ไทยพาณิชย์ ประกาศกำไรสุทธิปี 56 ที่ 50,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28% [PR]

SCB logo

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศ ผลประกอบการปี 2556  กำไรสุทธิจำนวน 50,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปี 2555  ปัจจัยหลักขับเคลื่อนกำไรสุทธิที่ดีนี้มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย การเติบโตที่แข็งแกร่งของค่าธรรมเนียมรับ รายได้สุทธิจากการรับประกันภัย และรายได้อื่นๆ ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และด้วยหลักการดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง ธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ในขณะที่คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมของธนาคารยังทรงตัวในระดับดี สำหรับ ไตรมาสที่ 4/2556 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 11,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  26.3%

ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2556 สะท้อนถึงศักยภาพของธนาคารที่มีอยู่แล้วเป็นอย่างดี สำหรับก้าวต่อไปในปี 2557 ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและจากสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ด้วยสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนอยู่เช่นนี้ ธนาคารจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และด้วยการปรับตัวเร็วผนวกกับผลจากการดำเนินโครงการปรับปรุงธนาคาร (Change Program) ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยส่งเสริมให้ธนาคารมีความพร้อมในการทำธุรกิจขึ้นอีกระดับเมื่อสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาวดีขึ้น”

DR.Wichit

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ เพิ่มขึ้น 17.6% เป็น 73,000 ล้านบาท จากการขยายตัวของสินเชื่อที่เติบโต 12.1% จากปีก่อน การเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อ และการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สภาพคล่อง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ตามปริมาณเงินฝากที่เติบโต 12.9% จากปีก่อน

รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 23.6% เป็น 51,000 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมและรายได้จากการรับประกันภัย 16.4%  รายได้จากเงินปันผลและรายได้จากการลงทุนเพิ่มในระดับสูง และรายได้จากการปริวรรรตและค้าเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 20.9%

แม้ว่าธนาคารจะมีผลประกอบการจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยหลักการดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง ในปี 2556 ธนาคารได้ทำการตั้ง สำรองในระดับสูงเป็นจำนวนรวม 13,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,200 ล้านบาท หรือ  45.2 %  เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งตั้งไว้ที่  9,400 ล้านบาท ทั้งนี้ อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคาร (NPL Ratio) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 คงที่ อยู่ที่ระดับ 2.14% โดยอัตราสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นจาก 144.8% ณ สิ้นปี 2555 เป็น 150.8% ณ สิ้นปี 2556

 

Khun. Kannika

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “สำหรับการดำเนินงานในปี 2557  ธนาคารจะมุ่งเน้นในกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดต้นทุนด้านเงินฝากให้สอดคล้องกับสภาวะการแข่งขันของตลาด การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้เหมาะสม การเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้จากการรับประกันภัย และการเพิ่มศักยภาพของพนักงานโดยเฉพาะในส่วนที่มีการติดต่อกับลูกค้า แม้ว่าผู้บริหารและพนักงานจะภาคภูมิใจกับผลประกอบการและความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา พวกเรายังตระหนักว่าเรายังมีภารกิจที่จะต้องมุ่งพัฒนาขีดความสามารถในด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อให้ธนาคารบรรลุถึงวิสัยทัศน์ในการเป็น ‘ธนาคารที่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงานและสังคมเลือก’ ตามที่ตั้งใจไว้”