วงการเอเจนซี่ญี่ปุ่นขานรับนโยบาย Premium Fridays วันศุกร์แห่งชาติของรัฐบาล หวังลดเครียดเพิ่มสุขให้พนักงาน

จากข่าวที่เราเคยได้ยินมาว่าคนญี่ปุ่นทำงานหนักมากจนเอาชีวิตไปทิ้งกับหน้าที่การงานมาแล้วนักต่อนัก รัฐบาลญี่ปุ่นก็หาทางแก้ด้วยการรณรงค์และมาตรการต่างๆ เพื่อจะให้ประชาชนมีความสุขมากขึ้นและลดความตึงเครียดจากงานลง หนึ่งในนั้นคือ Premium Fridays ที่รัฐบาลลุกขึ้นมาขอความร่วมมือให้บริษัทต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นอนุญาตให้พนักงานกลับบ้านได้ตั้งแต่บ่ายสามโมงของทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน เพื่อเพิ่มเวลาพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ เช่นท่องเที่ยวหรือช้อปปิ้ง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ไอเดียนี้นอกจากจะช่วยให้ชาวออฟฟิศทั้งหลายคลายเครียดแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากผลสำรวจโดย Mizuho และ SMBC ซึ่งระบุว่านโยบายนี้จะช่วยเพิ่มอัตราการอุปโภคบริโภคขึ้นเป็นมูลค่าถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเลยทีเดียว อีกสำนักอย่าง Hakuhodo ทำวิจัยสำรวจความเห็นของชาวออฟฟิศว่าคิดว่าได้ประโยชน์อะไรจากนโยบายนี้ 18% ตอบว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ไปเที่ยว 21% ตอบว่าเป็นโอกาสของการช้อปปิ้ง และอีก 38% ตอบว่าเป็นโอกาสในการช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างมาก

หลายแบรนด์ตอบรับนโยบายนี้ด้วยการจัดโปรโมชั่นรับ บริษัทอย่าง ANA, East japan rail, SoftBank และ Amazon ก็มีข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าและพนักงานเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว ผลวิจัยยังบอกเราว่ากลุ่มธุรกิจที่น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดคือท่องเที่ยวและร้านอาหาร เพราะมีผู้ตอบถึง 31.5% ว่ากิจกรรมที่อยากทำมากที่สุดในวัน Premium Fridays คือการไปเที่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มผุ้หญิงอายุ 20 – 40 ปี และผู้ชาย 20 – 30 ปี นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งหลักฐานที่บอกว่านโยบายนี้ได้ผลเรื่องการท่องเที่ยวมากที่สุดคือยอดการจองที่พักกับ Airbnb ในช่วงวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากช่วงวันหยุดเดียวกันนี้เมื่อปีก่อนทั้งที่ไม่ได้เป็นเทศกาลอะไร

อย่างไรก็ตามหากจะมีอิมแพครุนแรงแท้จริงคงต้องใช้เวลายาวนาน เพราะนโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการบังคับใช้ เป็นเพียงการขอความร่วมมือ ในขณะที่บริษัทอย่าง Toyota และ Morinaga มองว่าบริษัทมีนโยบายการเข้างานแบบยืดหยุ่นรวมทั้งพนักงานสามารถลาพักร้อนได้อยู่แล้ว ถ้าจะ Premium Fridays อย่างคนอื่นก็จงลาซะ และดูเหมือนว่ามีบริษัทเพียง 5% ในญี่ปุ่นที่เข้าร่วมนโยบายนี้

นอกจากนั้นยังพบว่ามีคนที่ไม่รู้และไม่เข้าใจในนโยบายนี้อีกมาก ทั้งคนที่ไม่รู้ว่ามีแคมเปญนี้และคนที่กลัวว่าจะเสียรายได้หากกลับก่อน ผลวิจัยบอกเราว่ามีคนถึง 63% ทีเดียวที่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ “ถ้ามันไม่ใช่เรื่องบังคับ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” เป็นคำกล่าวจากพนักงานคนหนึ่งในอุตสาหกรรมการสื่อสาร “จะมีซักกี่คนที่กลับบ้านก่อนบ่ายสามได้จริงๆ ?”

นี่เป็นคำถามที่วงการโฆษณาในญี่ปุ่นกำลังถามตัวเองอยู่เช่นกัน จากข่าวเมื่อปีก่อนที่พนักงานคนหนึ่งใน Dentsu ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพราะงานที่ถาโถมจนเกินไป ความหวังแห่งการเปลี่ยนแปลงจึงพุ่งสูงขึ้นมากในวงการ Dentsu เองสัญญาว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานเพื่อลดปริมาณงานที่มหาศาล และบริษัทลูกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็กำลังตามรอยการปรับโครงสร้างลดงานที่ว่ากันอย่างหนัก

เอเจนซี่อื่นอย่าง Hakuhodo กล่าวว่าบริษัทแนะนำให้พนักงานใช้สิทธิ์ Premium Fridays เพื่อกลับบ้านเร็วกัน รวมไปถึง Ogilvy ที่ออกตัวสนับสนุนแคมเปญ Premium Fridays เต็มที่โดยกล่าวว่าบริษัทเห็นว่าแคมเปญดังกล่าวมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนให้เกิด Work – Life Balance ต่อไป อย่างไรก็ตามการที่เอเจนซี่สนับสนุนก็เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของชีวิตพนักงานเท่านั้น เพราะอีกครึ่งหนึ่งคือในส่วนของลูกค้าที่ควรจะปรับโครงสร้างการทำงานและความต้องการของตัวเองตามทีมเอเจนซี่ที่รอซับพอร์ต ระบบนี้ถึงจะรันไปได้อย่างสวยงาม

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM

Share and Comments

Related Post

Latest Posts

Most Commented

ติดตาม Brand Buffet
ฟรี! กดรับข่าวผ่านE-mail อัพเดททุกความเคลื่อนไหว กรอกอีเมลล์ของคุณในช่องด้านล่างนี้ กดยืนยันในอีเมล์ด้วยจึงจะสมบูรณ์

Join other followers

Powered By WPFruits.com