Topshop ปฏิวัติวงการถ่ายทอดสด London Fashion Week ผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำ Virtual Reality

0

topshop1

หากคุณปรารถนาที่จะเข้าชมงาน London Fashion Week เอามากๆ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ ยังมีอีกโอกาสหนึ่ง ซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนไปอยู่ในงานนั้นจริงๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง หรือ Virtual Reality

หากใครที่ติดตามข่าวสารในวงการแฟชั่น ก็คงจะทราบกันเป็นอย่างดีว่า Topshop แบรนด์ค้าปลีกเสื้อผ้าแห่งประเทศอังกฤษ มักจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเหนือกว่าเสื้อผ้าแบรนด์อื่นๆเสมอ พวกเขาจะโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆผ่านทางการนำเสนองานแฟชั่นโชว์ซึ่งผู้ชมจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบได้ ไม่ว่าจะเป็น การร่วมงานกับ Facebook เพื่อสร้าง “Social Runway” ในปี 2012 หรือการจับมือกับ Google+ เมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เป็น “Future of the Fashion Show” ด้วยการถ่ายทอดสดผ่านวิดีโอเชิงโต้ตอบ (Interactive Video)

ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจมากนัก เมื่อ TopshopUnique ชุดคอลเลคชั่นเสื้อผ้าระดับสูง (high-end)ของ Topshop ซึ่งจะโชว์ในงาน London Fashion Week จะพยายามนำเสนอสิ่งใหม่ๆให้กับวงการอีกครั้ง ด้วยการประเดิมเทคโนโลยี Virtual Reality หรือ เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง สำหรับช่วงฤดูใบไม้ร่วงคาบเกี่ยวกับช่วงฤดูหนาวนี้

ดังนั้นเอง หากคุณต้องผ่านเข้าไปลอนดอนในช่วงวันที่ 16 ถึง 18 กุมภาพันธ์นี้ คุณก็สามารถแวะไปที่ร้าน Topshop บริเวณ Oxford Circus ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นสาขาแลนด์มาร์คที่สำคัญแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะทดลองเครื่องครอบศีรษะซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพเสมือนนั่งอยู่แถวหน้าสุดในงาน London Fashion Week ได้ถึง 360 องศา โดยที่เทคโนโลยีดังกล่าวนั้น Topshop ได้จ้าง Inition บริษัทสร้างสรรค์และเชี่ยวชาญงานด้านเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งมีผลงานด้านโปรดักชั่นสามมิติที่น่าประทับใจมากมาย

“เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (Virtual Reality: VR)คือ การเชื่อมต่อกับโลกดิจิตอลอย่างมีพลัง ซึ่งจะช่วยให้มนุษย์เราเสมือนได้โยกย้ายจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว” Andy Millns ผู้ร่วมก่อตั้ง Inition กล่าว “ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้สามารถทำให้ผู้บริโภคที่อยู่ที่บ้านรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในงานแฟชั่นโชว์ด้วยจริงๆ ซึ่งพวกเราเชื่อว่า นี่คือครั้งแรกในวงการแฟชั่นที่ทำได้สำเร็จ”

topshop2

topshop4

topshop3

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=3aziaqC26JE[/youtube]

ที่มา: fastcompany