหารเวลาได้รับตำแหน่งสูง ๆ มักจะเริ่มลืมตัว เริ่มใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง เริ่มมีอีโก้ และหลงลืมไปว่า การที่บริษัทจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เกิดจากแค่คนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเกิดขึ้นจากคนทั้งองค์กร ผู้นำที่ดีต้องไม่ดูถูกคนที่ต่ำกว่า และให้ความสำคัญทุกคนเท่ากัน ถึงจะสามารถสร้างชนเผ่า (Tribe) ที่เข้มแข็งได้

วันอังคารบ่ายที่ผ่านมา เป็นครึ่งวันแรกที่ “ซิกเว่” รับตำแหน่งใหม่ที่ดีแทค เขาเริ่มงานใหม่ด้วยการเรียกประชุมผู้บริหาร เล่ากลยุทธ์ที่เขาอยากให้ทำด้วยภาษาที่ง่าย ๆ ชี้แจงที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา และใช้เวลาตลอดบ่ายจนถึงตอนเย็นเดินหาพนักงานทุกชั้น และไปเยี่ยมน้อง ๆ ที่ Call Center

ตอนค่ำ ๆ เขาโทร.มากึ่งเล่ากึ่งขอคำปรึกษาว่า เขาจะต้องเริ่ม “ออกเดิน” เยี่ยม และรับฟังความเห็นจากผู้คนนอกบริษัทโดยเร็ว ผมฟังน้ำเสียงของซิกเว่ก็รู้ถึงพลังและความตื่นเต้นอย่างน่าเอาใจช่วยไปด้วย

อาทิตย์นี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่แค่คิดถึงความเป็น “ซิกเว่ เบรกเก้” ที่ผมรู้จัก ผนวกกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เขาได้รับมา และความเป็นผู้นำของเขา ผมเองก็อดดีใจแทนคนใน “ดีแทค” ไม่ได้ รวมถึงดีใจแทนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยรวมไปด้วย เพราะการแข่งขันที่เข้มข้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าใครจะชนะ แต่ที่แน่ ๆ ผู้ชม ลูกค้า และผมคงจะสนุกไปกับการแข่งขันรอบใหม่นี้แน่ ๆ

 

 

คอลัมน์ ครูพักลักจำ
โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ ผอ.สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

Partner : ประชาชาติธุรกิจ