
Phelps ก่อตั้งขึ้นในปี 2509 ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านขนมสัตว์เลี้ยงที่ชูจุดเด่นด้านโปรตีน และใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เป็นบริษัทรับจ้างผลิต (OEM) 99% โดยสัดส่วน 58% ผลิตให้แบรนด์ของห้าง และ 41% ผลิตให้เจ้าของแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ แคนาดา และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ปัจจุบันมีโรงงานผลิต 2 แห่ง ในรัฐอิลลินอยส์และวิสคอนซิน สหรัฐฯ
คุณรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแนวทางการซื้อกิจการ (M&A) จะเน้นบริษัทที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ ไอ-เทล ที่เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารแมวชนิดเปียก ขณะที่ Phelps เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสุนัขและพอร์ตโฟลิโออาหารสัตว์เลี้ยงอบแห้งด้วยลมในอุณหภูมิต่ำ (Air-Dried) และขนมสัตว์เลี้ยงสไตล์เนื้ออบแห้ง (Jerky-style) หรือสแน็กสุนัข
“การซื้อกิจการ Phelps เป็นการเข้ามาเสริมโปรดักท์ พอร์ตโฟลิโอ ในสิ่งที่วันนี้เราไม่มี แต่พรุ่งนี้เรามีขึ้นมาทันทีอย่างสแน็กสุนัข และไอ-เทล เก่งเรื่องอาหารแมว ส่วน Phelps เก่งอาหารสุนัข จึงเป็นดีลที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน”
ในปี 2568 Phelps มียอดขาย 70.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดปี 2569 เติบโต 10% โดยพบว่าตลาดระดับโลกของสแน็กหมาแมวเติบโต 4% ในอีก 5 ปีข้างหน้า สูงกว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไป และตลาดสแน็กสุนัข มีสัดส่วน 20% ขณะที่สแน็กแมว สัดส่วน 9% แต่เติบโตสูงกว่า
จากความต้องการขนมและนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในรูปแบบที่หลากหลายที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การซื้อกิจการ Phelps จึงเป็นอีกกลยุทธ์การเติบโตของไอ-เทล ที่จะช่วยเสริมศักยภาพและเพิ่มความแข็งแกร่งในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
โดยฐานลูกค้าไอ-เทล ไม่ซ้ำซ้อนกับ Phelps ทำให้มีโอกาส Cross-selling ของทั้ง 2 บริษัท ทั้งกลุ่มลูกค้าและสินค้า การซื้อกิจการ Phelps คาดว่าจะใช้ระยะเวลาคืนทุน 10 ปี ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการลงทุนระยะยาว
ปัจจุบันตลาดส่งออกของไอ-เทล อันดับหนึ่งคือ สหรัฐฯ สัดส่วน 60% รองลงมาคือ เอเชีย โอเชียเนีย ออสเตรเลีย 25% และยุโรป 15% หลังซื้อกิจการ Phelps สัดส่วนรายได้จากสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น จากการส่งออกและการทำตลาดของ Phelps โดยหลังจากนี้จะมีการทำงานร่วมกันในการพัฒนาสินค้าใหม่
ไอ-เทล วางเป้าหมายยอดขาย 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 และเป้าหมายจาก M&A จะสร้างยอดขายอีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกำลังมองโอกาสในตลาดจีน ความสนใจในการซื้อกิจการคือเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ โฟกัสสินค้า แบรนด์และโรงงาน





